แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ•ตอนที่ 16

ทริปกระชับสัมพันธ์แบบไม่เต็มใจ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เสียงกระแทกของกระเป๋าเดินทางใบโตกระทบกับพื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอาร์ด เป็นสัญญาณเตือนภัยกลายๆ ว่าความสงบสุขตลอดสามวันต่อจากนี้ในรีสอร์ทกลางหุบเขาจังหวัดเชียงใหม่ ได้มลายหายับไปกับตาแล้วค่ะ เรย์สะบัดหน้าม้าที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยออกจากการมองเห็น ปลดกระดุมเสื้อสูทลำลองเม็ดบนออกอย่างหงุดหงิด ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองไปรอบห้องพักสไตล์วินเทจผสมโมเดิร์นที่กว้างขวางเกินความจำเป็น... และที่สำคัญที่สุด มันมี "เตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์" ตั้งอยู่เพียงเตียงเดียวกลางห้อง "หมายความว่ายังไงคะคุณผู้จัด การประสานงานระดับโปรเฟสชันแนลของกองถ่ายเรา ถึงได้เกิดความผิดพลาดประเภท 'ห้องพักเต็มเหลือห้องสุดท้าย' ได้เนี่ย" เรย์หันไปคาดคั้นผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่หน้าประตู แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้อ้าปากแก้ตัว เสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นเป็นเอกลักษณ์ก็ลอยแทรกเข้ามาเสียก่อน "ไม่ต้องไปโทษทีมงานหรอกค่ะ โปรดิวเซอร์เรวิกา... เพราะฉันเป็นคนอนุมัติให้ยุบเหลือห้องนี้เอง" พริมโรส เจ้าของฉายา 'เจ้าหญิงน้ำแข็ง' ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางระหัดระเหิน เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกับกางเกงสแลคเข้ารูปขับเน้นทรวดทรงให้ดูปราดเปรียว ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่ถูกถอดออกจ้องมองเรย์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก เธอยกกระเป๋าเดินทางแบรนด์เนมใบหรูมาวางกระแทกcomplyข้างเตียงอย่างถือวิสาสะ เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด หล่อนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "คุณพริมโรสคะ! เล่นเกมอะไรของคุณอีก? นี่มันโลเคชั่นต่างจังหวัด งานเราแน่นเป็นปฏิทินจีน การพักผ่อนคือสิ่งเดียวที่จะทำให้ฉันไม่เดินไปหยิกคอคุณกลางกองถ่าย... และคุณกำลังทำลายมัน!" "อ้าวเหรอคะ นึกว่าการได้นอนร่วมห้องกับซุปตาร์ระดับประเทศ จะเป็น 'สิทธิพิเศษ' ที่โปรดิวเซอร์คนเก่งใฝ่ฝันเสียอีก" พริมโรสเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาจางๆ ผสมกับความเย็นสดชื่นของอากาศบนดอยโชยแตะจมูกจนเรย์ต้องผะแผ่วลมหายใจ หญิงสาวร่างสูงกว่าก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเรย์ แววตาพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่ซ่อนอยู่หลังม่านความเย่อหยิ่ง "หรือว่า... คุณกลัวคะ?" "กลัวอะไรไม่ทราบ?" เรย์เชิดหน้าขึ้นสู้ ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว แม้ว่าระยะห่างระหว่างปลายจมูกของทั้งคู่ตอนนี้จะเหลือเพียงไม่กี่คืบก็ตาม "กลัวว่าจะอดใจไม่ไหว... เผลอทำอะไรเกินเลยกับฉันตอนดึกๆ น่ะสิคะ" คำพูดหน้าตายแต่สายตาก사แพรวพราวทำเอาเรย์สำลักน้ำลายตัวเอง หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธปนความกระดากอาย หล่อนผลอกร่างอีกฝ่ายออกห่างด้วยแรงที่ไม่เบานัก "เพ้อเจ้อ! กลับไปนอนห้องคุณกานต์นู่นไป๊! เผื่อเขาจะมีห้องเหลือให้คุณแทรกตัวลงไปนอนสำราญใจได้มากกว่ามายืนประสาทเสียแถวนี้!" พริมโรสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความเรียบเฉยที่เยียบเย็นลงถนัดตา บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีราวกับติดแอร์ติดลบ "อย่าเอาชื่อผู้กำกับคนนั้นมาพูดให้เสียบรรยากาศเลยค่ะ เรย์... เรามาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ใช่มาเล่นขายของ" พูดจบ ซุปตาร์สาวก็เดินดุ่มๆ ไปทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงคิงไซส์อย่างไร้ความเกรงใจ หล่อนไขว่ห้าง ปิดเปลือกตาลงราวกับไม่สนใจว่าเจ้าของห้องอีกคนจะยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ตรงไหน เรย์ได้แต่อ้าปากค้าง มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ นี่เธอกำลังจะต้องใช้เวลาสองคืนสามวันร่วมห้องกับแม่ตัวแสบจอมเอาแต่ใจคนนี้จริงๆ น่ะหรือ? คิดแล้วอยากจะเอาหัวโขกเสาเตียงให้รู้แล้วรู้รอด เวลาล่วงเลยจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า อากาศบนยอดดอยลดต่ำลงจนเริ่มหนองเหน็บ เสียงฝนโปรยปรายลงมาเบาๆ สร้างบรรยากาศอึมครึมและชวนให้หัวใจห่อเหี่ยว เรย์นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาตัวยาว เปิดคอมพิวเตอร์เช็กตารางงานวันพรุ่งนี้ด้วยความเคร่งเครียด โดยมีเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่บนเตียงดังคลอเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เรย์ขยับตัวด้วยความเมื่อยขบ เหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรง พอหันไปมองที่เตียง... พริมโรสไม่ได้นอนอยู่ในท่าเดิมแล้ว หล่อนขดตัวเข้าหากันด้วยความหนาวสั่น ผ้าห่มผืนหนาหล่นกองอยู่ที่พื้น เสื้อเชิ้ตสีขาวร่นขึ้นเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดบริเวณช่วงเอวและแผ่นหลังที่ไหวระริก เรย์ขมวดคิ้ว ปากก็บ่นงึมงำด้วยความหมั่นไส้ "ให้ตายสิ... นอนยังไงให้ตกเตียงเนี่ย คุณหนูพริมโรสเอ๊ย" แม้จะปากร้ายใส่กันตลอดเวลา แต่สัญชาตญาณความใส่ใจของคนเป็นโปรดิวเซอร์ก็ยอมให้ปล่อยผ่านไปไม่ได้ เรย์ถอนหายใจยาวเหยียด เดินเข้าไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาตั้งใจจะห่มให้ดีๆ แต่พอเอื้อมมือไปสัมผัสไหล่บาง ร่างของพริมโรสก็สะดุ้งเฮือกและคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงที่คาดไม่ถึง ดวงตากลมโตของพริมโรสลืมขึ้นในความมืด แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางและร่องรอยของความหวาดกลัวบางอย่างที่เรย์ไม่เคยเห็นมาก่อน เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าสวย "เรย์..." เสียงเรียกแผ่วเบาราวกับกระซิบ ลอดผ่านริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย "อย่า... อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว" เรย์ชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยถามอะไรบางอย่าง เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าห้องก็ทำลายความเงียบขึ้นมาเสียก่อน "คุณเรย์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ผู้กำกับกานต์หายตัวไปจากห้องพัก... แถมกล้องฟุตเทจหลักของกองเราถูกรื้อค้นหายไป!" เสียงตะโกนร้อนรนของผู้ช่วยหนุ่มดังลอดเข้ามา ทำให้เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พริมโรสที่ได้ยินดังนั้น กลับยันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แววตากลับมาคมก్రిบและเย็นเยียบดังเดิม มือเรียวยาวเอื้อมมาคว้าข้อมือของเรย์ไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ดึงรั้งให้เธอล้มลงไปนั่งแนบชิดอยู่บนเตียงเดียวกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนเรย์ขนลุกซู่ "อย่าเพิ่งสนใจไอ้กานต์เลยค่ะ..." พริมโรสกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว "เพราะคนที่คุณควรระวังตัวที่สุดตอนนี้... ไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น แต่เป็นฉันต่างหากล่ะคะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรย์กับพริมโรสมาถึงตอนนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%