แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ•ตอนที่ 8

เกมกระดานของคนปากแข็ง

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
"ถ้าคุณเรวิกาคิดว่าการส่งตารางงานกระชั้นชิดแบบนี้จะทำให้ฉันสะดุดขาตัวเองล้มล่ะก็... บอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าฝันไปเถอะค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเยาะหยันดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมกระจกฝ้าปิดสนิท พริมโรสในชุดสูทเข้ารูปสีเพอร์เฟกต์นิวทราลยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตคู่สวยที่สื่อมวลชนขนานนามว่า 'เจ้าหญิงน้ำแข็ง' กำลังจ้องมองเรย์ด้วยประกายระยับที่ซ่อนความท้าทายไว้เต็มเปี่ยม เรวิกาละสายตาจากแท็บเล็ตในมือช้าๆ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหัวเสียอย่างที่ซุปตาร์สาวคาดหวัง โปรดิวเซอร์สาวไฟแรงปัดผมยาวสลวยไปด้านหลัง รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นบางเบา ราวกับกำลังมองเด็กน้อยอวดของเล่นชิ้นใหม่ "ฉันไม่ได้อยากให้คุณสะดุดล้มหรอกค่ะคุณพริมโรส... ฉันแค่อยากรู้ว่า 'เจ้าหญิงน้ำแข็ง' อย่างคุณ จะละลายกลายเป็นน้ำนองพื้นตอนเจอคิวถ่ายทำทรหดสิบสองชั่วโมงรวด หรือจะยังยืนเก๊กสวยหน้าเซ็ตได้จนจบเทคแรกกันแน่" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนอีกฝ่ายชะงักไปนิด สงครามประสาทขนาดย่อมเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในสตูดิโอ หลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์เรื่องสปอนเซอร์รายใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน เรย์และพริมโรสก็ถูกจับให้มานั่งทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะโปรดิวเซอร์และนักแสดงนำ แต่วิธีการทำงานของทั้งคู่กลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมที่ไม่มีใครยอมใคร เรย์ใช้ความเจ้าระเบียบและตารางงานที่อัดแน่นเป็นอาวุธ ขณะที่พริมโรสตอบโต้ด้วยความสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ เธอทำการบ้านมาอย่างดีเยี่ยม ท่องบทได้แม่นยำ และแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพจนเรย์แทบไม่สามารถหาช่องโหว่มาหักคะแนนได้เลย "สิบสองชั่วโมงเหรอคะ? หึ... สำหรับฉัน มันเป็นแค่การวอร์มอัพเบาๆ ก่อนเริ่มงานจริงค่ะคุณโปรดิวเซอร์" พริมโรสสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเรย์เริ่มได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความเย็นสดชื่นจากตัวอีกฝ่าย มันเป็นกลิ่นที่น่ารำคาญใจ... เพราะมันทำให้สมาธิของเธอสะดุดทุกที เรย์แกล้งทำเป็นก้มลงมองเอกสารในมือเพื่อซ่อนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดเรצב "ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ หวังว่าปากเก่งๆ ของคุณจะทำงานได้ดีเท่ากับการแสดงหน้ากล้องนะคะ เพราะพรุ่งนี้เรามีคิวถ่ายฉากดราม่ากลางแจ้งตอนเที่ยงวัน หวังว่าคุณจะไม่เป็นลมล้มพับไปเสียก่อนล่ะ" "เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" พริมโรสโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดื้อรั้นคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นเรย์ชะงักค้าง "น้ำเสียงแบบนี้... หรือว่ากลัวฉันจะทนไม่ไหวจนคุณต้องเป็นคนอุ้มฉันขึ้นรถกันแน่คะ" เรย์เงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ระยะห่างเพียงคืบทำให้เรย์เห็นแพขนตางอนงามและเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่สวยนั้น หัวใจของโปรดิวเซอร์สาวกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด แต่ใบหน้ายังคงเชิดขึ้นอย่างถือดี "อย่าสำคัญตัวผิดเลยค่ะพริมโรส หน้าที่ของฉันคือการควบคุมงบประมาณและเวลา ไม่ใช่การเป็นพยาบาลส่วนตัวให้ซุปตาร์เจ้าอารมณ์" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นแม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก พริมโรสแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของเรย์แวบหนึ่ง ก่อนจะยืดตัวกลับขึ้นตรงด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับผู้ชนะในยกนี้ "ปากเก่งจริงๆ นะคะ... ระวังเถอะค่ะ สักวันปากที่เอาแต่เถียงฉันนี่แหละ จะทำให้คุณพูดไม่ออก" พริมโรสกระซิบเสียงพร่าทิ้งท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินนิ่มๆ ออกจากห้องประชุมไป ทิ้งให้เรย์ยืนกำปากกาในมือแน่นจนข้อต่องอขาว เรย์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง เธอเกลียดรอยยิ้มท้าทายแบบนั้น เกลียดแววตาคู่นั้น และที่สำคัญที่สุด... เกลียดหัวใจตัวเองที่ดันเต้นแรงทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น บรรยากาศความตึงเครียดดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย ทั้งสองคนต้องตรวจสคริปต์และเช็กโลเคชันร่วมกันผ่านทีมงาน แม้จะไม่มีการปะทะคารมรุนแรงเหมือนในห้องประชุม แต่สายตาที่ลอบมองกันไปมากลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าวาบหวด ทุกครั้งที่เรย์ออกคำสั่งหรือแก้บท พริมโรสจะเลิกคิ้วสูงก่อนจะทำตามอย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ชนิดที่เรียกว่าหาข้อติไม่ได้จนเรย์รู้สึกหมั่นไส้ในความเก่งกาจเกินเบอร์ของอีกฝ่าย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำ ทีมงานคนอื่นๆทยอยเก็บของกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือเพียงเรย์ที่ยังคงนั่งเคลียร์งบประมาณโค้งสุดท้ายอยู่คนเดียวในห้องทำงานมืดสลัว แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะส่องสว่างเพียงจุดเดียว ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน แอ๊ด... เสียงเปิดประตูดังขึ้นแผ่วเบา เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเพราะคิดว่าเป็นแม่บ้านหรือทีมงานที่ลืมของ "วางไว้บนโต๊ะได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง" "ถ้าเป็นเรื่องงาน ฉันคงต้องบอกว่าคุณจัดการมันเกินเวลามาสองชั่วโมงแล้วนะคะคุณโปรดิวเซอร์" เรย์สะดุ้งสุดตัวเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าร่างสูงโปร่งของพริมโรสกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู ชุดสูทถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและท่าทีผ่อนคลายกว่าตอนกลางวันอย่างเห็นได้ชัด "คุณยังไม่กลับอีกเหรอ?" เรย์ถามเสียงห้วน พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "ถ้าฉันกลับ แล้วใครจะคอยดูว่าคนบ้างานแถวนี้จะยอมกินข้าวเย็นบ้างไหมล่ะคะ" พริมโรสเดินตรงเข้ามาพร้อมกับถุงกระดาษจากร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดัง วางลงบนโต๊ะทำงานของเรย์เสียงดังตุ้บ กลิ่นหอมกรุ่นของพาสต้าทรัฟเฟิลลอยเตะจมูกจนท้องที่ว่างเปล่าของเรย์ส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ เรย์ขมวดคิ้วมุ่น "ฉันไม่ได้สั่ง..." "ฉันสั่งให้ค่ะ... ถือเป็นการไถ่โทษเรื่องที่เราเถียงกันเมื่อเช้า หรือถ้าคุณฟอร์มจัดนัก จะคิดว่านี่คือแผนวางยาพิษให้คุณทำงานไม่ไหวก็ได้นะคะ" พริมโรสลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองเรย์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่นิดๆ ที่มุมปาก เรย์มองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้วางใจ "คุณคิดจะเล่นเกมอะไรอีกพริมโรส?" "ไม่ได้เล่นเกมค่ะ แค่... อยากพักรบชั่วคราว" พริมโรสลดสายตาลงมองจานอาหารสลับกับใบหน้าของเรย์ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด "กินซะนะคะ หน้าคุณซีดเป็นไก่ต้มหมดแล้ว เรวิกา" คำพูดห่วงใยที่เจือด้วยน้ำเสียงกวนประสาทนิดๆ นั้นทำให้เรย์นิ่งอึ้งไป เธอมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ ในยามวิกาลแบบนี้ และก่อนที่เรย์จะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของพริมโรสดันแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ พริมโรสขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้รอยยิ้มผ่อนคลายบนใบหน้าของเธอหายวับไปทันที... เป็นเบอร์ของ 'กานต์' ผู้กำกับคู่แข่งที่กำลังพยายามหาทางแทรกแซงโปรเจกต์นี้ พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาเรย์ ชั่วพริบตานั้นเอง เธอกดรับสายและเปิด speakerphone ทันทีโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มต่ำของผู้กำกับหนุ่มดังลอดออกมาจากลำโพงท่ามกลางความเงียบงัน *"พริมครับ เรื่องที่เราคุยกันเรื่องย้ายค่ายผู้ผลิต... คุณตัดสินใจได้หรือยังครับ? ถ้าคุณยอมมาร่วมงานกับผม เรย์ไม่มีทางขวางทางคุณได้แน่"* เรย์ชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินประโยคที่ซ่อนความลับอันตรายนั้น เธอนิ่งอึ้งมองหน้าซุปตาร์สาวที่ยังคงนั่งนิ่งสนิท ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของเธอด้วยประกายความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความสัมพันธ์ครั้งนี้นะคะ — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%