เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา•ตอนที่ 19

ความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวด

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของศรุตดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ ราวกับเสียงกะเทาะเปลือกไข่ที่ถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานี ร่างสูงโปรดในชุดสูทรุ่นสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะประชุมกระจกนิรکاری นัยน์ตาคมกริบที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นโลหะราคาแพงกวาดมองหน้าคินน์และรินรดาด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด รินรดายังคงนั่งหลังตรง สีหน้าของซีอีโอสาวนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก แม้ว่าบนหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดมหึมาในตอนนี้ จะปรากฏข้อความสีแดงฉานฟ้องสิทธิ์การเป็นเจ้าوของโปรเจกต์เกมอีสปอร์ตระดับพันล้านที่ถูกโอนย้ายไปยังบริษัทคู่แข่งอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ตามที "น่าเสียดายจริงๆ นะคะ... คุณรินรดา" ศรุตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ลากเสียงยาวอย่างจงใจ "ไม่นึกเลยว่าบริษัทมหาอำนาจอย่างพวกคุณ จะพลาดท่าให้กับช่องโหว่ทางกฎหมายเพียงแค่ไม่กี่บรรทัด เกมระดับร้อยล้านที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาแรมปี ในพริบตาเดียว... มันก็กลายเป็นอากาศธาตุไปซะแล้ว" คินน์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเก้าอี้ของหญิงสาวแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเกมเมอร์มือหนึ่งหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนเจย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน คินน์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้ศรุตขัดใจ "ช่องโหว่ทางกฎหมายเหรอครับ... ศรุต" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "หรือว่า... มันคือเอกสารปลอมแปลงที่นายแอบยัดไส้เข้าไปผ่านทางกรรมการผู้ถือหุ้นที่ถูกซื้อตัวไว้ต่างหากล่ะ" บรรยากาศในห้องประชุมดิ่งวูบลงทันที ศรุตชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "พูดจาระวังปากหน่อยดีกว่าครับ คุณคินน์... การกล่าวหาคนอื่นอย่างไร้หลักฐาน ในโลกธุรกิจเขาไม่เรียกว่าเท่หรอกนะ มันเรียกว่า 'คนแพ้พาล' ต่างหาก" ศรุตเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะหันไปสบตากับรินรดา "คุณรินรดาเองก็คงรู้ดีแก่ใจใช่ไหมล่ะคะว่า ตอนนี้อำนาจการตัดสินใจไม่ได้อยู่ในมือของคุณอีกต่อไปแล้ว หุ้นส่วนใหญ่ในโปรเจกต์นี้เซ็นโอนสิทธิ์ให้ผมเรียบร้อย โรงงานผลิตและเซิร์ฟเวอร์หลักกำลังจะถูกอายัดภายในสามสิบนาทีนี้... ถ้าไม่อยากให้อับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ก็ควรจะยอมรับความพ่ายแพ้แล้วเซ็นใบลาออกซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่านะคะ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้อสูทรécru ของเธออย่างใจเย็น หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับศรุตโดยตรง แววตานั้นว่างเปล่า ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ศรุตเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "พ่ายแพ้เหรอคะ...?" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณศรุตคะ คุณคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างฉัน 'รินรดา' จะยอมเอาอนาคตของบริษัทไปฝากไว้กับเอกสารที่ซื้อขายกันได้ด้วยเศษเงินกระจ้อยร่อยแค่นั้น" ศรุตขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่ายังไง...?" ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของทุกคนในห้องประชุมก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างกึกก้อง ไม่เว้นแม้แต่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศรุตเอง เสียงสั่นเตือนรัวเร็วจนน่ากลัว เจย์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง อ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งใบ พลางอุทานออกมาเสียงหลง "เฮ้ย...! นี่มัน... เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!" ศรุตหน้าถอดสี รีบควักโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูบ้าง ทันทีที่ปลดล็อกหน้าจอ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ตัวเลขสีแดงฉานจำนวนมหาสมุทรบนหน้าจอแสดงผลของตลาดหลักทรัพย์กำลังร่วงดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ หุ้นของบริษัทศรุตถูกเทขายทิ้งจนหมดหน้าตักในเวลาไม่ถึงสามวินาที! "เป็นไปไม่ได้...!" ศรุตหวีดร้องออกมาเสียงหลง ใบซีดเผือดจนไร้สีเลือด เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า "ใคร... ใครเป็นคนกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดนั่น! บริษัทของเราถือครองหุ้นใหญ่สามสิบเปอร์เซ็นต์นะ! ใครมันจะมีเงินทุนมหาศาลขนาดที่จะเทคโอเวอร์ในพริบตาเดียวได้!" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากซีเอorsement สาวผู้กุมอำนาจเงินตราแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ศรุตช้าๆ เสียงส้นสูงกระทบพื้นกระจกดัง กัป... กัป... กัป... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะของฝ่ายตรงข้าม "เงินทุนมหาศาลเหรอคะ?" รินรดาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าศรุต ระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสีเข้มจ้องมองศรุตราวกับพญาเสือที่กำลังมองเหยื่อในกำมือ "คุณคงลืมไปสินะคะว่า... เกมการเงินไม่ได้เล่นกันด้วยเล่ห์เหลี่ยมสกปรกอย่างเดียว แต่มันเล่นกันด้วย 'ความหนาของกระเป๋าเงิน' ต่างหาก" คินน์เดินตามหลังรินรดามาติดๆ เขายกมือขึ้นกอดอก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนตามสไตล์เกมเมอร์ขาโหด "ช่วยไม่ได้นะครับ... ก็คนมันรวยอะเนี่ย จะทำยังไงได้ล่ะ นายคิดว่าการแอบขโมยข้อมูลไปจะทำให้ชนะได้จริงๆ เหรอศรุต นายมันก็แค่เด็กน้อยที่เล่นขายของในทุ่งลาเวนเดอร์เท่านั้นแหละ" ศรุตเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นห้องประชุมอย่างไร้เรี่ยวแรง มือทั้งสองข้างสั่นเทาขณะกำโทรศัพท์แน่นจนนิ้วซีดขาว "ไม่จริง... นี่พวกแก... วางแผนไว้หมดแล้วเหรอ!" รินรดาแค่นยิ้มเย็นชา เธอยื่นนามบัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้ลงไปตรงหน้าศรุตที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น "เกมที่คุณเล่นน่ะ... มันจบลงตั้งแต่คุณก้าวขาเข้ามาในห้องนี้แล้วล่ะค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด "และทางออกเดียวที่คุณเหลืออยู่ตอนนี้ ก็คือเตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่าหลายพันล้านได้เลยนะคะ" ศรุตเงยหน้าขึ้นมองรินรดาและคินน์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทิ้มจนพูดไม่ออก ในขณะที่คินน์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของศรุตด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ยินดีด้วยนะศรุต... นายได้สัมผัสกับความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ" ทว่า... ในจังหวะที่ความสะใจกำลังพีกถึงขีดสุด หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ตัวเดิมที่ควรจะดับลง กลับปรากฏภาพวิดีโอคอลปริศนาขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ ดังลอดออกมาจากลำโพง... และรอยยิ้มอันคุ้นเคยของใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้ (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ไอศกรีมมินต์ช็อก" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%