"ระบบความปลอดภัยทั้งหมดถูกล็อก... เริ่มนับถอยหลังการทำลายล้างข้อมูลบริษัท"
ตัวอักษรสีเลือดบนจอคอมพิวเตอร์พาดผ่านใบหน้าซีดเผือดของศรุต เสียงกริ่งเตือนภัยดังแสบแก้วหูจนทุกคนในห้องประชุมใหญ่ต้องยกมือขึ้นปิดหู รินรดาหรี่ตามองหน้าจอที่ไร้การตอบสนอง เธอสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวทั้งหมดไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น ขณะที่คินน์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ร่างสูงโปรดในชุดสูทลำลองก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคู่หมั้นสาวอย่างไม่เกรงกลัวต่อสถานการณ์วิกฤตเบื้องหน้า
"เล่นไม่ซื่อตั้งแต่รอบแรก จนปัญญาถึงขนาดต้องแฮกเซิร์ฟเวอร์ตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความผิดงั้นเหรอครับ ศรุต?" คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"หุบปากนะไอ้เด็กเล่นเกม!" ศรุตตบโต๊ะเสียงดังลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน เขากวาดสายตามองคณะกรรมการบริษัทที่เริ่มส่งเสียงฮือฮากันอย่างตื่นตระหนก "ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมครับ! ตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้เข้ามาบริหารและพาเด็กเส้นคนนี้เข้ามา บริษัทของเราก็มีแต่เรื่องฉิบหาย! ผมในฐานะรองประธานขอเสนอให้ลงมติ..."
"ไม่ต้องเสนออะไรทั้งนั้นค่ะ"
เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นอย่างเฉียบขาด รินรดาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่บนมุมปากเรียวสวย ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าคณะกรรมการทุกคนด้วยแววตาที่ทำให้คนถูกมองต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างไร้สาเหตุ
"คุณศรุตกำลังร้อนรนจนแสดงอาการน่าเกลียดออกมาเกินไปแล้วนะคะ" รินรดาปรายตามองเอกสารในมือที่หล่นอยู่บนพื้น "เอกสารการโยกย้ายเงินสดสามร้อยล้านบาทเข้าบัญชีลับที่เกาะคายิม... คุณคิดว่าดิฉันไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ เหรอคะ?"
ศรุตสะดุ้งสุดตัว สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดราวกับกระดาษทิชชู "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่เห็นรู้เรื่อง!"
"หลักฐานคาตาแบบนี้ ยังจะกล้าปฏิเสธหน้าด้านๆ อีกเหรอครับ?" เจย์ที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ส่งเสียงแทรกขึ้นมา พร้อมกับโยกแท็บเล็ตในมือโชว์เส้นทางการเงินที่ถูกส่งตรงไปยังอีเมลของกรรมการทุกคน "IP Address ที่ใช้แฮกเข้าระบบเมื่อกี้ มาจากห้องทำงานส่วนตัวของคุณศรุตชั้นบนสุดพอดีเป๊ะเลยล่ะครับ โป๊ะแตกแบบนี้... จะแก้ตัวว่าระบบมันรวนเองอีกไหมครับคุณรองประธาน?"
เสียงซุบซิบนินทาดังระงมขึ้นทันที คณะกรรมการหลายคนเริ่มหันไปกระซิบกระซาบและมองศรุตด้วยสายตาสมเพชและรังเกียจ
แต่ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะพลิกกลับมาอยู่ในกำมือของรินรดา ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของเลขาฯ ส่วนตัวของประธานกรรมการใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ถือซองเอกสารสีน้ำตาลสนิทพุ่งตรงเข้ามาหารินรดาด้วยความรีบร้อน
"ท่านประธาน... และคณะกรรมการทุกท่านค่ะ" เสียงของเลขาฯ สั่นเทา "มีคำสั่งด่วนที่สุดส่งตรงมาจากสำนักงานใหญ่ใหญ่เบื้องบน... สั่งพักงานคุณรินรดาจากตำแหน่งซีอีโอชั่วคราว เริ่มมีผลทันทีค่ะ!"
สิ้นคำประกาศนั้น ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิทราวกับป่าช้า รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ขณะที่ศรุตที่เมื่อครู่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม กลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจจนลั่นห้อง
"ฮ่าๆๆๆ! เป็นยังไงล่ะรินรดา! อำนาจเงินของตระกูลเธอไม่ได้ช่วยอะไรหรอกเมื่อเจอคำสั่งจากเบื้องบนที่แท้จริง!" ศรุตยืดอกขึ้นอย่างลำพองใจ หันไปทางคณะกรรมการ "เห็นไหมครับ! เธอถูกระงับการทำงานแล้ว! อำนาจการตัดสินใจทุกอย่างตอนนี้ตกเป็นของผม!"
คินน์ขมวดคิ้วแน่น รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อน มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของรินรดาไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ปลายนิ้วของเธอ แต่ทว่า... รินรดากลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกอย่างที่ศรุตคาดหวัง มุมปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและน่ากลัวเกินกว่าที่คนตกงานชั่วคราวจะมี
"คิดว่าแค่คำสั่งพักงานปลอมๆ นี้ จะทำให้ฉันล้มได้เหรอคะศรุต?" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ นิ่งสงบจนน่าขนลุก
"ปลอมอะไรกัน! นี่คือคำสั่งจากผู้ถือหุ้นใหญ่ระดับ..."
"ระดับที่ถือหุ้นแค่สิบเปอร์เซ็นต์อย่างคุณอาของคุณน่ะเหรอคะ?" รินรดาตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "น่าเสียดายจังนะคะ ที่คุณไม่รู้เลยว่า... ผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งที่ถือหุ้นใหญ่ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเครือบริษัททั้งหมด ยืนอยู่ตรงนี้ และกำลังมองดูพวกคุณเล่นตลกปาหี่กันอยู่"
ศรุตชะงักกึก รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า "วะ... ว่ายังไงนะ?"
รินรดาปรายตามองเลขาฯ ที่ถือซองเอกสาร ก่อนจะส่งสัญญาณมือเบาๆ ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดยักษ์หลังห้องประชุมที่เคยดับวูบไป ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับภาพวิดีโอคอลจากบุคคลปริศนาที่สวมหน้ากากและใช้เสียงดัดแปลง แต่ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลมหาเศรษฐีที่ปรากฏอยู่มุมจอนั้น... ทำให้กรรมการทุกคนถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
"สวัสดีครับทุกคน..." เสียงทุ้มต่ำจากหน้าจอดังขึ้นก้องห้อง "ผมคือตัวจริงของผู้ถือหุ้นใหญ่... และผมขอประกาศว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คนที่จะถูกถอดถอนและดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด... ไม่ใช่รินรดา แต่คือคุณศรุต และพวกพ้องทั้งหมดที่คิดจะฮุบกิจการของผม!"
ศรุตหน้าถอดสี ล้มฟุบลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความช็อกตาค้าง ร่างกายสั่นเทาทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับใคร
รินรดาหันมาสบตากับคินน์ที่ยืนยิ้มมุมปากอยู่ข้างๆ เธอกดโทรศัพท์มือถือในมือเพียงครั้งเดียว เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารสีดำสนิทก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้อง พร้อมกับข้อความยืนยันการโอนเงินสดมูลค่าหมื่นล้านบาทเพื่อซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในคลิกเดียว
"เกมนี้... จบเร็วกว่าที่คิดอีกนะคะที่รัก" รินรดาหันไปกระซิบเสียงหวานข้างหูคินน์
และในวินาทีที่ทุกลมหายใจหยุดนิ่ง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็บินมาจอดสนิทบนดาดฟ้าตึกสำนักงานใหญ่ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ที่ก้าวเข้ามาในห้องประชุมเพื่อปิดเกมนี้อย่างถาวร!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยซัพพอร์ตกันเสมอนะคะ!
เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา•ตอนที่ 29
ถูกระงับการทำงาน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!