คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 11

อันตรายที่คืบคลาน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
เสียงกระจกหน้าต่างชั้นล่างแตกละเอียดดังโคร้ง กวาดเอาความเงียบสงัดยามวิกาลของคฤหาสน์โบราณให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที ธันวาผะหนีสุดแรงเกิด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ขาทั้งสองข้างก้าววิ่งขึ้นบันไดวนไม้สักทองทีละสองขั้นอย่างไม่คิดชีวิต อะดรีนาลีนในร่างกายหลั่งทะลักจนหูอื้อตาลาย ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบแห่งการเอาตัวรอดที่กรีดร้องให้เขาหนีให้พ้นจากเงาดำที่กำลังคืบคลานเข้ามาในอาณาเขต *เพล้ง!* ตามมาด้วยเสียงฝเท้าหนักๆ หลายคู่ที่เหยียบย่ำลงบนพื้นปาร์เกต์ชั้นล่าง พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว และเป้าหมายของพวกมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร—คฤหาสน์หลังนี้มีสมบัติล้ำค่า หรือไม่ก็มีใครบางคนจ้างพวกมันมาเพื่อเก็บกวาดให้สิ้นซาก ธันวาพุ่งตัวเลี้ยวเข้าห้องนอนของตัวเองอย่างทุลักทุเล ก่อนจะกระแทกประตูปิดล็อกกลอนด้วยมือที่สั่นเทา ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกแต่ก็ยังมีความดื้อรั้นระคนอยู่ภายใน "ให้ตายสิ... นี่มันวันซวยอะไรวะเนี่ย!" ธันวาพึมพำสบถกับตัวเองเบาๆ พลางกวาดสายตามองหาทางหนีทีไล่ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับตัวไปไหน อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหนาวเยือกยะเยือกพัดวนเวียนอยู่รอบตัวราวกับมีพายุขนาดย่อมก่อตัวขึ้น ร่างสูงโปร่งในชุดสูทวินเทจสีเข้มปรากฏกายขึ้นกลางห้องอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นมองสำรวจสำตัวธันวาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือด "วิ่งหนีอะไรมาสภาพนั้นล่ะครับคุณหนูสมองนิ่ม หรือว่าวิ่งไปสะดุดขาตัวเองล้มหัวฟาดพื้นมาอีก" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นทันที ท่าทีสุขุมนุ่มลึกสวนทางกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ชายหนุ่ม—หรือวิญญาณเจ้าปัญหาที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคฤหาสน์—กอดอกพิงเสาเตียงด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ราวกับเสียงกระจกแตกข้างล่างเป็นเพียงเสียงแมวทำของตก ธันวาหันขวับไปมองค้อนใส่แทบไม่ทัน ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้จนอยากจะพุ่งเข้าไปหยิกแขนโปร่งใสๆ นั้นให้เนื้อเขียวสักที สองมือเท้าสะเอวทันทีแม้ตัวจะสั่นอยู่หน่อยๆ "นี่คุณธีร์! ข้างล่างเขากำลังจะพังบ้านเข้ามาปล้นอยู่แล้วนะ ยังจะมีอารมณ์มานั่งเหน็บแนมผมอีกเหรอ! ถ้าผมโดนพวกมันจับไปทำปุ๋ย คุณก็จะต้องเหงาเฝ้าบ้านหลังนี้ไปจนวิญญาณสูญสลายเลยนะรู้ตัวไหม!" คุณธีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากหยักลึกฉายแววเย้าแหย่ ดวงตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามกลบเกลื่อนความกลัวด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ "ต่อให้ผมเหงา อย่างน้อยโลกนี้ก็คงสงบสุขขึ้นเป็นกองตอนที่ไม่มีเสียงบ่นเจื้อยแจ้วของคุณคอยกวนประสาทผมทุกวี่ทุกวันหรอกครับ" "คุณธีร์!" ธันวาแยกเขี้ยวใส่ "จุ๊ๆ... เบาเสียงหน่อยครับเด็กโง่" คุณธีร์ขยับกายเข้ามาประชิดตัวธันวาในพริบตา ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อจนธันวาเผลอกลั้นหายใจ ใบหน้าคมคายของผู้ชายตรงหน้าโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสเย็นเยียบแต่ทว่ามั่นคงแตะลงที่กลุ่มผมนุ่มเบาๆ ก่อนที่มือเรียวยาวนั้นจะเอื้อมไปแตะกลอนประตูห้องที่กำลังส่งเสียงเขย่าจากด้านนอก "พวกมันไม่ได้มาปล้น" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นชาขึ้นจนธันวาขนลุกซู่ "แต่พวกมันมาหา *'ของที่ผมซ่อนไว้'*... และพวกมันกล้าดีมากที่เหยียบเข้ามาในเขตหวงห้ามของผมตอนตีสอง" ธันวาเบิกตากว้างเมื่อสังเกตเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของคุณธีร์ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ความซึนเดเระปากร้ายเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงวิญญาณเจ้าบ้านผู้ทรงอำนาจและอันตรายเกินกว่ามนุษย์คนไหนจะต่อกรได้ *ก๊อกๆๆ!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงพูดคุยหยาบโลนลอดเข้ามาจากด้านนอก "เฮ้ย! กูได้ยินเสียงคนวิ่งขึ้นมาทางนี้ แยกย้ายกันหาดูให้ทั่ว ถ้าเจอตัวจัดการเก็บให้หมด!" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวเผลอควชายเสื้อสูทของคุณธีร์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวระลอกใหม่ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงฝเท้าหลายคู่กำลังเดินตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเขา คุณธีร์เหลือบมองมือที่กำเสื้อของธันวาด้วยแววตาอ่อนลงวูบหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบศีรษะธันวาเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม—ถึงแม้คำพูดจะสวนทางก็ตาม "กลัวเหรอครับ?" คุณธีร์กระซิบถาม ชิดริมฝีปากลงกับใบหูของคนตัวเล็ก "ถ้ากลัว... ก็ซบลงมาตรงนี้สิครับ เดี๋ยวผมพาออกไปดูอะไรสนุกๆ" "ใครกลัวกันวะ! ผมแค่... แค่หนาวต่างหากเล่า!" ธันวาเถียงเสียงแข็ง ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเคือง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะสัมผัสวาบหวามที่อีกฝ่ายจงใจแกล้งกันแน่ ทว่า ก่อนที่ธันวาจะได้อ้าปากเถียงอะไรต่อ ประตูไม้บานหนาก็ถูกถีบเข้าอย่างแรงจนกลอนพังกระเด็น! ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สองคนสวมไอ้โม่งสีดำ ถืออาวุธมีดพกสั้นเดินย่างสามขุมเข้ามาด้วยแววตาดุดัน ธันวาผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ ทว่าคุณธีร์กลับก้าวออกไปยืนบังร่างของเขาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ทำให้คนที่มองรู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุมพรางแห่งความตาย "บังอาจนักนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานไปทั่วห้องราวกับเสียงคำรามของปีศาจ "ใครอนุญาตให้พวกแกเข้ามาเหยียบห้องนี้... หん?" ชายฉกรรจ์คนแรกชะงักกึก สีหน้าใต้หน้ากากไอ้โม่งฉายแววหวาดผวาเมื่อจู่ๆ อุณหภูมิในห้องก็ดิ่งฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความสับสนเพราะไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ในห้องนี้ แถมบรรยากาศยังประหลาดจนน่าขนลุก "เฮ้ย! แกเป็นใครวะ... ถอยไปซะ ไม่งั้นกูแทงแน่!" หนึ่งในโจรตะคอกเสียงสั่น พร้อมกับเงื้อมีดพุ่งตรงเข้ามาหมายจะแทงเข้าที่ลำตัวของคุณธีร์ "คุณธีร์ ระวัง!" ธันวาหลุดปากกรีดร้องด้วยความตกใจ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกรอบ มือคว้าท่อนแขนโปร่งใสไว้แน่นด้วยความลืมตัว ทว่า... ร่างของคุณธีร์กลับโปร่งแสงวาบหายไปจากตรงนั้นในเสี้ยววินาที! โจรคนดังกล่าวแทงลมเต็มแรงจนเสียหลักเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความงุนงง ขณะที่เพื่อนอีกคนเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นร่างของคุณธีร์ไปโผล่ยืนอยู่ด้านหลังของมันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "ช้าไปสามวินาทีนะครับ" เสียงกระซิบเยือกเย็นดังขึ้นข้างหูของโจรคนหลัง ก่อนที่ธันวาจะทันได้กระพริบตา โจรคนนั้นก็ถูกพลังงานบางอย่างกระแทกจนร่างลอยกระเด็นไปอัดกระแทกกับผนังห้องอย่างแรงจนสลบเหมือดคาที่! เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนธันวานิ่งอึ้ง ตาค้าง อ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก ความเท่และดุดันของคุณธีร์ในตอนนี้ทำเอาเขาเผลอใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่สถานการณ์ตอนนี้กำลังคอขาดบาดตายอยู่แท้ๆ คุณธีร์ปัดมือเบาๆ ราวกับปัดฝุ่น ปลายสายตาคมกริบหันกลับมามองธันวาที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "มองค้างแบบนี้... ตกหลุมรักความเท่ของผมเข้าแล้วล่ะสิครับคุณหนู" ธันวายังไม่ทันได้อ้าปากด่ากลับเพื่อกู้ฟอร์ม เสียงฝเท้าฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกSะจกหน้าต่างชั้นล่างแตกดังขึ้นอีกระลอกก็ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ไม่ใช่แค่สองคนนั้น... แต่ข้างล่างยังมีพรรคพวกของพวกมันอีกนับสิบคนที่กำลังแห่กันเข้ามาในคฤหาสน์! ดวงตาของคุณธีร์หรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไปแทนที่ด้วยประกายตาดุดันอำมหิต เขาหันไปมองหน้าประตูห้องที่เปิดโล่ง ก่อนจะหันกลับมามองธันวาที่กำลังหน้าซีดเผือด "ดูท่า... คืนนี้เราคงไม่ได้นอนกันแล้วล่ะครับ" คุณธีร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความตื่นเต้นระคนอันตราย ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยถามอะไร มือเรียวเย็นเฉียบของคุณธีร์ก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขา ออกแรงดึงเบาๆ ให้ก้าวตามไปติดๆ ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะพุ่งตัวออกจากประตูห้องเพื่อหลบหนีนั้นเอง... แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงสาดส่องเข้ามาที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้ทั้งธันวาและคุณธีร์ต้องชะงักกึก "อยู่นี่เอง! ล้อมพวกมันไว้ อย่าให้หนีรอดไปได้!" ไม่ใช่เสียงของโจรกลุ่มนั้น... แต่เป็นเสียงของใครอีกคนที่ธันวาคุ้นเคยดี และไม่คาดฝันที่สุดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความระทึกขวัญนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%