แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ•ตอนที่ 21

ข้ามเส้นแบ่งความเป็นมืออาชีพ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"โปรดิวเซอร์เรย์คะ... ช่วยหยุดมองหน้าฉันด้วยสายตาแบบนั้นสักที จะได้ไหมคะ" น้ำเสียงเรียบนิ่งที่ติดจะเยียบเย็นเล็กน้อยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้องตัดต่อที่มืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำเย็นชืด เรวิกา สะดุ้งเล็กน้อยราวกับถูกจับคาหนังคาเขา เธอยกมือขึ้นทัดผมปรกใบหู กลบเกลื่อนความรุ่มร้อนที่จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมาตีตื้นที่พวงแก้มอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่เมื่อครู่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับการเทียบไทม์โค้ดฉากอารมณ์ในมอนิเตอร์แท้ๆ แต่สายตาเจ้ากรรมกลับหลุดลอยไปหยุดอยู่ที่เสี้ยวหน้าของซุปตาร์สาวเจ้าของฉายา 'เจ้าหญิงน้ำแข็ง' เสียได้ พริมโรสไม่ได้ขยับกายไปไหน เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำตัวเดิม ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามหันกลับมาสบตาตรงๆ ไม่มีร่องรอยความถือดีหรือความเย่อหยิ่งที่มักใช้เป็นเกราะกำบังให้คนอื่นถอยห่างอย่างเคย มีเพียงประกายความไหววูบในแววตาคู่สวยที่ยากจะคาดเดา ซึ่งนั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้หัวใจของโปรดิวเซอร์สาวมือทองเต้นผิดจังหวะมานับครั้งไม่ถ้วนในช่วงสัปดาห์นี้ "ฉันไม่ได้มองคุณเสียหน่อย พริมโรส..." เรย์เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย งัดเอามามาดโปรดิวเซอร์สาวผู้เจ้าระเบียบและปากจัดขึ้นมาสู้ "ฉันกำลังเช็คลิปซิงค์กับซาวด์แทร็กต่างหาก ตาคุณฝาดไปแล้วมั้งคะ ซุปตาร์ระดับคุณคงไม่ได้คิดไปเองหรอกนะว่าฉันจะสนใจมองหน้าคุณมากกว่างาน" "ปากแข็ง..." พริมโรสพ่นลมหายใจเบาๆ พร้อมกับมุมปากที่กระตุกขึ้นนิดคล้ายกำลังยิ้มเยาะ "ทั้งที่เมื่อกี้คุณจ้องฉันจนแทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้ว เรย์คะ... เราทำงานร่วมกันมาจนถึงจุดนี้แล้ว อย่ามาเล่นลิ้นให้เสียเวลาเลยค่ะ ฉันไม่ใช่เด็กสาวที่จะมานั่งหลงคารมโปรดิวเซอร์ปากร้ายอย่างคุณง่ายๆ หรอกนะ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาเรย์ถึงกับพูดไม่ออก เธอยอมรับกับตัวเองในใจเงียบๆ ก็ได้ ว่าคำแก้ตัวเมื่อครู่มันช่างฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นวายในกองถ่ายวันนั้น รวมถึงการที่กานต์ ผู้กำกับคู่แข่งตัวแสบพยายามเข้ามาแทรกแซงและปั่นป่วนโปรเจกต์เพื่อดิสเครดิตเธอ เส้นแบ่งเขตระหว่าง 'เจ้านายกับศิลปิน' หรือ 'ผู้ร่วมงาน' ที่ทั้งคู่ขีดไว้ด้วยความระแวดระวัง ก็เริ่มปริร้าวและพังทลายลงทีละน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ ความใกล้ชิดยามดึกดื่นในห้องตัดต่อ การปกป้องคุ้มครองอย่างเงียบๆ จากพริมโรส และสายตาห่วงใยที่ซ่อนอยู่หลังมาดหยิ่งผยอง ทุกอย่างมันชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่านี่คือ 'เรื่องงาน' เรย์ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อหลักฐานทางสายตาที่ฟ้องชัดเจน เธอเลื่อนเก้าอี้หมุนเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของพริมโรสลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยแข็งแกร่งเริ่มสั่นคลอน "โอเค... ยอมรับก็ได้ค่ะ" เรย์ยอมแพ้ในที่สุด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซุปตาร์สาวอย่างตรงไปตรงมา ไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป "ว่าฉันมองคุณ... และไม่ได้มองแค่ในฐานะนักแสดงนำในความรับผิดชอบด้วย" บรรยากาศในห้องตัดต่อพลันเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก พริมโรสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม ทว่าพวงแก้มเนียนใสกลับขึ้นสีระเรื่อจางๆ อย่างปิดไม่มิด "คุณกำลังข้ามเส้นนะคะ เรวิกา..." พริมโรสกระซิบเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงไม่ได้เจือความโกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความสั่นพร่าบางเบาที่หลุดรอดออกมา "เราต่างก็รู้ว่าโปรเจกต์นี้มีความหมายกับคุณมากแค่ไหน ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมา... หรือถ้าความรู้สึกพวกนี้มันทำให้เราพัง..." "แล้วถ้ามันไม่พังล่ะคะ?" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังและทรงพลังจนพริมโรสต้องกลืนน้ำลายลงคอ "พริมโรส... ฉันผ่านความผิดพลาดในอดีตมามากพอที่จะรู้ว่าอะไรควรคว้าไว้และอะไรควรปล่อยมือ กานต์อาจจะกำลังพยายามทำลายทุกอย่างที่เราสร้างขึ้น แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับฉันตอนนี้ ไม่ใช่การทำโปรเจกต์นี้พัง... แต่เป็นการที่ฉันต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่า ทำไมตอนนั้นถึงไม่กล้าพอที่จะบอกความจริงกับคุณ" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของโปรดิวเซอร์สาวคนเก่ง ทำให้ห้องทั้งห้องเหมือนถูกแช่แข็ง พริมโรสเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เธอมองผู้หญิงตรงหน้าที่มักจะเชิดใส่เธอเสมอในยามปกติ แต่ในเวลานี้กลับแสดงความเปราะบางและความจริงใจออกมาจนหมดเปลือก ไม่มีฟอร์ม ไม่มีมาด ไม่มีกำแพง มีเพียงเรวิกาที่กำลังเอาหัวใจของตัวเองเดิมพัน ซุปตาร์สาวหลุบตาลงต่ำชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่งดงามที่สุดเท่าที่เรย์เคยเห็นมา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อกล้องหรือหน้าสื่อ แต่มีไว้สำหรับเธอ... เพียงคนเดียวเท่านั้น "คุณนี่มัน... เอาแต่ใจตัวเองชะมัดเลยนะคะ เรย์" พริมโรสเอ่ยเสียงกระซิบ มือเรียวบางเอื้อมออกไปแตะที่ปลายคางของเรย์อย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวนุ่มลากไล้เบาๆ จนคนถูกสัมผัสแทบหยุดหายใจ "บอกให้ฉันรักษาภาพลักษณ์ เป็นซุปตาร์ผู้เย่อหยิ่ง แต่ตัวเองกลับเป็นคนเดินข้ามเส้นเข้ามาก่อนเสียเอง แบบนี้มันยุติธรรมตรงไหนคะ" เรย์ไม่รอให้เธอบ่นจนจบ มือเรียวคว้าจับข้อมือนั้นไว้เบาๆ ก่อนจะขยับเข้าประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกแทบจะชนกันในความมลสลัวของห้อง "งั้นก็ถือว่าเราเสมอกันนะคะ..." เรย์กระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ความหอมหวานจากกลิ่นสตรอว์เบอร์รีเจือจางลอยอบอวลอยู่รอบตัว "เพราะฉันเองก็... ไม่คิดจะถอยหลังกลับไปยืนในจุดที่ปลอดภัยแบบเดิมอีกแล้วเหมือนกัน" พริมโรสหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นร้อนที่ค่อยๆ โน้มเข้ามาใกล้ ระยะห่างถูกลดทอนลงจนเหลือเพียงลมหายใจที่รดรินเข้าหากัน หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้ข้อกังขา ความรู้สึกที่เก็บงำมานานนับเดือนกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยเคมีอันตราย *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ทำลายบรรยากาศสีชมพูทิ้งกระเจิงในเสี้ยววินาที เรย์สะดุ้งสุดตัวผละถอยหลังออกห่างจากพริมโรสแทบไม่ทัน ขณะที่ซุปตาร์สาวรีบปรับสีหน้ากลับมาเรียบสนิทดังเดิม ดวงตาคู่สวยฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกขัดจังหวะ ประตูก็กถูกผลเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้อذنอนุญาต ร่างสูงโปร่งของกานต์ ผู้กำกับคู่แข่ง ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดพร้อมกับเอกสารรายงานความคืบหน้า "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ รบกวนเวลาสวีตกันหรือเปล่าพอดีผมมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับงบประมาณตัดต่อที่ต้องเคลียร์กับโปรดิวเซอร์คนเก่งตอนนี้เลย..." กานต์หยุดพูดแล้วกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ดูเหมือนว่าคุณสองคนจะอินกับซีนอารมณ์ในจอ จนลืมโลกภายนอกไปเลยนะครับเนี่ย" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นของเรย์และพริมโรสนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%