แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังสนั่น *ปัง!* แรงสะเทือนนั้นมากพอที่จะทำให้แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะสั่นระริก กาแฟสีเข้มกระฉลออกมาเล็กน้อยเปรอะเปื้อนขอบแก้ว ขณะที่เจ้าของโต๊ะอย่าง ‘คินน์’ เกมเมอร์อันดับหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือฉกาจและฝปากจัดจ้านไม่แพ้ใคร ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์เกมมิ่งสเปกแรง แววตาคมกริบฉายแววคุกกรุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย
"หมายความว่ายังไงครับ... เอ๊ย หมายความว่ายังไงคะ เจย์?" คินน์เกือบจะเผลอหลุดคำผู้ชายออกมาตามความคุ้นชิน แต่รีบดึงสติปรับน้ำเสียงให้เข้ากับสถานการณ์ตรงหน้าทันที
ดวงตาคู่คมตวัดมองเพื่อนสนิทและมันสมองของทีมอย่าง ‘เจย์’ ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างโต๊ะ มือสั่นเทาจนแทบถือแท็บเล็ตไม่อยู่
"ไม่ใช่ฉันนะเว้ยคินน์!" เจย์ละล่ำละลักปฏิเสธทันที สีหน้าตื่นตระหนกจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก "นั่น... สั่งตรงมาจากห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุด โน่น! ท่านประธานคนใหม่เพิ่งมารับตำแหน่งวันนี้ แล้วคำสั่งแรกที่ส่งลงมาเล่นเอาพวกเราทั้งแผนกเกมและพัฒนาซอฟต์แวร์แทบกระอักเลือดเลยล่ะ!"
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดื้อรั้นตามสไตล์คนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขากอดอกแน่น เอนหลังพิงพนักเก้าอี้เกมมิ่งอย่างไม่ี่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น
"ประธานคนใหม่เหรอ? จะเป็นใครหน้าไหนก็ช่างเถอะ ฉันเพิ่งพาโปรเจกต์นี้ชนะการแข่งขันระดับอินเตอร์มาหมาดๆ งบประมาณที่ขอไปมันคือสิ่งที่ต้องใช้ขับเคลื่อนทีม ไม่ใช่เอาไปละลายเล่น ถ้าคิดจะมาสั่งตัดงบส่งเดชแบบนี้... ฝันไปเถอะ!"
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สมส่วนจากการออกกำลังกายและนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แผ่รังสีความดุดันออกมาอย่างชัดเจน เขามั่นใจในฝีมือตัวเอง และยิ่งมั่นใจว่าไม่มีผู้บริหารคนไหนกล้าตัดแข้งตัดขาแผนกทำเงินของบริษัทตัวเองแน่—ยกเว้นแต่ว่าคนๆ นั้นจะสมองกลวงสิ้นดี
ทว่า เจย์กลับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาหวาดหวั่นมองข้ามไหล่ของคินน์ไปด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของรองเท้าส้นสูงที่กระทบกับพื้นหินอ่อนดัง *คลิก... คลิก... คลิก...* เป็นจังหวะจะโคน ทรงพลัง และเยือกเย็นจนน่าขนลุก
บรรยากาศภายในห้องทำงานรวมพลันเงียบกริบลงทันที ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง พนักงานหลายคนในแผนกที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานต่างพากันหยุดชะงัก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างระหงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญา
กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงลอยละลิ่วมาแตะจมูก พร้อมกับออร่าความกดดันระดับพรีเมียมที่ทำให้ห้องทั้งห้องแคบลงไปถนัดตา
‘รินรดา’ ซีอีโอสาวทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมอำนาจเงินตราและชะตากรรมของทุกคนในตึกนี้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมเฉียบราวกับถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความประณีตคู่นั้นเย็นชาไร้ความรู้สึก เธอมองตรงมาที่คินน์ด้วยหางตาก่อนจะหยุดยืนนิ่งห่างจากโต๊ะทำงานของเขาเพียงไม่กี่ก้าว
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้มต้อนรับ มีเพียงความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอจนคินน์ต้องหรี่ตาลงมองอย่างพินิจพิจารณา
"ปากดีไม่เบานี่" น้ำเสียงหวานแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน "คิดว่าทำเงินให้บริษัทได้นิดหน่อยแล้วจะเหิมเกริม ล้มล้างกฎระเบียบของฉันได้งั้นเหรอ คุณคินน์"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่ชอบขี้หน้าผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น ไม่ใช่แค่เพราะเธอสวยเกินกว่าจะเป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา แต่เป็นเพราะแววตาที่มองคนอื่นเหมือนมดปลวกนั่นต่างหากที่ทำให้ต่อมความหยิ่งทะนงในตัวเขาทำงานอย่างรุนแรง
"อ้อ... ประธานคนใหม่ที่ว่า ที่แท้ก็เป็นคุณหนูตระกูลดังที่เก่งแต่ใช้เงินซื้อทุกอย่างสินะคะ?" คินน์จงใจเน้นเสียงประชดประชัน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "ถ้าจะมาเพื่อสั่งตัดงบแผนกที่มีผลงานดีที่สุดในบริษัทล่ะก็ ฉันแนะนำให้เอาเวลาว่างไปเดินช็อปปิ้งกระเป๋าแบรนด์เนมเล่นดีกว่าค่ะ อย่ามาขวางทางคนทำงานจริงเลย"
สิ้นคำพูดนั้น เจย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสี รีบดึงชายเสื้อคินน์ยิกๆ เป็นเชิงห้ามปราม แต่คินน์กลับปัดมือออกอย่างไม่ใส่ใจ เขาสบตาคู่สวยนั้นกลับแบบไม่มีใครยอมใคร
รินรดาไม่โกรธ เธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยได้อย่างน่าทึ่ง มุมปากสวยเหยียดยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองสภาพโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เกมมิ่งราคาแพงระยับของคินน์ราวกับมันเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง
"ปากดีสมคำร่ำลือ... แต่คนเก่งที่ไร้ระเบียบวินัยในสายตาฉัน ก็เป็นแค่ตัวปัญหาที่ต้องกำจัดทิ้ง" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น้ำหนักคำพูดบาดลึกถึงกระดูก "งบประมาณที่คุณขอมาห้าสิบล้าน ถูกตัดเหลือศูนย์บาทตั้งแต่วินาทีที่คุณลืมตาตื่นขึ้นมาวันนี้แล้วค่ะ"
"คุณว่ายังไงนะ!" คินน์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ความอดทนที่ที่มีอยู่จำกัดขาดผึ่งลงทันที เขาพุ่งตัวเข้าไปประชิดโต๊ะ ดวงตาจ้องมองหญิงสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว "นั่นมันเงินลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มเกมอีสปอร์ตระดับชาติ! ถ้าไม่มีงบนี้ ทีมของฉันจะเอาอะไรไปแข่ง? คุณตั้งใจจะทำลายบริษัทตัวเองหรือไง?!"
"ฉันไม่ได้ทำลายบริษัท..." รินรดาขยับเข้าไปใกล้คินน์อย่างไม่เกรงกลัวความสูงและท่าทีคุกคามของเขา กลิ่นหอมเย้ายวนลอยเข้ามาชิดจนน่าโมโห ใบหน้าสวยเฉียบอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเกมเมอร์หนุ่ม "แต่ฉันกำลังจะ 'ล้างบาง' พวกอวดดีที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่าคำสั่งของฉันต่างหาก"
คินน์กัดฟันกรอด หัวใจเต้นแรงด้วยความโกรธจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่เคยเจอใครที่เย่อหยิ่งและใจดำเท่าผู้หญิงคนนี้มาก่อน เธอกล้าดียังไงมาเหยียบย่ำหยาดเหงื่อและแรงกายของเขาและลูกทีมด้วยตัวเลขในบัญชีเพียงไม่กี่ตัว!
"คุณมันก็แค่คนรวยที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่เข้าใจหรอกว่าความพยายามมันมีค่าแค่ไหน!" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความคับแค้นใจ
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยประกายวาววับด้วยความท้าทาย เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับคำดูถูกนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทของตัวเองอย่างใจเย็น
"ความพยายามเหรอ? หึ... ในโลกธุรกิจและความเป็นจริง ความพยายามมันไม่มีค่าเท่ากับเศษกระดาษหรอกค่ะ ถ้ามันไม่มี 'เงิน' ของฉันคอยหนุนหลัง" รินรดาเอียงคอบางเบา น้ำเสียงเย้ายวนแต่เชือดเฉือนดังขึ้นชิดริมหفกของเขา "ถ้าแน่จริง... ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะว่าคุณเก่งจริงโดยปราศจากเงินทุนของฉัน หรือว่าจะยอมก้มหัวแล้วคุกเข่าขอร้องให้ฉันเมตตาแต่โดยดีล่ะ?"
คำพูดท้าทายนั้นทำให้คินน์นิ่งงังไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า เขาเป็นคนที่ไม่เคยยอมแพ้ให้ใคร และคำว่า 'คุกเข่าขอร้อง' มันไม่มีวันเกิดขึ้นในพจนานุกรมของเซียนเกมเมอร์ขาโหดอย่างเขาเด็ดขาด!
"ฝันไปเถอะ..." คินน์ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ดุดันไม่แพ้กัน "ฉันจะหาเงินมาลงทุนเองโดยไม่พึ่งเงินโสโครกของคุณแม้แต่บาทเดียว!"
"ดี..." รินรดายิ้มเยาะอย่างพอใจ เธอถอยหลังกลับไปยืนในท่าทางสง่างามดังเดิม ก่อนจะควักกระเป๋าหนังดีไซน์หรูออกมาอย่างไม่รีบร้อน "จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีล่ะ เพราะต่อจากนี้... ฉันจะทำให้คุณรู้ซึ้งว่า อำนาจของเงินตรามันบดขยี้ศักดิ์ศรีจอมปลอมของคุณได้ราบคาบแค่ไหน"
พูดจบ เธอก็หยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขลิบทองคำแท้—บัตรแบล็กการ์ดวงเงินไม่จำกัดที่คนทั่วโลกต่างแย่งชิง—ออกมาจากกระเป๋าอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะทำงานของคินน์ต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยอะไรขัดจังหวะ เสียงเครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากลานจอดดาดฟ้าชั้นบนสุด แรงลมจากการพัดของใบพัดสะเทือนลงมาถึงกระจกห้องทำงานจนเกิดเสียงสั่นพาน รินรดาสบตากับเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คินน์ยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองที่สุมอก
แต่ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันธนาคารในโทรศัพท์มือถือของเจย์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เจย์หยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดจนแทบถลնออกมานอกเบ้า มือไม้สั่นเทาจนแทบทำโทรศัพท์ร่วงหล่นลงพื้น
"คินน์... มะ... มีคนโอนเงินเข้ามาในบัญชีบริษัทแล้ว..." เจย์ละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ "และยอดเงินที่โอนเข้ามา มันคือห้าพันล้านบาทถ้วน... จากบัญชีส่วนตัวของประธานรินรดา!"
คินน์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบมองไปยังบัตรสีดำสนิทบนโต๊ะสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนสนิท หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกประหลาดที่ยากจะอธิบาย
---------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่แวะมาโดเนตรอยยิ้มและกำลังใจให้ "ไอศกรีมมินต์ช็อก" คนนี้นะคะ! ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาด รับรองว่าความแซ่บและความฟินระดับพีกกำลังรอทุกคนอยู่เพียบค่ะ!
เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา•ตอนที่ 1
ประธานคนใหม่กับกฎเหล็ก
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ขาโหด ปะทะ บอสสาวผู้กุมอำนาจเงินตรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!