"ถ้ามึงยังก้าวขาเข้ามาในเขตแปลงกาแฟโรบัสต้าของกูอีกแม้แต่ก้าวเดียว กูจะเอาสายแลนชุบน้ำมนต์เก้าวัดฟาดหน้าผากให้วิญญาณหลุดออกจากร่างไปฟ้องยมบาลเลยนะไอ้เปรตหน้าหงส์!"
เสียงตวาดแหวด้วยความเหลืออดของรินดังสนั่นก้องไปทั่วผืนดินรกร้าง เธอไม่ได้ถือไม้เท้าหรือมีดพร้าเหมือนชาวสวนทั่วไป แต่ในมือข้างขวาของหญิงสาวกลับถือสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกยับเยินที่กำลังสั่นกระตุกอย่างรุนแรง พร้อมกับปล่อยกระแสไฟฟ้าสีฟ้าแลบแปล๊บๆ ออกมาจากพอร์ตชาร์จราวกับมันกำลังแปลงร่างเป็นดาบเลเซอร์ในหนังไซไฟ
บรรยากาศรอบตัวในยามวิกาลของ "ไร่กาแฟอาถรรพ์" นั้นวังเวงจนน่าขนลุก หมอกสีขาวจัดเคลื่อนตัวต่ำคลอเคลียไปกับยอดต้นกาแฟที่ใบร่วงโรยจนแทบไม่เหลือทรง ต้นไม้ใหญ่ในเงาดำทะมึนดูคล้ายอสูรกายกำลังแยกเขี้ยวใส่ผู้บุกรุก และไม่ใช่แค่คนเป็นเท่านั้นที่เข้ามารังควาน แต่พวกสัมภเวสีและวิญญาณเร่ร่อนในละแวกนี้ต่างก็จ้องจะมาสูบพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่สำรองที่เธอกู้ชีพขึ้นมาจากกองขยะในมิติลับ
เบื้องหน้าของริน เงาร่างโปร่งแสงสีเขียวคล้ำของชายชราคนหนึ่งกำลังลอยละลิ่วอยู่เหนือยอดต้นกาแฟ มันหัวเราะคิกคักด้วยเสียงแหบพร่าบาดแก้วหู ดวงตากลวงโบ๋มีหนอนไต่อย่างน่าสะพรึงกลัว มือยาวเก้งก้างพยายามจะคว้าจับกระเป๋าเป้ใบเก่งของเธอซึ่งบรรจุเมล็ดกาแฟสายพันธุ์พิเศษที่เพิ่งเก็บเกี่ยวและผ่านกระบวนการคั่วในมิติพิเศษมาหมาดๆ
*แกร๊ก... ซ่า...*
เสียงลำโพงบลูทูธราคาถูกที่เหน็บไว้ตรงเข็มขัดของรินส่งเสียงคลื่นแทรกออกมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบแหบต่ำ "นายหญิง... ระวังข้างหลัง... มันกำลังดึงสัญญาณไวไฟจากโทรศัพท์มือถือของผมไปใช้เปิดเพลงธรณีกรรแสงครับ!"
รินไม่รอช้า เธอพลิกข้อมืออย่างคล่องแคล่ว สะบัดสมาร์ตโฟนในมือที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันปราบผีในมิติลับ ปล่อยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าชุดใหญ่เข้าใส่เงาผีร้ายจนมันกรีดร้องโหยหวนร่างแตกสลายกลายเป็นควันสีดำลอยหายไปกับสายลม
แต่ทว่า ความวุ่นวายยังไม่ทันจางหาย เสียงฝีเท้าหนักแน่นเหยียบย่ำลงบนพื้นดินแห้งกรอบก็ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลิ่นอายของความเป็นชายชาตรีและกลิ่นเครื่องแบบทหารที่คุ้นเคย
พรึบ!
ลำแสงจากไฟฉายแรงสูงส่องสว่างวาบเข้าที่ใบหน้าของรินจนเธอต้องหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ ในขณะเดียวกัน ร่างสูงโปร่งของนายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบสนามพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้ มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนของเธอเพื่อดึงหลบวิถีพุ่งชนของเงาดำประหลาดที่เหลือรอดจากการปราบเมื่อครู่ พร้อมกับใช้ปืนพกประจำกายเล็งตรงไปยังพุ่มไม้เบื้องหน้าอย่างแม่นยำ
"หมอบลงครับริน!" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังสั่งการเฉียบขาด
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่ใช่เพราะผีร้ายตรงหน้า แต่เป็นเพราะผู้ชายที่จู่ๆ ก็โผล่เข้ามาคว้าตัวเธอไว้จนแผ่นหลังแนบชิดกับอกแกร่งคนนี้—เขาคือ **"ผู้กองศร"** นายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความระเบียบจัด ความกล้าหาญ และ... ความคลั่งรักเธอจนเพื่อนร่วมค่ายต้องเอือมระอา
"ผู้กอง! ใครใช้ให้คุณโผล่มาตัดหน้าตอนฉันกำลังจะปิดบัญชีวิญญาณเร่ร่อนพวกนี้เล่า!" รินโวยวายพร้อมกับสะบัดแขนออกจากการกุมมือของเขาเบื้องหน้าอย่างไม่สบอารมณ์นัก แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นกายสะอาดๆ ของสามีหนุ่มก็ตาม
ผู้กองศรลดปืนลงช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณที่เต็มไปด้วยเศษซากพลังงานวิญญาณ ก่อนที่ใบหน้าดุเข้มจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนทันทีที่หันมาสบตากับภรรยา เขาไม่สนใจเลยสักนิดว่าเมื่อครู่ตนเองเพิ่งจะเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในพื้นที่อาถรรพ์
"ผมได้ยินเสียงคุณโวยวายมาจากแปลงเกษตรท้ายไร่ เป็นห่วงแทบแย่ว่าจะมีไอ้หน้าไหนมาลวนลามคุณอีกหรือเปล่า... ว่าแต่คุณภรรยาครับ เมื่อกี้ใช้คาถาบทไหนเหรอ ทำไมผมถึงได้กลิ่นไหม้เหมือนหมูกระทะย่างไฟอ่อนๆ เลยล่ะครับ?" ผู้กองศรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเล็กน้อย พร้อมกับยื่นมือหนาไปปัดฝุ่นออกจากไหล่ให้รินอย่างเบามือ
รินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปราง 2 ข้างขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกเขาสายตาพะเน้าพะนอใส่ในสถานการณ์สยองขวัญแบบนี้ "หมูกระทะอะไรเล่าผู้กอง! นั่นมันวิญญาณสัมภเวสีโดนกระแสไฟฟ้าชาร์จแบตเตอรี่พาวเวอร์แบงค์ระเบิดใส่ต่างหาก... ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นแบบนี้ ทำไมไม่อยนอนเฝ้าค่ายทหารล่ะคะ... เอ้ย! ล่ะครับ?" เกือบหลุดปากพูดภาษาถนัดไปเสียแล้ว รินรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทัน
ผู้กองศรยิ้มกริ่ม ดวงตาพราวระยับด้วยความรักใคร่ เขาขยับเข้าไปใกล้จนรินต้องถอยหลังไปชนกับต้นกาแฟ "ก็ผมเป็นห่วงภรรยานะสิครับ งานขายเมล็ดกาแฟคั่วบดในตลาดมืดล็อตแรกเมื่อวานได้กำไรเป็นกอบเป็นกำจนพวกญาติฝั่งแม่สามีตัวดีเริ่มส่งสายสอดส่องมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกแล้ว ผมกลัวว่าจะมีใครแอบมาทำร้ายคุณในที่มืด... เลยต้องรีบควบมอเตอร์ไซค์วิบากฝ่าความมืดมาดูแลยอดดวงใจของผมไงครับ"
คำพูดหวานเลี่ยนที่ออกจากปากนายทหารหนุ่มร่างยักษ์ทำเอาบรรยากาศน่ากลัวของไร่กาแฟอาถรรพ์พลอยกรุ่นกลิ่นความหวานจนแทบจะกลายเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ รินค้อนขวับใส่เขาหนึ่งทีแก้เขิน แต่ริมฝีปากอิ่มกลับซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่อยิด
แต่แล้ว... ในจังหวะที่ผู้กองศรกำลังจะเอื้อมมือมาโอบเอวภรรยาเพื่อพาเดินกลับกระท่อมพัก เสียงปริศนาดังขึ้นมาจากเครื่องรับวิทยุสื่อสารรุ่นโบราณที่วางอยู่บนโคนต้นกาแฟ
*แกร๊ก... ซ่า... แคว่ก...*
เสียงสัญญาณคลื่นวิทยุขาดๆ หายๆ ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของผีร้ายตนเดิม แต่เป็นเสียงกระซิบที่แหบพร่าจนแทบขาดใจ และพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่ต้องเย็นเฉียบลงพร้อมกัน
*"ระวัง... ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณ... ไม่ใช่คนเป็น..."*
ผู้กองศรชะงักกึก รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอก้มมองเงาสะท้อนบนหน้าจอโทรศัพท์มือทรของตนเอง และพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า... เงาดำขนาดยักษ์ที่กำลังโอบกอดเธอนั้น ไม่ได้มีแค่ร่องรอยของสามีทหารหนุ่มเพียงคนเดียว แต่มันมีมือที่สาม... มือสีเขียวเน่าเปื่อยยาวผิดปกติกำลังวางทาบอยู่บนบ่ากว้างของผู้กองศรอย่างแนบเนียน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 2 นี้ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะสนุกและลุ้นระทึกไปกับความรักท่ามกลางดงผีสรางของคู่สามีภรรยาคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ไร่กาแฟอาถรรพ์: สัญญาณชีพจรที่ไร้เสียงหายใจ•ตอนที่ 2
ผู้กองหนุ่มกับพรหมลิขิตสุดหลอน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร่กาแฟอาถรรพ์: สัญญาณชีพจรที่ไร้เสียงหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
