“คุณคิดว่าเงินสิบล้านล้านบาท จะซื้อความเงียบจากปากฉันได้ไหมล่ะคะ คุณคินน์?”
เสียงหัวeาะเบาๆ ที่เจือด้วยความเย่อหยิ่งทว่าน่าหลงใหลดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าคมคายฉาบด้วยแสงไฟนีออนสลัวจากป้ายโฆษณานอกหน้าต่างที่สะท้อนเข้ามา หยดน้ำฝนด้านนอกกระทบกระจกเสียงดังซ่า ราวกับโลกใบนี้กำลังถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกด้วยพายุลูกใหญ่
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา หน้าจอโทรศัพท์มือถือของคินน์สั่นระรัวพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารที่ทำให้คนปากจัดอย่างเขาถึงกับพูดไม่ออก
**[ยอดเงินฝากเข้าบัญชี: 10,000,000,000 บาท]**
**[สถานะ: ทำการซื้อหุ้น 51% ของบริษัทศรุต กรุ๊ป สำเร็จเรียบร้อยแล้ว!]**
“บ้าไปแล้ว...” คินน์สบถลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบที่เคยใช้กวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลก ตอนนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตะลึง เขาไม่ได้ช็อกเพราะตัวเลขเงินมหาศาลนั่นอย่างเดียว แต่ช็อกเพราะยัยคุณหนูไฮโซจอมเผด็จการตรงหน้า เพิ่งใช้เวลาแค่สามวินาทีในการลบอาณาจักรของนายศรุต คู่แข่งตัวฉกาจที่คอยกลั่นแกล้งเขามาตลอด ให้กลายเป็นแค่เศษกระดาษ
“ฉันเตือนคุณแล้วนะคะ ว่าอย่าไปมีเรื่องกับคนที่เขามีอำนาจเงินมากกว่าสมอง” รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้ามาใกล้ร่างสูงที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่ รัศมีของความเย่อหยิ่งและอำนาจแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง “ทีนี้... ในเมื่อพายุข้างนอกมันตัดสัญญาณลิฟต์ และตึกนี้ก็เหลือแค่เราสองคน เรามาคุยกันในฐานะ ‘หุ้นส่วน’ คนใหม่ของศรุต กรุ๊ป ดีไหมคะ?”
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เขายืดตัวตรงเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นเยียบของฝนด้านนอกลอยแตะจมูก จนหัวใจของเกมเมอร์หนุ่มที่เคยนิ่งสงบในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์เงินล้าน กลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
“คุณทำแบบนี้ทำไม รินรดา?” คินน์หรี่ตามอง “ผมบอกคุณแล้วว่าเรื่องของศรุต ผมจัดการเองได้ ผมไม่จำเป็นต้องให้คุณเอาเงินหมื่นล้านมาละลายเล่นเพื่อช่วยผมหรอกนะ”
“ช่วยคุณเหรอคะ?” รินรดายิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เธอเอียงคอมองเขาด้วยท่าทางที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปเลยค่ะ คินน์ ฉันแค่ซื้อบริษัทนั้นเพราะรำคาญเสียงเห่าหอนของนายศรุตเวลาที่เขาพยายามจะมาจีบฉันต่างหาก ส่วนคุณ... ก็แค่องค์ประกอบส่วนเกินที่บังเอิญอยู่ในรัศมีที่ฉันกวาดล้างพอดี”
คำพูดเชือดเฉือนแบบไม่ไว้หน้าทำเอาคินน์เม้มปากแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ มือหนาเผลอเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน
“ปากดีนักนะ...” คินน์กระซิบเสียงต่ำ ใบหน้าคมเข้มโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนใส “ปากแบบนี้... ถ้าไม่ได้เอาไว้ด่าผม มันจะเอาไว้ทำอะไรได้อีกบ้างล่ะ”
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายใต้เกราะความเยชา กลับกระตุกวูบเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นคมที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเสน่ห์แพรวพราวแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวผู้ชายคนไหน ปกติแล้วมีแต่คนก้มหัวให้เธอ มีแต่คนยอมจำนนต่ออำนาจเงิน แต่นายเกมเมอร์จนตรอกคนนี้กลับกล้าท้าทายอำนาจของเธออย่างไม่เกรงกลัว
“ปล่อยค่ะ...” รินรดาพยายามดึงข้อมือกลับ แต่คินน์กลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้น บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดทางธุรกิจ กลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าอากาศในฤดูร้อน
“ไม่ปล่อยครับ... เอ๊ย! ไม่ปล่อยค่ะ!” คินน์เผลอหลุดปากพูดคำต้องห้ามตามความเคยชิน ก่อนจะรีบเปลี่ยนคำแทบไม่ทันเมื่อเห็นรินรดากลั้วหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเย้ยหยัน “หมายถึง... เรายังเคลียร์กันไม่จบ คุณจะหนีไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าฝนจะหยุดตก”
“คิดว่าฉันกลัวความมืดหรือไงคะ?” รินรดาท้าทาย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ “หรือจริงๆ แล้ว... คนที่กลัว ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณกันแน่ ที่ต้องมาติดอยู่ในห้องสองต่อสองกับผู้หญิงที่สวยและรวยที่สุดในประเทศตอนนี้?”
“หลงตัวเองเป็นบ้า...” คินน์พึมพำ แต่ใบหูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความมืด เขายอมปล่อยมือจากข้อมือเธอแล้วถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งสติ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างไร้มาด ทอดถอนหายใจยาวเหยียด “โอเค ยอมแพ้ คุณชนะแล้ว คุณหนูรินรดา อยากให้ผมทำอะไร ว่ามาเลย จะให้ไปกราบตีนศรุตหรือให้ไปคุกเข่าขอโทษคุณตรงไหน บอกมาได้เลย”
รินรดาเดินตามมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ขาเรียวไขว่ห้างอย่างสง่างาม สายตาคมกวาดมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นฉากหลัง
“ไม่ต้องไปกราบใครทั้งนั้นค่ะ...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนคินน์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง “สิ่งที่ฉันต้องการจากคุณ... ไม่ใช่การคุกเข่า แต่คือการร่วมมือ”
“ร่วมมือ?” คินน์ขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?”
“ฉันรู้ว่าเบื้องหลังการแข่งขันอีสปอร์ตระดับประเทศรอบสุดท้ายสัปดาห์หน้า มีกลุ่มทุนของศรุตคอยชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อล้มล้างชื่อเสียงของคุณ” รินรดาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตากดดันมองตรงมาที่เขา “และฉันก็รู้ด้วยว่า ฝีมืออย่างคุณ ถ้าไม่มีภาระเรื่องเงินและการดูแลแม่ที่ป่วย คุณคงตบหน้าพวกมันคว่ำคากล่องไปนานแล้ว”
คินน์ชะงัก ดวงตาคมกริบไหววูบ ข้อมูลเรื่องแม่ของเขาเป็นความลับที่แม้แต่เจย์เพื่อนสนิทก็รู้ไม่ทั้งหมด แต่ผู้หญิงคนนี้กลับสืบรู้มันจนหมดเปลือกภายในเวลาไม่กี่วัน
“คุณสืบเรื่องผม...” คินน์เสียงแข็งขึ้น
“ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าบังเอิญหรอกนะคะ คินน์ มีแต่คำว่า ‘ลงทุน’ และ ‘ผลตอบแทน’ ” รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม รอยยิ้มที่ดูอันตรายที่สุดในโลกแต่ก็ดึงดูดใจที่สุดในเวลาเดียวกัน เธอยื่นสมาร์ทโฟนหรูหน้าจอเปิดค้างไว้ที่หน้าสัญญาบางอย่างมาตรงหน้าเขา “เซ็นสัญญานี้ซะ แล้วฉันจะดึงสิทธิ์การจัดแข่งทั้งหมดมาไว้ในมือเรา เปลี่ยนจากคนที่เคยโดนเหยียบย่าม ให้กลายเป็นราชาแห่งวงการเกมที่แม้แต่คนทั้งประเทศต้องก้มหัวให้”
คินน์ก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นรัวแรง ไม่ใช่เพราะตัวเลขเงินในสัญญา แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น—ความรู้สึกที่ว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อทำลายเขา แต่เธอเข้ามาเพื่อยืนเคียงข้างในฐานะผู้ควบคุมเกมที่แท้จริง
นิ้วเรียวของเขายื่นไปแตะที่หน้าจอ เตรียมจะกดเซ็นชื่อลงไป แต่ทว่า...
*ติ๊ง!*
จู่ๆ ไฟฉุกเฉินทั่วทั้งตึกก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ให้ใกล้ชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ในระยะประชิด
และก่อนที่คินน์จะทันได้ตั้งตัว เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังบานกระจกท่ามกลางความมืดมิด—บุคคลที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลาวิกาลนี้เด็ดขาด!
“คุณรินรดาครับ... ผมเองครับ ศรุต... ผมรู้ว่าคุณยังอยู่ในนั้น เปิดประตูให้ผมหน่อยเถอะครับ เรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่องหุ้นร้อยละ 51 นั้น”
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนคินน์กลับยิ้มเยาะออกมาในความมืด ดวงตาส่องประกายความอันตรายวับวาว
**[ยอดเงินในบัญชีอาจจะซื้อบริษัทได้ แต่ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ กำลังจะเข้ามาทำให้เกมสนุกยิ่งกว่าเดิม!]**
**[หรือว่า... แผนการทั้งหมดของศรุต จะมีหนอนบ่อนไส้ที่ซ่อนอยู่ลึกกว่าที่คิด?]**
**[คลิกอ่านตอนที่ 8 ต่อทันที เพื่อดูบทลงทัณฑ์สุดสะใจที่รินรดาเตรียมไว้ต้อนรับไอ้สารเลวคนนี้!]**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา•ตอนที่ 7
ติดฝนกับคนน่ารำคาญ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!