"คุณเรวิกา... อธิบายเรื่องนี้ให้ผมฟังหน่อยซิ ว่าทำไมโปรดิวเซอร์มือทองถึงกำลังพยายามทำลายผลงานชิ้นเอกของบริษัทตัวเองแบบนี้?"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเยาะหยันของกานต์ดังขึ้นแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนร่างของเรวิกาที่กำลังยืนนิ่งสนิท เอกสารสคริปต์การแคสติ้งรอบสุดท้ายร่วงหล่นลงบนโต๊ะกระจกใสสะท้อนภาพใบหน้าตึงเครียดของเธออย่างชัดเจน
เรวิการู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามานั่งอธิบายข้อแก้ตัว ไหล่บางภายใต้เสื้อสูทเข้ารูปขยับไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าผู้กำกับหนุ่มคู่ปรับที่จงใจเข้ามาแทรกแซงงานของเธอในนาทีวิกฤต รอยยิ้มมุมปากของกานต์น่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาสักทีสองทีให้หายหงุดหงิด
"ถ้าคุณกานต์มีเวลาว่างมาเดินตรวจงานคนอื่นนัก... สู้เอาเวลาไปปรับปรุงบทละครที่เรตติ้งกำลังดิ่งลงเหวของตัวเองจะไม่ดีกว่าเหรอคะ?" เรวิการemสาดคำพูดกลับไปทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนพอดิบพอดี "โปรเจกต์นี้ฉันรับผิดชอบเอง และฉันรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่"
"รู้ดีเหรอคะ? ถึงได้ปล่อยให้ซุปตาร์เจ้าปัญหาคนนั้นมาปั่นป่วนกองถ่ายจนเละเทะแบบนี้"
เสียงหวานเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากทางประตูกระจกบานเลื่อนทำเอาทั้งห้องชะงัก พริมโรสในชุดเดรสยาวสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาที่เพิ่งถอดออกกวาดมองผู้ชายแปลกหน้าด้วยหางตาก่อนจะหยุดอยู่ที่โปรดิวเซอร์สาวผู้ยืนกอดอกนิ่ง
เรวิกาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญ "คุณพริมโรส... นี่มันเวลาประชุมภายใน คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามา..."
"ไม่มีสิทธิ์เหรอคะ?" พริมโรสย้อนถาม เสียงใสติดจะเย่อหยิ่งนิดๆ แต่แววตาไหวระริกยามที่สบมองเรวิกานั้นกลับซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้จนมิดชิด เจ้าของฉายา 'เจ้าหญิงน้ำแข็ง' เดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเรวิกา ระยะห่างระหว่างเธอกับโปรดิวเซอร์สาวเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนเรวิการับรู้ได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวของซุปตาร์สาว
กานต์มองภาพนั้นด้วยความแปลกใจระคนหมั่นไส้ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "อ๋อ ที่แท้ก็มาเข้าข้างกันนี่เอง ถึงว่าล่ะ..."
"เชิญออกไปค่ะ!" เรวิกาหันขวับไปตวาดกานต์เสียงกร้าว ความอดทนของเธอขาดผึ่งลงตรงนั้น "นี่คือพื้นที่ของฉัน ถ้าคุณยังไม่ออกไปตอนนี้ ฉันจะเรียกฝ่าย
Security มาเชิญคุณออกไปเคลียร์ข้างนอก"
กานต์แค่นยิ้มหยัน ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หราก่อนจะยอมหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกว้างใหญ่เหลือเพียงความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
ประตูห้องปิดลงสนิท ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง เรวิกาถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่อาการปวดหัวตุบๆ ที่กำลังเล่นงาน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หันไปต่อว่าดาราเจ้าปัญหา พริมโรสก็ขยับเข้ามาประชิดตัวเสียก่อน
"โกรธเหรอคะ?"
น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนจากความแข็งกระด้างเมื่อครู่เป็นความอ่อนนุ่มอย่างประหลาด เรวิกาชะงัก เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคู่สวยของพริมโรสไม่ได้ฉายแววเย่อหยิ่งอย่างเคย หากแต่เต็มไปด้วยความลังเลและความรู้สึกผิดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความหยิ่งทะนง
"คุณเข้ามาทำไมคะพริม? รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันยิ่งปวดหัว" เรวิกาถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามถอยหลังหนีเพื่อเว้นระยะห่าง แต่พริมโรสกลับก้าวตามมาติดๆ ไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีพ้น
"ก็ฉันเห็นคุณเครียด... แล้วกานต์มันก็จ้องจะเล่นงานคุณอยู่" พริมโรสกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ท่าทางที่ปกติจะมั่นใจจนเกินร้อยในเวลานี้กลับดูเก้ๆ กังๆ อย่างน่าเอ็นดู "ฉัน... ฉันแค่อยากมาช่วยเคลียร์"
"ช่วย?" เรวิกาเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเจือแววประชดประชัน "ช่วยเพิ่มภาระให้ฉันมากกว่ามั้งคะ คุณทำให้โปรดิวเซอร์อย่างฉันต้องตามเช็ดตามล้างเรื่องที่คุณไปเหวี่ยงใส่ทีมงานเมื่อวานยังไม่พอใจอีกเหรอ"
พริมโรสชะงักไป ดวงตาคู่สวยไหววูบอย่างเจ็บปวด คำพูดตรงไปตรงมาของเรวิกาเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงหัวใจของเธอ แต่แทนที่จะโต้เถียงกลับเหมือนทุกครั้ง ซุปตาร์สาวกลับนิ่งเงียบ เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง
เรวิกามองอาการนั้นแล้วใจกระตุกวูบ เธอรู้ดีว่าพริมโรสไม่ใช่คนใจร้าย ปากร้ายและเอาแต่ใจตัวเองก็จริง แต่ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ซุปตาร์สาวมักจะแอบ (พยายาม) แก้ไขมันเงียบๆ เสมอ อย่างเช่นการส่งขนมมาง้อกองถ่ายเมื่อวาน หรือการดึงดันจะมาเคลียร์กับกานต์ด้วยตัวเองในวันนี้
ความซึนที่ไม่เข้าเรื่องของอีกฝ่ายกำลังทำให้เรวิการู้สึกใจอ่อนยวบ ทั้งที่ตั้งใจจะดุให้เข็ดหลาบเสียหน่อย
"เฮ้อ..." เรวิกาผ่อนลมหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาได้แล้วค่ะพริมโรส ฉันไม่ใช่เด็กๆ ที่ต้องให้คุณมาปกป้องหรอกนะ"
"ฉันไม่ได้ปกป้องเด็กสักหน่อย..." พริมโรสพึมพำเสียงเบา ดวงตาคู่สวยหลุบมองพื้น หลบสายตาคมกริบของเรวิกา "ฉันปกป้อง... คนที่ฉันอยากดูแลต่างหากล่ะคะ"
เรวิการู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะกับคำพูดกำกวมที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวยนั้น ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดเหมือนก่อนหน้า หากแต่เป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตรายที่ชวนให้ใจสั่น
พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาเธออีกครั้ง แววตาคู่นั้นจริงจังจนเรวิกาไม่กล้าหลบสายตา มือเรียวบางเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อสูทของเรวิกา นิ้วเรียวสั่นน้อยๆ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะถอยหนี
"เรย์..." พริมโรสเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ "ฉันขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อวาน... แล้วก็... ขอบคุณนะคะที่ปกป้องฉันจากผู้ชายคนนั้น"
เรวิกากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของพริมโรสลอยเข้ามาแตะจมูกชัดเจนยิ่งขึ้น ยิ่งอีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้เท่าไหร่ โลกทั้งใบก็เหมือนจะแคบลงเหลือเพียงแค่คนตรงหน้าเท่านั้น ปากที่เคยจัดจ้านและทันคนของเธอตอนนี้กลับหนักอึ้งราวกับถูกเย็บติดกันสนิท
"ถ้าสำนึกผิดจริง... คราวหน้าก็เลิกสร้างเรื่องให้ฉันปวดหัวเข้าใจไหมคะ" เรวิกาพยายามเค้นเสียงดุออกไป แม้ว่าใบหน้าเนียนใสจะขึ้นสีแดงระเรื่อจนปิดไม่มิดแล้วก็ตาม
พริมโรสอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากและงดงามเสียจนเรวิกาแทบลืมหายใจ มือเรียวที่จับแขนเสื้อของเธอเปลี่ยนมาเป็นเลื่อนกุมมือของเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ส่งผ่านมาทำให้หัวใจของโปรดิวเซอร์สาวเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม
"รับรองค่ะว่าคราวหน้า... ฉันจะไม่ทำให้คุณต้องเหนื่อยอีก" พริมโรสกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือแววออดอ้อนที่ทำเอาเรวิกาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "เพราะฉันจะอยู่ข้างๆ คอยกวนใจคุณแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะยอมใจอ่อน..."
เรวิกาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวราวกับกลองเพลเมื่อใบหน้าสวยคมของพริมโรสโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บนแก้ม
ดวงตากลมโตของพริมโรสพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นมานาน เรวิการู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์นั้น สมองสั่งให้ถอยหลังหนี แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์คาถา
ริมฝีปากอิ่มขยับเข้าใกล้เรียวปากของเธออีกเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น หัวใจของเรวิการ้องเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง
ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวราวกับจงใจกลั่นแกล้ง พร้อมกับเสียงตะโกนโหวเหวกโวยวายของทีมงานฝ่ายผลิตที่ดังทะลุเข้ามา
"คุณเรวิกาคะ! แย่แล้วค่ะ! เมมโมรี่การ์ดไฟล์วิดีโอแคสติ้งรอบล่าสุดที่สำรองไว้... หายไปไหนก็ไม่รู้ค่ะ!"
พริมโรสชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีด้วยความขัดเคือง ดวงตาคู่สวยตวัดมองไปทางประตูด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ส่วนเรวิการีบดึงสติตัวเองสะบัดมือออกจากการกุมมืออย่างลิบลับ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนตกใจ
โปรดิวเซอร์สาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ ก่อนจะหันมามองหน้าซุปตาร์สาวที่กำลังส่งสายตาเคืองแค้นไปที่ประตูกระจก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย
"ดูเหมือนว่า... งานของเราจะยังไม่จบแค่นี้นะคะ, คุณซุปตาร์"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี" เสมอมานะคะ!)
แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ•ตอนที่ 27
ความซึนที่ไม่เข้าเรื่อง
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!