คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 22

ความจริงจากอดีต

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"คุณคิดว่าคนเราตายเพราะอะไรครับ... อุบัติเหตุ โรคร้าย หรือความซวยแบบที่คุณกำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานเก่าคร่ำครึ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายของวิญญาณหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ ดวงตาคู่คมกริบไม่ได้ทอดมองสิ่งของรอบตัว แต่มันจับจ้องตรงมาที่ธันวาผู้กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าเรียบเฉย ธันวาปรายตามองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้บรรยากาศรอบตัวจะกดดันจนอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศา เขากลับแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ถ้าให้เดาจากหน้าตาบึ้งตึงของคุณ... คงไม่ได้ตายเพราะไหลตายบนกองเงินกองทองแน่ๆ ครับคุณธีร์" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามนิสัย "แต่ถ้าให้ผมทายจากความเรื่องมากของคุณตอนยังมีชีวิตอยู่... คุณอาจจะโดนใครสักคนเอาหมยัดปากแล้วเอาไปทิ้งแม่น้ำ เพราะความปากเสียของตัวเองมากกว่ามั้งครับ" คุณธีร์ตวัดสายตาคมกริบมองคนตรงหน้าทันที มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะแต่แววตากลับไหววูบด้วยประกายความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... ทั้งที่ในใจตอนนี้มือไม้สั่นไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไงครับ ธันวา" "ใครสั่น? ผมเนี่ยนะ?" ธันวาเถียงเสียงแข็ง ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นเรียวขาเจ้ากรรมกลับก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อร่างสูงโปร่งของคุณธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากวิญญาณเจ้าของคฤหาสน์แผ่ซ่านจนขนลุกซู่ คุณธีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นอายเย็นยะเยือกผสมผสานกับกลิ่นไม้จันทน์จางๆ ล้อมรอบตัวเขาไว้จนแทบ "อย่าเข้ามาใกล้เกินไปนะ... ผีบ้าอะไรเนี่ย ชอบฉวยโอกาสตอนคนอื่นเผลออยู่เรื่อย" ธันวาเอ็ดอุบ พยายามดันไหล่กว้างที่ว่างเปล่าแต่สัมผัสได้ถึงไอเย็นออกห่าง ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือของเขาไว้ รั้งให้ร่างเพิ่งตื่นตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นอกแนบชิดกับลาดไหล่ "ผมไม่ใช่ผีเร่ร่อนที่ไหน... และเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ คือสิ่งที่ผมไม่เคยบอกใคร แม้กระทั่งตอนที่ผมยังมีลมหายใจอยู่ก็ตาม" น้ำเสียงของคุณธีร์เปลี่ยนเป็นจริงจัง ไร้ซึ่งแววหยอกล้อ ธันวาชะงักไป ดวงตากลมโตมองสบเข้ากับนัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายมหาศาล ความโกรธเคือง ความแค้น และ... ความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนาน คุณธีร์ปล่อยมือจากข้อมือของธันวาก่อนจะหันหลังเดินไปหยุดอยู่หน้าบานหน้าต่างกระจกสีชา ทอดสายออกไปยังความมืดมิดของสวนด้านนอกคฤหาสน์ "คืนนั้น... ฝนตกหนักมาก" คุณธีร์เริ่มต้นเล่า น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าสะท้อนความหนาวเหน็บในอดีต "เสียงฟ้าผ่าคำรามดังสนั่นจนแทบกลบเสียงทุกอย่างในบ้านหลังนี้ ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดิม เอกสารกองโตที่ต้องสะสางก่อนรุ่งเช้า... แต่สิ่งที่มีค่ามากกว่างานเหล่านั้น คือเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินทั้งหมดของตระกูล" ธันวายืนฟังเงียบๆ ความตึงเครียดรอบตัวทำให้เขาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "คนเรามักคิดว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่ถือมีดอยู่ตรงหน้า... แต่จริงๆ แล้ว มันคือคนที่นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะ ยิ้มให้เราทุกวัน และรอเวลาที่เราเผลอต่างหากครับ ธันวา" คุณธีร์หันกลับมามอง ประกายตาคมกริบฉายแววเยียบเย็น "น้องชายต่างมารดาของผม... คนที่ผมคิดมาตลอดว่าเป็นเด็กอ่อนแอและต้องพึ่งพาผม เขาคือคนที่ถือถ้วยกาแฟแก้วนั้นมาให้ผมด้วยรอยยิ้ม" "กาแฟ... ใส่ยาพิษเหรอครับ?" ธันวาโพล่งถามด้วยความตกใจ "ฉลาดดีนี่ครับ" คุณธีร์ยิ้มหยัน "มันไม่ใช่ยาพิษที่ออกฤทธิ์ตายทันที แต่มันคือสารเคมีที่ค่อยๆ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงลงทีละน้อย... เพื่อให้มันดูเหมือนว่าผม ‘หัวใจวายเฉียบพลัน’ ตามธรรมชาติ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีบาดแผล มีเพียงร่างไร้วิญญาณที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะทำงาน และพินัยกรรมปลอมที่ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ธันวารู้สึกได้ถึงก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้เขาจะเป็นคนปากร้ายและเห็นแก่เงิน แต่เมื่อได้ยินเรื่องราวความโหดร้ายที่ถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุด หัวใจดวงน้อยกลับบีบรัดด้วยความเจ็บปวดแทนวิญญาณตรงหน้าอย่างประหลาด "แล้ว... ทำไมคุณถึงไม่ไปเกิด ทำไมถึงต้องทนติดอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ล่ะครับ" ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความยียวนกวนประสาทหายSพริบตา เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ปิดไม่มิด คุณธีร์ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนลมหายใจเย็นเฉียบปัดผ่านข้างแก้มของธันวา "เพราะผมยังไปไม่ได้..." คุณธีร์กระซิบแผ่วเบa นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา "จนกว่าผมจะทวงทุกอย่างคืน... และจนกว่าผมจะได้จัดการกับคนที่มันบังaอาจมาพรากทุกอย่างไปจากผม... รวมถึง..." นิ้วเรียวเย็นเฉียบของคุณธีร์ยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของธันวาอย่างแผ่วเบa สัมผัสนั้นทำให้ธันวาร่างแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "...จนกว่าผมจะได้ทำให้คนปากแข็งแถวนี้ ยอมรับเสียทีว่า... เป็นห่วงผมมากแค่ไหน" ธันวาเบิกตากว้าง หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอายปนความโมโหที่ถูกรู้ทัน เขายกมือขึ้นเตรียมจะผลักอกอีกฝ่ายออกพร้อมกับอ้าปากด่าทอ "นี่คุณ! ใครเป็นห่วงคุณกัน อย่ามาหลงตัวเอง..." ทว่ายังไม่ทันที่ธันวาจะได้พูดจบประโยค เสียงเคาะประตูดังปัง! สามครั้งติดกันก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ประโยคต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อบานประตูไม้เนื้อหนาถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดสูทสีดำสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ธันวาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว "ขอโทษที่รบกวนเวลาส่วนตัวนะครับ... พอดีผมได้ยินว่ามีคนกำลังพูดถึงเรื่องของ 'เจ้าของที่ดินตัวจริง' พอดีเลย" --- ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ จากใจ "ประตูมิติที่แปด" ครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%