คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 6

ข้อตกลงลับที่เริ่มหวั่นไหว

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โครม! เสียงกระชากบานประตูไม้สักทองดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนกำลังโหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอก แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงจนกรอบรูปโบราณบนผนังเอียงกระเท่เร่ ฝุ่นละอองที่เกาะตามซอกมุมร่วงกราวลงมาประหนึ่งละอองฝน ธันวาสูดหายใจเข้าลึก ภายในอกไหววูบด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว เขายังไม่ทันได้ตั้งสติว่าพลังงานอัปมงคลนอกห้องนั้นคืออะไร ร่างโปร่งแสงของคุณธีร์ก็เคลื่อนตัววูบผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วราวกับกระแสลมเย็นจัด แผ่นหลังกว้างในชุดสูทวินเทจยืนตระหง่านขวางหน้าประตูเอาไว้ บ่ากว้างนั้นแผ่รังสีความดุดันและอำนาจมืดที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่กล้าล้ำเส้นเข้ามาเป็นชิ้นๆ "ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำของคุณธีร์ลอดไรฟันออกมาด้วยความเย็นยะเยือก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้แววตาของผู้มีชีวิต ผิดกับบรรยากาศเมื่อครู่ลิบลับ ธันวาเม้มปากแน่น เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะยืนรอให้ใครมาปกป้องอยู่ฝ่ายเดียว แม้ไอ้บ้านี่จะเป็นผีเฝ้าบ้านและปากเสียเป็นที่หนึ่งก็เถอะ มือเรียวเอื้อมไปคว้าแขนโปร่งแสงนั้นไว้โดยสัญชาตญาณ "เฮ้ย จะบ้าหรือไง! ข้างนอกนั่นมันอะไรวะ ทำไมอยู่ๆ ถึงบุกมา..." "อย่าแตะต้องผม" คุณธีร์สะบัดแขนออกอย่างรวดเร็ว หันกลับมามองด้วยแววตาตำหนิที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน "คุณนี่มันโง่เง่าหรือว่ารนหาที่ตายกันแน่ ธันวา? รู้ตัวไหมว่าไอ้สิ่งที่อยู่หลังประตูกำลังตามกลิ่นอายอะไรอยู่..." ตึง! เสียงกระแทกครั้งที่สองหนักหน่วงเสียจนกลอนประตูทองเหลืองบิดเบี้ยว รอยร้าวรานเป็นทางยาวเริ่มแผ่ขยายไปทั่วเนื้อไม้ แสงไฟสลัวในห้องกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ถูกโรยด้วยแสงจันทร์สีนวลจากหน้าต่างบานใหญ่ ในความมืดนั้น ความใกล้ชิดระหว่างคนกับผีกลับเด่นชัดขึ้นจนน่าใจหาย ธันวาสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย แต่แปลก... มันกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะวิญญาณร้ายข้างนอกนั่น แต่เป็นเพราะแผ่นอกกว้างที่ยืนบังลมหายใจของเขาไว้ต่างหาก "ถ้ามันจะพังเข้ามาจริงๆ ผมว่าเราคงต้องคุยกันเรื่องค่าซ่อมประตูบานนี้ก่อนนะคุณ" ธันวาเลือกที่จะใช้ความกวนประสาทกลบเกลื่อนความหวั่นไหว รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นทั้งที่เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผม "หรือคุณจะยอมให้ผีเร่ร่อนที่ไหนก็ไม่รู้มาพังบ้านที่คุณหวงนักหวงหนาพังยับคามือ?" คุณธีร์หรี่ตามองมนุษย์ปากเก่งตรงหน้าอย่างเหลืออด เจ้าเด็กนี่มันทำด้วยอะไร ถึงสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังจะมีอารมณ์มาต่อปากต่อคำ ร่างสูงแค่นเสียงฮึในลำคอ ขยับเข้าไปประชิดตัวจนธันวาต้องถอยหลังไปชนกับขอบเตียงนอน "ปากดีจริงนะ... ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้ ผมจะจับคุณมานั่งคัดกฎระเบียบของคฤหาสน์นี้สักร้อยรอบ" คุณธีร์กระซิบชิดริมหู ไอเย็นจากลมหายใจของวิญญาณหนุ่มทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง "แต่อยากรู้นักว่า... จะยังมีปากไว้เถียงผมอยู่ไหม" พูดจบ คุณธีร์ก็สะบัดมือวาดออกไปในอากาศเบื้องหน้า ประตูไม้ที่กำลังจะพังมิพังแหลถูกตรึงไว้ด้วยม่านพลังงานสีครามเข้มที่ระเบิดออกเสียงดังสนั่น *เปรี้ยง!* แรงปะทะทำให้ภายนอกเงียบสงบลงในทันที เสียงคำรามและแรงกระชากเมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น มีเพียงความเงียบงัดที่เข้ามาแทนที่ ธันวาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เขาทรุดตัวลงนั่งริมขอบเตียงอย่างหมดแรง ขาพับขาอ่อนไปหมดแม้จะปากแข็งมาตลอด "โอ Valhalla... นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว" "หึ ทีอย่างนี้ล่ะทำเป็นปอดแหก" คุณธีร์ปัดเสื้อสูทของตัวเองเบื้องหน้าด้วยท่าทางหยิ่งทะนง ก่อนจะหันมามองธันวาที่นั่งหอบแฮกอยู่ "ลุกขึ้นมาเลย ธันวา เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว" ยี่สิบนาทีต่อมา บรรยากาศในห้องนอนใหญ่กลับสู่ภาวะปกติ หลอดไฟติดสว่างขึ้นอีกครั้ง ธันวานั่งกอดอกอยู่บนโซฟาปลายเตียง ดวงตากลมโตจ้องมองวิญญาณหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทางถือดี "ไหนล่ะที่คุณบอกว่ามีเรื่องจะเคลียร์" ธันวาเปิดฉากก่อน "เรื่องแรก... ไอ้ตัวข้างนอกนั่นมันคืออะไร ทำไมมันถึงตามมาถึงนี่ หรือว่ามันติดสอยห้อยตามผมมาจากห้องเช่าเก่า?" คุณธีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองมนุษย์ตรงหน้าด้วยความรำคาญปนเอ็นดู "เลิกหลงตัวเองเสียที ธันวา ของแบบนั้นมันไม่ได้ตามคุณมาหรอก แต่มันได้กลิ่น 'วิญญาณบริสุทธิ์' ที่บังเอิญมาป้วนเปี้ยนอยู่ในเขตหวงห้ามต่างหาก... พูดง่ายๆ คือ กลิ่นอายชีวิตของคุณมันดึงดูดพวกสัมภเวสีเร่ร่อน เพราะวิญญาณคุณมัน... หอมหวานเกินกว่าที่พวกมันจะอดใจไหว" คำว่า 'หอมหวาน' จากปากผีหน้าหล่อทำเอาธันวาชะงักไปชั่วขณะ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น "พูดจาอะไรน่าขนลุก... สรุปคือเพราะผมเข้ามาอยู่ในบ้านคุณสินะ งั้นเรามาทำข้อตกลงกันให้มันชัดเจนไปเลยดีกว่า" คุณธีร์หรี่ตาลง "ข้อตกลงอะไรของคุณ?" "ในเมื่อผมต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่ แล้วคุณก็ไล่ผมออกไม่ได้เพราะสัญญาบ้าๆ อะไรนั่น..." ธันวายื่นข้อเสนอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "เรามาแบ่งพื้นที่ใช้สอยกันให้ชัดเจน ห้องไหนเขตคุณ ห้องไหนเขตผม และที่สำคัญ... ห้ามคุณก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของผมเด็ดขาด" "หึ!" คุณธีร์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวธันวาด้วยความเร็วสูงจนอีกฝ่ายผถะถอยหลัง "คุณกำลังต่อรองกับเจ้าของบ้านตัวจริงงั้นหรือ ธันวา? ลืมไปแล้วหรือไงว่าที่นี่คืออาณาจักรของผม ทุกตารางนิ้วในคฤหาสน์หลังนี้ เป็นของผม... รวมถึงตัวคุณด้วย" ประโยคนั้นทำเอาหัวใจของธันวากระตุกวูบ เคมีร้อนระอุระหว่างคนกับผีพุ่งปรี๊ดจนแทบจะหลอมละลายความเย็นชาของห้องนอน ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีดำสนิทที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ความใกล้ชิดนี้ทำให้เขาได้กลิ่นอายจางๆ ของไม้สนและฝนแรก ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของคุณธีร์ที่ติดตรึงอยู่ในความรู้สึก "อย่ามามั่นหน้าให้มันมากนักเลยคุณธีร์" ธันวาขยับปากพูดโดยที่ริมฝีปากอยู่ห่างจากอีกฝ่ายเพียงเซนติเมตรเดียว "ถ้าผมอยู่ไม่ไหวแล้วหนีออกไปจริงๆ คนที่จะต้องทนเหงาเฝ้าบ้านร้างไปอีกร้อยปี... ก็คือคุณนี่แหละ" คุณธีร์ชะงัก นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยหยิ่งผยองนิ่งค้างลง บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ชัดเจน นิ้วมือเรียวยาวโปร่งแสงของคุณธีร์ยื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะเข้าที่ข้างแก้มของธันวาแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป ธันวาตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับสัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยนี้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นแววตาไหวระริกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งของคุณธีร์ "ถ้าคุณกล้าหนีไปจากที่นี่..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนดังชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเหมือนทุกที หากแต่สั่นเครือและเจือความรู้สึกบางอย่างที่ธันวาไม่กล้าแม้แต่จะคาดเดา "ผมจะตามไปลากตัวคุณกลับมา... แม้ว่าจะต้องพลิกแผ่นดินหาก็ตามที" ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบจะหยุดหายใจนั้นเอง... กริ๊งงงงงง! เสียงกริ่งประตูหน้าคฤหาสน์ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว ตัดผ่านความเงียบงัดขึ้นมาอย่างไร้กาลเทศะ พร้อมๆ กับเสียงทุบประตูดังปึงปัง และเสียงตะโกนเรียกชื่อธันวาจากบุคคลที่ไม่คาดฝันดังแว่วเข้ามาจากด้านนอก! "ธันวา! เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้! พี่รู้นะว่าเธออยู่ในนั้น!" ธันวาผละออกจากอ้อมแขนของคุณธีร์ทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าถอดสีเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ ส่วนคุณธีร์... ดวงตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดดั่งพายุร้าย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างโปร่งแสงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็งในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและฟินจิกหมอนไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%