เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกานต์ยังก้องอยู่ในโสตประสาทของเรย์ราวกับเสียงแมลงหวี่น่ารำคาญ โปรดิวเซอร์สาวเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแววกรุ่นโกรธขณะมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่โชว์คอมเมนต์วิจารณ์โปรเจกต์ซีรีส์ล่าสุดในมือ
"ปล่อยให้เขาเห่าไปเถอะค่ะคุณเรย์ สุนัขที่เห่าเสียงดังมักไม่ค่อยกล้ากัด"
น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง เรย์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองพริมโรส ซุปตาร์สาวเจ้าของฉายา 'เจ้าหญิงน้ำแข็ง' ที่ก้าวเข้ามาในห้องพักรับรองส่วนตัวโดยไม่มีเสียงฝีเท้า วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ขับเน้นผิวพรรณผ่องใส ทว่าแววตาคู่คมกลับกำลังจ้องมองเรย์ด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของโปรดิวเซอร์สาวกระตุกวูบอย่างหาสเหตุผลไม่ได้
"คุณพริมโรสเข้ามาได้ยังไงคะ นี่มันห้องแต่งตัวส่วนตัวของทีมงานนะ" เรย์เอ่ยเสียงแข็ง พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก
"ประตูก็ไม่ได้ล็อก แล้วอีกอย่าง..." พริมโรสสาวเท้าเข้ามาใกล้เรย์ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังหรูหราลอยเข้าแตะจมูก "ฉันเป็นนักแสดงนำในโปรเจกต์นี้ มีสิทธิ์ที่จะตรวจตราความพร้อมของโปรดิวเซอร์ไม่ใช่หรือคะ ว่ายังไหวอยู่หรือเปล่า หรือว่ากำลังจะร้องไห้เพราะคำพูดไร้สาระของผู้กำกับตกยุคคนนั้น"
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันผ่านงานใหญ่มานับไม่ถ้วน ไม่เคยมีคำว่าร้องไห้ให้ใครเห็นหรอกค่ะ โดยเฉพาะกับเรื่องไร้สาระแบบนี้"
"ปากเก่งจังนะคะ..." พริมโรสยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเรย์ต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ซุปตาร์สาวใช้มือข้างหนึ่งยันทับผนังไว้ เป็นการกักตัวเรย์ให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ หัวใจของเรย์เต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "แต่เวลาเขิน คุณชอบกัดริมฝีปากตัวเองแบบนี้ทุกที รู้ตัวไหมคะ"
"ฉันไม่ได้เขิน!" เรย์ปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าแดงก่ำเป็นหลักฐานชั้นดีที่ปฏิเสธอย่างไรก็ไม่เนียน "ถอยออกไปเลยนะคะ คนอื่นมาเห็นเข้าจะเข้าใจผิดกันหมด"
"เข้าใจผิดอะไรคะ ในเมื่อสิ่งที่ฉันทำ... ฉันตั้งใจทำจริงๆ"
ประโยคกำกวมนั้นทำให้เรย์ชะงักไป ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและปากร้ายเริ่มปะทุขึ้นทีละน้อย เรย์ยอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าพริมโรสไม่ใช่แค่นักแสดงในสังกัด แต่ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอเกินกว่าขอบเขตของคำว่างานไปไกลโขแล้ว
ก่อนที่สถานการณ์จะเตลิดไปไกลมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้น พร้อมกับร่างของกานต์ที่ผลักประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"เรย์ ผมมีเรื่อง..." กานต์ชะงักกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ดวงตาคู่คมฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "อ้าว... คุณพริมโรสก็อยู่ด้วยเหรอครับ ผมนึกว่าคุณจะอยู่ห้องพักส่วนซุปตาร์เสียอีก มาทำอะไรลับหลังโปรดิวเซอร์แบบนี้ล่ะครับ หรือว่ากำลังสอนงานกันอยู่"
พริมโรสค่อยๆ ถอนตัวออกจากการกักขังเรย์อย่างช้าๆ ทว่าสายตาที่หันไปมองกานต์กลับเย็นชาเสียจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา เธอยกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"ถ้าฉันจะสอนงาน หรือจะทำมากกว่านั้น มันก็เรื่องส่วนตัวของฉันกับโปรดิวเซอร์ค่ะ ผู้กำกับกานต์ไม่คิดว่าตัวเองกำลังก้าวก่ายสิทธิ์ของคนอื่นไปหน่อยเหรอคะ" พริมโรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก
กานต์หน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อน "ผมก็แค่เป็นห่วงงานครับ กลัวว่าคุณพริมโรสจะเสียเวลากับคนไม่มีความสามารถ..."
"ระวังปากด้วยค่ะ!" เรย์ตวัดเสียงกร้าวด้วยความโมโห ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะก้าวออกไปจัดการผู้กำกับปากเสีย พริมโรสกลับยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับก้าวออกมายืนบังเรย์ไว้ข้างหลังราวกับแม่ไก่ปกป้องลูกนก ท่าทีนั้นทำให้เรย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
พริมโรสปรายตามองกานต์หัวจรดเท้าด้วยแววตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "คนไม่มีความสามารถ... คือคนที่เอาแต่เที่ยงนินทาคนอื่นลับหลังเพื่อกลบเกลื่อนความไร้น้ำยาของตัวเองค่ะ โปรดิวเซอร์เรย์สร้างผลงานระดับพันล้านมาแล้วกี่เรื่อง ส่วนคุณ... กานต์คะ ครั้งล่าสุดที่คุณกำกับหนังแล้วไม่เจ๊งเนี่ย มันกี่ปีมาแล้วคะ หืม?"
คำพูดเจ็บแสบตรงจุดทำให้กานต์หน้าซีดเผือด กำมือแน่นด้วยความโกรธจัด "คุณพริมโรส! อย่ามาลามปามผมนะ คุณเป็นแค่นักแสดง..."
"นักแสดงที่กำลังจะประกาศถอนตัวจากโปรเจกต์ทุกโปรเจกต์... ที่มีคุณเป็นผู้กำกับไงคะ" พริมโรสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังเด็ดขาดจนทุกคนในห้องอึ้งกิมกี้ "และบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะ ว่าต่อจากนี้ไป ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องโปรดิวเซอร์เรย์ ไม่ว่าจะเป็นวาจาหรือการกระทำ... ต้องผ่านฉันไปก่อน"
เรย์ยืนแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบหายใจไม่ออก เธอมองแผ่นหลังกว้างของซุปตาร์สาวที่ยืนหยัดปกป้องเธออย่างเปิดเผยต่อหน้าศัตรูตัวฉกาจ ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรุนแรงจนขอบตาร้อนผ่าว
กานต์กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย
เมื่อความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง พริมโรสจึงค่อยๆ หันกลับมามองเรย์ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กลับเจือด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยาก ดวงตากลมโตคู่นั้นทอประกายความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไปแล้ว
"มองหน้าฉันแบบนี้... เริ่มตกหลุมรักซุปตาร์คนนี้เข้าจริงๆ แล้วล่ะสิคะ โปรดิวเซอร์คนเก่ง" พริมโรสกระซิบเสียงหวาน ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เรย์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายหายไปกับบรรยากาศตรงหน้า
ทว่าในวินาทีที่หัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเรย์ก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติก
เรย์สะดุ้งสุดตัว รีบเบี่ยงตัวหลบสายตาหวานเยิ้มของพริมโรสเพื่อเอื้อมไปหยิบเครื่องมือสื่อสาร ทว่าเมื่อก้มลงมองหน้าจอ ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเวลานี้คือสายเรียกเข้าจากบุคคลที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว... หรืออย่างน้อยก็หายสาบสูญไปจากวงการตลอดกาล!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี 🍓
แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ•ตอนที่ 29
ความคลั่งรักที่เริ่มปิดไม่มิด
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แคสติ้งนี้... ขอสละสิทธิ์ไม่รักคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!