"ถ้าคิดว่าเงินแปดหลักจะซื้อศักดิ์ศรีของฉันได้ คุณก็คงประเมินมนุษย์ต่ำเกินไปแล้วล่ะค่ะ ท่านซีโอเอ็ม..."
เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่เจือด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันระดับปวดยะเยือกภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าสิบของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บัตรสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่เพิ่งถูกวางลงบนโต๊ะประชุมหินอ่อนยังคงสะท้อนแสงไฟนีออนระยิบระยับ คินน์ก้มมองมันสลับกับใบหน้าเรียบเฉยราตุรูปปั้นน้ำแข็งของรินรดา หญิงสาวผู้กุมอำนาจเม็ดเงินมหาศาลไว้ในกำมือ ดวงตาคู่คมกริบของเธอนิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันที่ทำเอาผู้บริหารอาวุโสหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงติดค้างอยู่ในห้วงความคิด คินน์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบมองไปยังบัตรสีดำสนิทบนโต๊ะสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนสนิท หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกประหลาดที่ยากจะอธิบาย—มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความรู้สึกท้าทายที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาจากก้นบึ้งของสัญชาตญาณนักล่า เกมเมอร์หนุ่มผู้ไม่เคยสยบให้ใครผู้มีฉายา "Kinn_The_Reaper" กำลังเผชิญหน้ากับบอสใหญ่ที่ทรงพลังที่สุดในชีวิตจริง
ศรุต ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เขากระแอมเบา ๆ สองครั้งเพื่อเรียกคืนสมาธิของที่ประชุม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่จงใจให้ทุกคนได้ยิน
"นี่คุณคินน์... ทางเราให้เกียรติเชิญคุณมาถึงที่นี่ ไม่ใช่เพื่อให้มานั่งเงียบมองหน้าท่านซีอีโอนะคะ บัตรวงเงินไม่จำกัดในมือนั้น คือข้อเสนอเดียวที่คุณควรจะก้มหน้ารับ แล้วเซ็นสัญญาถอนตัวจากการแข่งขันซะ ปล่อยให้มืออาชีพเขาบริหารวงการเกมต่อเถอะค่ะ อย่าดึงดันให้ตัวเองต้องหมดอนาคตเลย"
คำพูดของศรุตเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง เจย์ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ คินน์รีบเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อเพื่อนสนิทเบา ๆ เป็นเชิงห้ามปราม พร้อมส่งสายตาร้อนรนมาให้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าข้อเสนอนี้มาพร้อมกับเงื่อนไขที่โหดร้ายแค่ไหน การเซ็นสัญญาฉบับนั้นเท่ากับการยอมรับความพ่ายแพ้และขายวิญญาณให้กลุ่มทุนสีเทา
ทว่า คินน์กลับไม่แสดงอาการหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวก ๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่น่าฟังนั้นกลับสร้างความหนาวเหน็บให้แก่ผู้ฟังได้อย่างประหลาด
"มืออาชีพเหรอคะคุณศรุต?" คินน์ทวนคำ ลากเสียงยาวด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "คนที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างแม้กระทั่งชัยชนะเนี่ยนะที่คุณเรียกว่ามืออาชีพ? น่าขันสิ้นดี..."
"ปากดีนักนะแก!" ศรุตตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนเอกสารกระจัดกระจาย "คิดว่าตัวเองเป็นใครวะ แค่เด็กเล่นเกมกระจอก ๆ ที่บังเอิญดังชั่วข้ามคืน กล้าดียังไงมาพูดจาทับถมคนระดับฉัน!"
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นจนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ บอร์ดบริหารหลายคนเริ่มแสดงสีหน้าตื่นตระหนก มีเพียงรินรดาเท่านั้นที่ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์หรูจ้องมองคินน์อย่างพิจารณา เธอไม่ได้ห้ามปรามศรุต และไม่ได้โกรธเคืองคำพูดอวดดีของชายหนุ่มตรงหน้า ตรงกันข้าม... แววตาคู่นั้นกลับประกายความสนใจบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"คุณคิดว่าตัวเองเก่งมากสินะคะ... คุณคินน์" ในที่สุด รินรดาก็ยอมปริปากพูด น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องเงียบกริบเพื่อรอฟัง "ความมั่นใจของคุณ มันมีมูลค่าพอกับผลกำไรที่บริษัทฉันจะเสียไปหรือเปล่า?"
คินน์หันขวับไปสบตากับซีอีโอสาวทันที ไม่มีร่องรอยของความเกรงกลัวในแววตาคู่นั้น มีเพียงประกายไฟแห่งการท้าทายที่ลุกโชน
"ถ้าคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะครับ... อ้อ, ค่ะ!" คินน์เกือบหลุดปากพูดคำคุ้นเคยออกไป แต่ก็รีบเปลี่ยนคำลงท้ายให้สุภาพตามมารยาททันที แม้สถานการณ์จะเดือดดาลแค่ไหนก็ตาม "ฉันหมายถึง... ท่านซีอีโอผู้สูงศักดิ์สนใจจะลองเล่นเกมกับเด็กกระจอกคนนี้สักตาไหมล่ะคะ?"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องถึงกับอ้าปากค้าง รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ส่วนศรุตถึงกับหลุดหัวเราะร่าออกมาดังลั่น
"ฮ่าๆๆๆ! แกมันบ้าไปแล้วแน่ ๆ คินน์! ท่านซีอีโอเนี่ยนะจะมาเล่นเกมกับแก? รู้จักหน้าที่ตัวเองบ้างเถอะวะ!"
"ทำไมล่ะคะ กลัวเหรอ?" คินน์ยิ้มกริ่ม ทอดสายตามองรินรดาด้วยความท้าทายเต็มพิกัด "ถ้าคิดว่าฉันไม่มีปัญญาชนะ ก็แค่รับคำท้าแล้วเอาบัตรดำของคุณคืนไป แต่ถ้าฉันชนะ... คุณต้องยกเลิกสัญญาผูกขาดทั้งหมด แล้วปล่อยให้วงการเกมเป็นของคนที่รักมันจริง ๆ ไม่ใช่พวกนายทุนหน้าเงิน!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องไปยังรินรดา ลุ้นระทึกว่าซีอีโอสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครจะตอบสนองอย่างไรต่อคำท้าทายที่อวดดีถึงเพียงนี้ รินรดานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นิ้วเรียวสวยเคาะเบา ๆ บนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคินน์กระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้
"น่าสนใจดีนี่คะ..." รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนน่าขนลุก เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้คินน์ทีละน้อย จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ "ในเมื่อคุณมั่นใจในฝีมือตัวเองนัก ฉันก็จะจัดให้ตามคำขอ... แต่ถ้าคุณแพ้ คุณจะต้องมาเป็นเบ๊ส่วนตัวเซ็นสัญญาทำงานรับใช้ฉันไปตลอดชีวิต กล้าพอไหมล่ะคะ?"
คินน์ชะงักไปนิดเมื่อได้ยินเงื่อนไขนั้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยแตะจมูกพร้อมกับสายตาคมกริบทรงอำนาจที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา มันเป็นความใกล้ชิดที่อันตรายและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด
ก่อนที่คินน์จะทันได้เอ่ยปากตอบรับ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของเธซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านซีอีโอคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักทั้งหมดกำลังถูกแฮกจากบุคคลปริศนา และข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏบนหน้าจอตอนนี้... คือสัญลักษณ์รูป 'มินต์ช็อก' ค่ะ!"
รินรดาหันขวับไปมองหน้าจอโปรเจกต์เตอร์กลางห้องทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อพิกัดการโจมตีที่ปรากฏบนหน้าจอ... กลับพุ่งตรงมาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กที่วางอยู่บนฝ่ามือของคินน์!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความแซ่บและร่วมลุ้นไปกับคู่กัดคู่นี้เสมอนะคะ!
เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา•ตอนที่ 2
สงครามน้ำลายกลางห้องประชุม
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!