แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ•ตอนที่ 12

ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"บอกแล้วไงคะว่าฉันดูแลตัวเองได้ รบกวนคุณช่วยเอาเวลาอันมีค่าไปตรวจแก้บทซีรีส์ของกานต์ให้มันพ้นสภาพขยะเปียกซะก่อนจะมาเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องฉัน!" เสียงแหบแห้งที่พยายามตวาดกร้าวอย่างเต็มที่ แต่กลับสั่นพร่าและขาดห้วงไปครึ่งค่อนประโยคของเรย์ ดังลอดผ่านรอยแง้มของประตูห้องนอนหรูหราออกไป ประโยคตัดพ้อและท่าทีแข็งกร้าวที่พยายามสร้างกำแพงสูงลิบลิ่วนี้ ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... พริมโรสกลับเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่มักจะฉาบไว้ด้วยความเย็นชาและไร้เยื่อใยยามปรากฏตัวต่อหน้าสื่อ กลับมีประกายความระอาใจปนความเอ็นดูวาบผ่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะใช้ปลายนิ้วเรียวดันบานประตูไม้เนื้อหนาให้เปิดกว้างขึ้นด้วยจังหวะนุ่มนวล ภายในห้องนอนที่อวลไปด้วยกลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นยาพาราเซตามอลจางๆ เรย์ในสภาพเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงนอนขายาวกำลังพยายามยันกายลุกขึ้นจากเตียงนอนยับย่น ใบหน้าหวานคมที่ปกติมักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดี ตอนนี้กลับซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผากเม้มเข้าหากันแน่นขณะที่มือเรียวพยายามเอื้อมคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียง—ทว่าความวิงเวียนจากพิษไข้สูงที่ซัดโถมเข้ามาอย่างไม่ปรานีปราณี ทำให้ปลายนิ้วของโปรดิวเซอร์สาวคนเก่งปัดโดนขอบแก้วเซรามิกจนมันล้มกลิ้งตกลงมาแตกกระจายบนพรมราคาแพง "เพล้ง!" เศษแก้วกระจายเกลื่อน น้ำเย็นเฉียบซึมเปื้อนพื้นพรม เรย์หลับตาลงแน่นพร้อมกับสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดในสังขารของตัวเอง ยิ่งคิดว่าอาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เล่นงานเธอจนลุกไม่ขึ้นในวันนี้ มันเกิดขึ้นเพราะความดื้อรั้นที่เธอตากฝนวิ่งตามแก้ปัญหากองถ่ายติดต่อกันข้ามคืน โดยปฏิเสธคำเตือนของทุกคน—และโดยเฉพาะคำเตือนแกมประชดประชันของซุปตาร์สาวหน้าตายคนนี้ เธอกยิ่งอยากจะมุดแผ่นดินหนีความน่าสมเพชของตัวเองในยามนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า ก่อนที่เธอจะได้ขยับตัวทำอะไร พริมโรสก็ก้าวเข้ามาประชิดเตียงนอนด้วยความเร็วที่คาดไม่ถึง รองเท้าสลิปเปอร์นุ่มนวลไร้เสียงกระทบพื้น แต่รัศมีอันเยียบเย็นและเด็ดขาดของซุปตาร์สาวกลับทำให้ห้องนอนกว้างขวางดูแคบลงถนัดตา "ดื้อด้านจนวินาทีสุดท้าย สมเป็นคุณดีนะคะ เรวิกา" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือศีรษะ เรย์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความขัดเคือง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดุดันและเฉียบคมยามอยู่ในโหมดทำงาน ตอนนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสจากพิษไข้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความพยศในตัวเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว "คุณเข้ามาได้ยังไง... รหัสผ่านห้องฉัน..." "ช่างฉันเถอะค่ะว่าจะเข้ามาได้ยังไง ประเด็นคือถ้าฉันไม่รหัสผ่านมาเปิดดูคุณป่านนี้ คุณคงนอนซมจนช็อกตายคาพรมเช็ดเท้าไปแล้วมั้งคะ โปรดิวเซอร์มือทองผู้รักงานยิ่งกว่าชีวิต" พริมโรสตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบคม เธอไม่รอให้เรย์ได้อ้าปากเถียงต่อ ร่างระหงในชุดลำลองเนื้อนุ่มแต่ยังคงดูสง่างามทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นพรมข้างเตียงอย่างไร้ความถือตัว มือเรียวสวยที่มักจะสวมแหวนเพชรราคาแพงระยับ บัดนี้กลับจัดการหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กจุ่มลงในอ่างน้ำอุ่นที่เธอเตรียมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ บิดจนหมาด แล้วเอื้อมขึ้นมาซับตามกรอบหน้าและลำคอระหงของเรย์อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากผ้าขนหนูตัดกับความเย็นเฉียบของผิวเนื้อเรย์ในตอนแรก ทำให้โปรดิวเซอร์สาวสะดุ้งสุดตัว เผลอถอยหลังหนີโดยสัญชาตญาณ แต่พริมโรสกลับไว Go-getter กว่า มือข้างหนึ่งรวบข้อมือบางเอาไว้เบาๆ ไม่ให้ขัดขืน ส่วนอีกข้างบังคับให้ใบหน้าดื้อรั้นนั้นเงยขึ้นมารับสัมผัส "อยู่นิ่งๆ ค่ะ ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ยังจะทำตัวเป็นแมวพยศอีกเหรอคะ" ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งตัวทำให้ลมหายใจของเรย์สะดุดกึก กลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของพริมโรส—กลิ่นวานิลลาเจือความสดชื่นของดอกไม้ยามเช้า—ลอยเข้ามาแตะจมูก ทลายความเกรี้ยวกราดทั้งหมดที่เรย์สะสมมาตลอดทั้งวันให้พังทลายลงในพริบตา ใกล้ชิดเสียจนเรย์สามารถมองเห็นแพขนตางอนงามที่ทอดเงาลงบนพวงแก้มเนียน และประกายความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่ 'เจ้าหญิงน้ำแข็ง' จะยอมรับออกมาเป็นคำพูด "คุณ... ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย..." เรย์กระซิบถามเสียงพร่า ความรู้สึกบางอย่างในอกกำลังตีรวนจนเธอแยกไม่ออกว่ามันคือพิษไข้หรือความหวั่นไหว "เราไม่ได้เป็นอะไรกัน... แล้วคุณก็เกลียดหน้าฉันไม่ใช่เหรอคะ พริมโรส" พริมโรสชะงักมือที่กำลังเช็ดตามแนวสันandคางเรียวเล็กน้อย แววตาที่มองมาไหววับชั่วขณะ ริมฝีปากอิบอิ่มเม้มเข้าหากันนิดๆ ก่อนที่รอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและไม่เคยปรากฏต่อหน้าสื่อสำนักไหน—จะแย้มขึ้นที่มุมปาก "เกลียดเหรอคะ?" พริมโรสทวนคำ เสียงกระซิบนั้นนุ่มนวลและพร่าเลิกลงจนหัวใจของเรย์กระตุกวูบ "ถ้าฉันเกลียดคุณจริงๆ ฉันคงไม่ยืนเถียงกับผู้กำกับกานต์จนหูชาเมื่อเช้า เพื่อไม่ให้เขาเอาโปรเจกต์ของคุณไปเขี่ยทิ้ง... และฉันคงไม่ต้องมานั่งเช็ดตัว เช็ดน้ำตาให้ยัยโปรดิวเซอร์ปากดีที่ชอบฝืนสังขารแบบนี้หรอกค่ะ" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัว ทำให้เรย์เบิกตากว้าง สมองที่ตื้อตันด้วยพิษไข้ประมวลผลช้าลง แต่ความหมายของมันกลับซึมซับเข้าไปในหัวใจอย่างรวดเร็ว ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาในอกจนร้อนผ่าว ยิ่งกว่าอุณหภูมิร่างกายในตอนนี้เสียอีก "คุณ... ปกป้องงานฉันจากกานต์เหรอ?" เรย์ถามเสียงสั่น "ฉันไม่ได้ปกป้องงานของคุณค่ะ... ฉันแค่ปกป้อง 'คน' ที่เป็นเจ้าของผลงานต่างหาก" พริมโรสขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน กำลังเอ่อล้นทะลักออกมาผ่านสายตาคู่นั้น "เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไป... แล้วใครจะมาคอยเถียงกับฉันในกองถ่ายทุกวันล่ะคะ เรย์" หัวใจของเรย์เต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู เธออ้าปากจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาแก้มทั้งสองข้างให้ร้อนฉ่า ทว่าในจังหวะนั้นเอง— "ก๊อกๆๆ! เรย์ อยู่ในห้องหรือเปล่า ฉันเองนะกานต์ พอดีเอานมัสการเรื่องคิวถ่ายมาให้ตรวจ..." เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูของกานต์ที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอกห้อง และก่อนที่เรย์หรือพริมโรสจะได้ตั้งตัว เสียงบิดลูกบิดประตูก็ดังขึ้น—บานประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกสนิทกำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของผู้กำกับหนุ่มคู่ปรับที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ! พริมโรสผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับมาเป็นประกายเย็นชาเฉียบขาดในเสี้ยววินาที ขณะที่เรย์สะดุ้งเฮือกคว้าชายเสื้อของซุปตาร์สาวไว้แน่นด้วยความตกใจ ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างประสานกันในความเงียบงันที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความลับ— --- โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรย์กับพริมโรสมาถึงตอนนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%