แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกใส ส่งเสียงทึบหนักหน่วงราวกับค้อนที่ตอกย้ำความผิดพลาดในอดีตให้ฟื้นคืนชีพ
“ไม่คิดเลยนะคะว่าโปรดิวเซอร์มือหนึ่งผู้เจิดจรัสอย่างคุณเรวิกา จะยังมีจุดด่างพร้อยชิ้นใหญ่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมแบบนี้”
น้ำเสียงเย้ยหยันของกานต์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ที่เย็นเฉียบจนน่าขนลุก เรย์ (เรวิกา) สบตากับผู้กำกับคู่แข่งด้วยแววตานิ่งสนิท ปลายนิ้วเรียวที่ประสานกันอยู่บนตักจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตกใจ แต่ใบหน้าของเธอกลับเรียบตึงไร้รอยแตกสลาย สมศักดิ์ศรีโปรดิวเซอร์สาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
“ถ้าคุณกานต์ว่างมากจนต้องเอาเวลาไปคุ้ยเขี่ยขยะเก่าๆ มาสร้างราคาให้ตัวเอง ฉันเกรงว่าคุณควรเอาเวลาไปพัฒนาฝีมือการกำกับที่กำลังตกอับจะดีกว่านะคะ” เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกรรไกรตัดริบบิ้น
กานต์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยชัยชนะ เขาปลายนิ้วเคาะลงบนแฟ้มเอกสารหนาเตอะเล่มนั้น ซึ่งบรรจุหลักฐานของโปรเจกต์เมื่อสามปีก่อน—โปรเจกต์ที่เคยเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่จนเกือบทำลายวงการภาพยนตร์ และเป็นแผลเป็นในใจที่เรย์พยายามกลบฝังมาตลอด
“ขยะเหรอคะ? แต่ขยะชิ้นนี้แหละที่จะทำให้ช่องทางเดินของคุณในโปรเจกต์ ‘Lovely Room’ พังทลายลงในพริบตา ถ้าพริมโรสรู้ว่าโปรดิวเซอร์คนเก่งของเธอเคยทำลายความฝันของเด็กฝึกคนหนึ่งจนเกือบฆ่าตัวตายมาแล้ว... เธอจะยังกล้าฝากอนาคตไว้กับคุณอีกไหมนะ”
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความทรงจำ เรย์เม้มริมฝีปากแน่น ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายวาบเข้ามาในหัว ความกดดัน ความผิดพลาด และความหยิ่งผยองในวัยเยาว์ที่กลายเป็นตราบาป เธอเคยพลาดพลั้งทำลายอนาคตของคนอื่นจริง แต่มันไม่ใช่ความตั้งใจที่จะเหยียบย่ำอย่างที่กานต์กำลังบิดเบือนเลยสักนิด
“หยุดพูดเรื่องไร้สาระแล้วไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทคุณ” เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ข่มความสั่นไหวในน้ำเสียงไม่ให้ใครจับพิรุธได้
“ปากดีได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว เรวิกา...”
กานต์ยิ้มเยาะ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้กระซิบเสียงต่ำ “ฉันให้เวลาคุณถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้... ถอนตัวจากโปรเจกต์นี้ซะ ไม่อย่างนั้น เอกสารพวกนี้จะไปอยู่บนโต๊ะของผู้บริหารและสื่อทุกสำนัก และที่สำคัญที่สุด... มันจะไปถึงมือพริมโรสก่อนใครเพื่อนแน่นอน”
พูดจบ กานต์ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้เรย์ยืนอยู่ลำพังท่ามกลางความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ความเครียดและอารมณ์ที่อัดอั้นทำให้เรย์รู้สึกหายใจไม่ออก เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ยกมือขึ้นกราบขมับที่เต้นตุบๆ ปมในอดีตที่พยายามหนีมาตลอดกำลังไล่ล่าเธอทันแล้ว หากพริมโรสรู้เรื่องนี้ ซุปตาร์สาวผู้รักความยุติธรรมและเกลียดการหลอกลวงเข้าไส้คนนั้นจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหนกัน... สายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยามงั้นหรือ? แค่คิดว่าดวงตากลมโตคู่นั้นจะมองมาที่เธอด้วยความผิดหวัง หัวใจของเรย์ก็เจ็บแปลบขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหว
“นั่งทำหน้าเครียดเป็นปลาทูแม่กลองตากแห้งแบบนี้... ใครทำอะไรให้อีกละคะโปรดิวเซอร์คนเก่ง”
เสียงทุ้มหวานติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุม เรย์เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็พบกับพริมโรสที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาสนอกสนใจ ชุดเดรสเข้ารูปขับเน้นรูปร่างเพรียวระหง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาเรย์มากที่สุดคือรอยยิ้มมุมปากที่ซ่อนความห่วงใยเอาไว้ไม่มิด—ความห่วงใยแบบซึนๆ ที่มีให้เธอคนเดียวเสมอ
“คุณมาทำอะไรที่นี่ พริมโรส?” เรย์ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด พยายามซ่อนแฟ้มเอกสารเจ้าปัญหาไว้ใต้กองกระดาษรายงาน
พริมโรสเดินน่องเข้ามาใกล้ ช้าๆ ทว่ามั่นคง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เอกลักษณ์ประจำตัวลอยมาแตะจมูก ซุปตาร์สาวกวาดสายตามองโต๊ะทำงานรกๆ ก่อนจะหยุดสายตาที่ใบหน้าซีดเผือดของเรย์ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อยๆ อย่างจับผิด
“ผู้จัดการส่วนตัวของคุณบอกว่าคุณอยู่ในนี้ครึ่งค่อนวัน ไม่ยอมกินข้าว หรือแม้แต่จิบกาแฟ ฉันก็เลยกะว่าจะมาลากตัวคุณไปกินข้าวกลางวัน... แต่ดูจากสภาพคุณตอนนี้แล้ว สงสัยฉันต้องเปลี่ยนแผนเป็นการเรียกหน่วยกู้ภัยแทนดีไหมคะ” พริมโรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่นัยน์ตากลับฉายแวังกวลอย่างปิดไม่มิด
เรย์ฝืนยิ้มบางๆ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย คุณกลับไปซ้อมบทเถอะค่ะ ฉันยังมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ”
“โกหกไม่เนียนเลยนะคะ เรวิกา”
พริมโรสเดินเข้ามาประชิดตัวถึงโต๊ะทำงานโดยที่เรย์ไม่ทันตั้งตัว ซุปตาร์สาวโน้มตัวลงมาใช้มือเรียวปัดกองกระดาษที่บังแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลออก ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะที่มุมแฟ้มเล่มนั้น เรย์ตกใจจนเผลอคว้าข้อมือของพริมโรสเอาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ
“อย่าดูนะ!” เรย์เผลอตะคอกออกมาเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก
พริมโรสชะงัก ช้อนสายตาขึ้นสบตากับเรย์ที่กำลังหอบหายใจน้อยๆ แรงปะทะจากความหวาดกลัวในแววตาของโปรดิวเซอร์สาวทำให้ซุปตาร์ปากร้ายนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอไม่เคยเห็นเรย์ในมุมที่เปราะบางและแตกสลายขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“เรย์... เกิดอะไรขึ้น?” พริมโรสเปลี่ยนน้ำเสียงจากประชดประชันเป็นความนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด ปลายนิ้วที่ถูกกุมไว้พลิกกลับมาจับมือของเรย์แน่นขึ้น เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านสัมผัส “มีอะไรที่คุณกำลังปิดบังฉันอยู่ใช่ไหมคะ?”
เรย์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความลับที่กานต์ใช้ขู่กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้หญิงคนนี้—คนที่เธอไม่อยากให้เห็นด้านที่แย่ที่สุดของตัวเองมากที่สุด
ทว่า ในจังหวะที่เรย์กำลังจะอ้าปากปฏิเสธและผลักไสพริมโรสออกไปเพื่อปกป้องอีกฝ่ายจากปัญหา ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยผู้ช่วยโปรดิวเซอร์หน้าตาตื่นตระหนก
“พี่เรย์คะ! แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้ในโซเชียลมีเดีย... มีคนปล่อยข่าวโจมตีเรื่องโปรเจกต์เก่าเมื่อสามปีก่อนของคุณออกมาแล้วค่ะ แถมยังมีรูปภาพเอกสารลับว่อนเต็มอินเทอร์เน็ตไปหมดแล้วด้วยค่ะ!”
เรย์หน้าถอดสีทันที เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เธอหันขวับกลับมามองหน้าพริมโรสช้าๆ ด้วยความรู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปที่ตาตุ่ม
พริมโรสเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอนิ่งงันไปสองวินาที ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาจ้องหน้าเรย์ที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย สายตานั้นไม่ใช่ความรังเกียจอย่างที่เรย์หวาดกลัว... แต่มันคือประกายความแข็งกร้าวและดุดันที่พร้อมจะพุ่งชนทุกสิ่งที่ทำร้ายคนของเธอ
“บอกฉันมาสิคะเรย์...” พริมโรสเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ ทว่าเต็มไปด้วยความคลั่งรักและเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง “ว่าเรื่องทั้งหมด... มันเป็นฝีมือของใคร?”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจฟูไปกับความเข้มข้นในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ•ตอนที่ 24
เงาในอดีตของเรย์
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!