"ถ้าคุณยังทำตัวรุ่มร่ามใส่ผมแบบนี้อีกรอบ... ผมจะเอาเก้าอี้ฟาดหน้าคุณให้วิญญาณแตกซ่านไปเลยนะคุณธีร์!"
เสียงตวาดกร้าวของธันวาดังลั่นห้องรับแขกโบราณ ก้องกังวานจนฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศราวกับจะหยุดนิ่งตามอารมณ์คุกกรุ่นของเจ้าตัว ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความโมโหระคนกระดากอายจนใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัด มือบางกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ตรงหน้าเขาคือความว่างเปล่า... แต่ใครเล่าจะรู้ว่าในสายตาของธันวา ความว่างเปล่านั้นกลับมีร่างโปร่งแสงของชายหนุ่มในชุดสูทวินเทียมนั่งไขว่ห้างทำหน้ากวนประสาทส่งมาให้
คุณธีร์ปรายตามองท่าทีพองขนราวกับแมวสลิดกำลังโกรธด้วยรอยยิ้มมุมปาก ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านรอบตัวไม่ได้ทำให้ธันวากลัวเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะทำให้ไฟโทสะในอกลุกโชนขึ้นอีกเท่าตัว
"รุ่มร่ามตรงไหนกัน ธันวา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าเจือแววเย้าหยอกดังขึ้นในโสตประสาทของคนฟังโดยตรง มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและชวนให้ขนลุกซู่ทุกครั้งที่กระซิบอยู่ข้างใบหู "ผมแค่แสดงความเป็นเจ้าของในฐานะ... 'ผีเฝ้าบ้าน' ที่มีกรรมสิทธิ์ในตัวคุณแบบเบ็ดเสร็จต่างหาก"
"กรรมสิทธิ์บ้าบออะไร! ผมไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์โบราณนะเว้ย!" ธันวาตวาดกลับทันควันอย่างเหลืออด ขาเรียวก้าวเข้าไปประชิดพื้นที่ว่างเบื้องหน้า ท่าทางเอาเรื่องจนคนเป็นผีถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "จำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อกี้คุณทำอะไรลงไป! ไอ้การฉุดกระชากลากถูแล้วทำท่าจะจูบผมตอนที่ลูกค้าหนุ่มคนนั้นกำลังยื่นนามบัตรให้... มันเรียกว่าโรคจิตชัดๆ!"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาของคุณธีร์เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกริบที่วับวามด้วยความหึงหวงอย่างไม่คิดจะปิดบัง ร่างโปร่งแสงขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจนธันวาต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งรับ
"ไอ้เด็กหน้าอ่อนคนนั้นมันจ้องจะกินตับคุณตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้แล้ว ธันวา" คุณธีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีน้ำหนักตัว แต่ไอร้อนระอุที่แผ่ออกจากวิญญาณหนุ่มกลับทำให้ธันวารู้สึกราวกับถูกโอบล้อมด้วยเปลวไฟ "สายตาที่มันมองคุณ... มันไม่ได้มองเหมือนลูกค้า แต่มันมองเหมือนเหยื่อที่อยากจะกลืนกินลงท้อง"
"แล้วมันธุระอะไรของคุณเล่า! เขาจะมองผมยังไงมันก็เรื่องของผม ปากก็บอกว่าเป็นแค่ผีเฝ้าบ้าน แล้วทำไมต้องมายุ่มย่ามกับชีวิตส่วนตัวของผมด้วยวะ!" ธันวาเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงไปยังจุดที่คิดว่าเป็นใบหน้าของคุณธีร์อย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจข้างในจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป
"ก็เพราะผมเป็น 'เจ้าบ้าน' ไง!" คุณธีร์ตวาดสวนกลับ น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมปลาบจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย "และของทุกชิ้น สมบัติทุกตารางนิ้วในที่แห่งนี้... รวมถึงตัวคุณที่เป็นคนดูแลบ้านหลังนี้... อยู่ในความรับผิดชอบและสิทธิ์ขาดของผมแต่เพียงผู้เดียว!"
"บ้าไปกันใหญ่แล้ว..." ธันวาผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อแรงกดดันพุ่งสูงขึ้นจนหายใจติดขัด หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นแรงขึ้นอีกระลอกกับคำพูดแสดงความเป็นเจ้าของที่เกินเลยกว่าขอบเขต "คุณมันพวกเผด็จการ... เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด! ผมมาทำงานรับจ้างรีโนเวทคฤหาสน์นะ ไม่ได้มาขายวิญญาณให้คุณใช้งานแล้วยังต้องมานั่งรายงานเรื่องผู้ชายให้คุณฟังด้วย!"
"ถ้าไม่อยากรายงาน... ก็ลองจูบกับมันให้ผมดูสิ"
คำพูดท้าทายนั้นทำเอาธันวาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง
"คุณว่ายังไงนะ..."
"ผมบอกว่า ถ้าคุณคิดว่าสิทธิ์ของผมมันไร้สาระนัก ก็ลองก้าวขาออกไปแล้วตอบรับไมตรีไอ้เด็กนั่นดูสิ..." คุณธีร์ก้าวเข้ามาประชิดจนร่างโปร่งแสงแทบจะแนบชิดกับเนื้อตัวของธันวา ลมหายใจเย็นยะเยือกเป่ารดต้นคอจนเส้นขนลุกชัน ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยต่อมากลับเต็มไปด้วยความดุดันและหึงหวงจนน่ากลัว "แต่บอกไว้ก่อนนะ... ถ้ามันกล้าแตะต้องตัวคุณแม้แต่นลายเล็บ ผมจะทำให้วิญญาณมันต้องคำสาปจนไม่มีวันได้ผุดได้เกิดไปชั่วกัปชั่วกัลป์!"
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนเจ็บแปลบแปลกๆ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก คำพูดขู่ตะคอกที่เจือความหึงหวงอย่างดิบเถื่อนนี้... มันคืออะไรกันแน่? คนตายบ้าอะไร ถึงได้ขี้หึงหน้ามืดตามัวได้ขนาดนี้
"คุณ... คุณมันคนบ้า..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อตระหนักได้ว่า ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นแทบจะไม่มีเหลือ ร่างโปร่งแสงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แม้จะสัมผัสไม่ได้ถึงอุณหภูมิความอุ่นของร่างกาย แต่มนต์ขลังบางอย่างจากดวงตาคู่นั้นกลับดึงดูดให้ธันวาไม่กล้าแม้แต่จะเบือนหน้าหนี
"ใช่ ผมมันบ้า..." คุณธีร์กระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเหยียดหยันตัวเองชั่วแวบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความโหยหาที่ซ่อนเร้น "บ้าจนยอมไม่ได้... ที่จะต้องเห็นสายตาของใครมองคุณด้วยความเสน่หาแบบที่ผมอยากทำคนเดียว"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจของธันวาเต้นดังโครมครามจนกลบเสียงรอบข้างทั้งหมด เคมีที่ร้อนแรงและอึดอัดระหว่างคนเป็นกับวิญญาณหนุ่มแผ่ซ่านจนอากาศแทบจะหลอมละลาย ธันวาอ้าปากค้าง เตรียมจะเอachคำพูดเผ็ดร้อนเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวประหลาดนี้
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเถียงอะไรออกไป
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบานประตูไม้สักโบราณที่ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่สาม ซึ่งไม่ควรจะเข้ามาในเวลานี้เด็ดขาด!
"คุณธันวาครับ... พอดีผมลืม...!"
ร่างสูงสมส่วนของชายหนุ่มลูกค้ารูปหล่อคนเดิมก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มค้างเติ่ง ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นธันวากำลังยืนหน้าแดงก่ำ หอบหายใจสะท้าน อยู่ในระยะประชิดกับความว่างเปล่าที่แผ่ไอเย็นเยียบจนน่ากลัวกลางห้องรับแขก
ธันวาผะหนีสุดแรงเกิด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกขวัญปนความฟินครั้งนี้นะครับ
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 10
คนขี้หึงที่ไร้ตัวตน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!