"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณบุกรุก และผมไม่รับรองความปลอดภัย... ทั้งจากกฎหมายและจาก 'เจ้าของบ้าน' ตัวจริงนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้นด้วยความนิ่งสนิท ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มสุภาพ ร่างโปร่งในชุดลำลองยืนขวางทางเข้าประตูห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์โบราณเอาไว้เต็มความกว้าง ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังผู้บุกรุกยามวิกาลอย่างไม่เกรงกลัว
เบื้องหน้าของเขาคือชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับ เรือนผมถูกเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบ ใบหน้าหล่อเหลาแบบลูกครึ่งฉาบด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งและแววตารauญจน์ที่มองลงมายังธันวาด้วยความดูแคลน ร่างสูงโปร่งนั้นก้าวเข้ามาในอาณาเขตอันเงียบงันของคฤหาสน์เก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับเอกสารกองโตในมือ
"หึ เจ้าของบ้านตัวจริงงั้นเหรอ?" ชายแปลกหน้าหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงกวนประสาทและเต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย "พูดจาตลกดีนี่นาย น่าเสียดายนะที่กฎหมายเขาไม่สนเรื่องผีสางเทวดา... ฉันต่างหากล่ะคือทายาทสายตรงและเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของคฤหาสน์หลังนี้ หลานชายแท้ๆ ของคุณลุงผู้ล่วงลับ... ชื่อของฉันคือ 'กรณ์'"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปากร้ายๆ แอบพ่นลมหายใจออกมาอย่างนึกหมั่นไส้ ทว่าในใจกลับประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว หลานชายผู้หายสาบสูญไปนานนับสิบปี จู่ๆ ก็โผล่หัวมาในเวลาที่เขากับคุณธีร์กำลังปรับความเข้าใจและใช้ชีวิตสงบสุขในคฤหาสน์หลังนี้เนี่ยนะ? ช่างเป็นจังหวะเวลานรกเสียจริง
"อ๋อ... หลานชายผู้ประเสริฐ ที่ไม่เคยโผล่หัวมาดูแลสมบัติเก่าตอนที่มันใกล้จะพังเนี่ยนะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ชนิดที่คนฟังมีสะดุ้ง "พอคฤหาสน์เริ่มมีมูลค่า หรือมีข่าวลือเรื่องที่ดินทำเงิน ถึงได้รีบวิ่งแจ้นเอาเอกสารเน่าๆ มาอ้างสิทธิ์ น่าสมเพชดีนะครับ"
กรณ์หน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเย่อหยิ่งหุบฉับ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ธันวาด้วยความโกรธเกรี้ยว "ปากดีนักนะ! นายเป็นแค่คนรับจ้างดูแลบ้านกระจอกๆ มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้ใส่เจ้าของบ้าน ออกไปจากที่นี่ซะ! ฉันจะเข้ามาสำรวจทรัพย์สินของครอบครัวฉัน!"
ขณะที่กรณ์ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาหมายจะผลักธันวาให้พ้นทาง บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ก็พลันลดฮวบลงจนติดลบ อุณหติรอบตัวดิ่งวูบลงอย่างฉับพลันจนเกิดไอน้ำสีขาวออกจากริมฝีปาก แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลกะพริบถี่รัวราวกับกระแสไฟฟ้าขัดข้อง ก่อนที่เงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนจะปรากฏขึ้นเบื้องหลังธันวาอย่างเงียบเชียบ
ไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจนเส้นขนลุกชัน ธันวารับรู้ได้ถึงสัมผัสคุ้นเคย—ความอบอุ่นปนความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ที่โอบล้อมรอบตัวเขาไว้ แม้จะไม่มีร่างเนื้อ แต่มือเย็นเฉียบข้างหนึ่งก็เอื้อมมาแตะที่เอวของเขาเบาๆ ราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องจากสายตาของชายแปลกหน้า
*“กล้าดียังไง... มาเหยียบเรือนของฉัน แล้วยังบังอาจทำกิริยาต่ำทรามใส่คนของฉันอีก”*
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่ทรงอำนาจจนแก้วหูสั่นสะเทือนดังขึ้นก้องอยู่ในโสมประสาทของทุกคนในห้อง กรณ์ชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงในพริบตาเมื่อลมกรรโชกแรงพัดผ่านร่างทั้งที่หน้าต่างทุกบานปิดสนิท หนังสือและเอกสารในมือของกรณ์ปลิวว่อนกระจายเกลื่อนพื้นราวกับมีพายุขนาดย่อมโหมกระหน่ำ
ธันวาแอบอมยิ้มมุมปากนิดๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความหึงหวงและเกรี้ยวกราดของคุณธีร์ที่แผ่ออกมาจนห้องแทบแตก แม้จะปากร้ายใส่กันตลอดเวลา แต่เวลาแบบนี้... คุณธีร์นี่พึ่งพาได้และเท่เป็นบ้าเลยให้ตายสิ
"อะ... อะไรวะเนี่ย! ลมบ้าอะไรเนี่ย!" กรณ์ร้องลั่นด้วยความตกใจ หวาดกลัวจนก้าวถอยหลังไปชนกับชั้นวางของโบราณ เสียงกระจกแตกเพล้งดังสนั่น
ธันวาจึงถือโอกาสก้าวเข้าไปใกล้กรณ์อีกนิด โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นัยน์ตาดุดัน
"เห็นไหมล่ะครับ... เจ้าของบ้านเขาต้อนรับคุณซะขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่อยากกลายเป็นกระสอบทรายวิญญาณ ผมแนะนำให้ไสหัวออกไปก่อนที่คุณจะไม่มีโอกาสได้เดินออกไป... ด้วยขาตัวเองนะครับ"
กรณ์หน้าซีดเผือด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขาวิ่งหนีสุดชีวิต ร่างสูงล้มลุกคลุกคลานวิ่งหนีออกไปทางประตูหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งกองเอกสารไว้เบื้องหลัง
ความเงียบสงบกลับมาเยือนคอีกครั้ง ธันวายังคงยืนอยู่ที่เดิม ก่อนที่ร่างโปร่งแสงของคุณธีร์จะค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นเต็มตัวในระยะประชิด ใบหน้าหล่อเหลาดุดันบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองธันวาด้วยความหึงหวงและไม่พอใจ
"นายยิ้มอะไร หืม?" คุณธีร์เอ่ยเสียงเข้ม ขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะสิงร่าง "ไปยืนใกล้ไอ้หน้าตัวผู้นั้นทำไม อยากโดนมันแตะเนื้อต้องตัวนักหรือไง"
ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือออกไป (แม้จะทะลุผ่านความว่างเปล่าไปบ้างแต่ก็สัมผัสได้ถึงพลังงานอุ่นวาบ) แล้วแกล้งเอานิ้วจิ้มเบาๆ ที่อกเสื้อของคุณธีร์
"หึงผมเหรอครับคุณธีร์? หน้าตบะแตกหมดแล้วนะนั่น" ธันวายิ้มเย้าแหย่ แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "อีกอย่าง... ผมมีคุณคอยกันผี... เอ๊ย คอยปกป้องอยู่ทั้งคน ผมจะไปกลัวอะไรล่ะครับ"
คุณธีร์แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ใบหน้าโปร่งแสงขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก แม้จะพยายามตีสีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความเขินอายก็ตามที "ใครหึงนายกัน อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักนะธันวา ฉันแค่รำคาญพวกน่ารำคาญที่บุกรุกบ้านต่างหาก—"
ประโยคต่อมายังไม่ทันได้หลุดออกจากปากของคุณธีร์ ร่างสูงของคุณธีร์ก็ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสพลังงานแปลกปลอมอันทรงพลังพุ่งตรงเข้ามาจากประตูรั้วด้านนอก
ธันวาหุบยิ้มทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ไม่ใช่เสียงของคนธรรมดา... แต่เป็นแรงกระแทกจากพลังงานไสยเวทย์มืดมนที่ธันวารับรู้ได้ทันทีว่ามันอันตรายกว่ายัยหลานชายจอมปลอมเมื่อครู่คูณร้อยเท่า
ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวในชุดดำสนิท ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปกคลุมด้วยรอยแผลเป็นน่ากลัว ดวงตาส่องประกายสีแดงก่ำในความมืด และในมือเรียวเล็กนั้นกำลังถือตุ๊กตาอาคมที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน
"เจอตัวสักทีนะ... เจ้าคฤหาสน์จอมปลอม และ... แก ไอ้หนูหน้าโง่ที่บังอาจอาจหาญมาขวางทางพวกเรา"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ประตูมิติที่แปด" เสมอมานะครับ!
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 23
คนร้ายปรากฏกาย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!