"พูดจบหรือยังคะ? ถ้าพ่นน้ำลายใส่หน้าคนอื่นจนพอใจแล้ว ช่วยกรุณาถอยไปให้พ้นทางด้วยค่ะ รองเท้าแบรนด์เนมราคาหลักแสนของดิฉัน คงไม่อยากแปดเปื้อนเศษฝุ่นจากปากคนไม่มีมารยาทหรอกนะคะ"
เสียงหวานใสที่เจือความเยียบเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นกลางห้องจัดเลี้ยงสุดหรู รินรดาปรายตามองคุณชายตระกูลดังที่ยืนหน้าชาด้วยหางตา นิ้วเรียวยาวบรรจงปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทสั่งตัดพิเศษของคินน์อย่างทะนุถนอม ราวกับสิ่งที่เพิ่งถูกเหยียดหยามเมื่อครู่ไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่เป็นแค่ฝุ่นผงไร้ค่าริมถนน
บรรยากาศในงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์การกุศลที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงดนตรีคลาสสิก กลับเงียบกริบลงในชั่วพริบตา สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมายังจุดเกิดเหตุ ศรุตยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ที่มุมห้อง โดยมีกลุ่มไฮโซเซเลบยืนล้อมรอบคอยสมน้ำหน้า คินน์ที่เพิ่งถูกสบประมาทว่าเป็นแค่ "เด็กติดเกมไร้อนาคตที่เกาะผู้หญิงกิน" กลับไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม... มุมปากหยักลึกของเซียนเกมเมอร์อันดับหนึ่งกลับยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มที่เจย์ เพื่อนสนิทผู้รู้ไส้รู้พุงเห็นแล้วต้องถอยกรูดด้วยความเวทนาแทนคู่กรณี
"นั่นสินะครับ..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย มือคว้าแก้วแชมเปญราคาแพงจากถาดของบริกรมาถือเล่น "ผมมันก็แค่เกมเมอร์กระจอกๆ ที่หาเงินเลี้ยงปากท้องไปวันๆ ไม่ได้มีเชื้อสายท่านเจ้าสัวคอยหนุนหลัง หรือมีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไว้ให้ผลาญเล่นเหมือนคุณ... ว่าแต่ คุณหญิงแม่ท่านรู้ไหมครับว่าเงินที่คุณเอามาซื้อสูทใส่ยืนอวดรวยในงานนี้ เป็นเงินจากบริษัทกงสีที่แอบยักยอกมาโปะหนี้พนันสนามม้า?"
"แก! พูดจาพล่อยๆ แบบนี้มีหลักฐานหรือไงวะ!" คุณชายไฮโซหน้าถอดสี ตะคอกกลับเสียงสั่นเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
"หลักฐานน่ะมีแน่ค่ะ และคิดว่าคงจะส่งตรงถึงมือบอร์ดบริหารของคุณพ่อคุณในอีกสาม... สอง... หนึ่ง..."
รินรดาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียابนิ่ง พร้อมกับยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนหรู ทันทีที่คำว่า 'หนึ่ง' หลุดจากริมฝีปาก โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของชายหนุ่มไฮโซก็สั่นรัวไม่หยุดราวกับเจ้าเข้า ท่ามกลางสายตานับร้อยที่เริ่มซุบซิบนินทาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ฮัลโหล... ว่าไงนะพ่อ! เฮ้ย! นี่มันเรื่องเข้าใจผิด..." เสียงปลายสายที่ตะโกนด่าทอดังลอดออกมาจนคนรอบข้างได้ยินชัดเจน ใบหน้าที่เคยเชิดหยืดหยดเมื่อครู่ซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้าไปตบไหล่ชายผู้เคยอวดดีเมื่อครู่สองสามครั้งเบาๆ เชิงให้กำลังใจ แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"โลกของพวกคุณมันแคบเกินไปหน่อยนะฃคะ คิดว่าใช้เงินซื้อได้ทุกอย่าง ยกเว้นสมองกับศักดิ์ศรี... อ้อ รบกวนช่วยเก็บของแล้วไสหัวออกจากงานนี้ทีค่ะ พอดีอากาศเริ่มเหม็นกลิ่นคนถังแตกขึ้นมาเรื่อยๆ แล้ว" รินรดาเสริมต่อด้วยประโยคเชือดเฉือนที่ทำเอาคู่กรณีแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
ศรุตที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ไกลๆ หน้าตึงเปรี๊ยะ ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน มือที่ถือแก้วไวน์กำแน่นจนสั่นเทา ไม่คิดว่าคู่หมั้นสาวสายเปย์คนนี้จะเด็ดขาดและพลิกเกมได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
คินน์หันมาสบตากับรินรดา ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันด้วยเคมีที่เข้าขาและแสนจะลงตัว รินรดายกมือขึ้นคล้องแขนแกร่งของคู่หมั้นหนุ่มอย่างสนิทสนม เตรียมจะเดินผ่านกลุ่มคนพวกนั้นไปอย่างไร้เยื่อใย
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้ว เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังขึ้นจากด้านหลังสุดของห้องจัดเลี้ยง
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมกับการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดสวมแว่นตาดำนับสิบชีวิตที่เดินแหวกฝูงชนเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ไว้ทั้งหมด รอยยิ้มปริศนาบนใบหน้าของแขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นทำให้รินรดาถึงกับชะงักฝีเท้า
"เล่นสนุกกันพอหรือยังครับ... คุณหนูรินรดา คินน์" ชายคนนั้นเอ่ยชื่อทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศในงานดิ่งวูบลงในพริบตา "พอดีว่าทางผม... มีข้อเสนอ 'ล้มละลาย' ที่น่าสนใจกว่านี้มาร่วมแจมด้วยครับ"
ไอศกรีมมินต์ช็อกหวังว่ารี้ดทุกคนจะตื่นเต้นและพร้อมฟาดฟันไปกับความลับระทึกขวัญในตอนต่อไปนี้นะคะ!
เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา•ตอนที่ 14
ปะทะฝีปากกับคนไฮโซ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!