คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 15

เมื่อคุณอา (ของธันวา) มาหา

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังมันลงมาให้ได้ในครา1 พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงที่เจาะทะลุโสตประสาทเข้ามาในยามวิกาล ทำให้ธันวาที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับความตึงเครียดในห้องโถงใหญ่ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด "เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! ธันวา! แกหลบหน้าฉันไม่ได้ตลอดไปหรอก!" เสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของ 'คุณอา' จอมแสบผู้มีศักดิ์เป็นญาติห่างๆ ฝั่งพ่อ ที่เพิ่งโผล่หัวมาพร้อมกับทนายความหน้าเลือดและเอกสารกองโตในยามที่ข่าวเรื่องพินัยกรรมและมูลค่าของคฤหาสน์หลังนี้เริ่มแพรพพรายออกไป การปรากฏตัวของมันในยามวิกาลแบบนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน และธันวาก็รู้ดีว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายคืออะไร—ส่วนแบ่งค่าสมบัติที่มันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง ธันวาขยับตัวจะเดินไปที่ประตูด้านหน้า แต่ทว่า... ไหล่กว้างของเขากลับถูกแรงลมเย็นเยียบปะทะเข้าอย่างจัง พร้อมกับร่างโปร่งแสงของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้เสียก่อน "จะรีบไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญขนาดนั้นทำไมล่ะครับคุณหนู" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดและไอเย็นยะเยือกดังขึ้นชิดใบหู คุณธีร์ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์ ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอיจอย่างชัดเจน "ปล่อยให้มันยืนเห่าอยู่หน้าประตูแบบนั้นแหละ เหมาะกับสถานะของมันดีออก" "อย่ามาขวางน่าคุณธีร์" ธันวาตวัดสายตาดุๆ กลับไปมองวิญญาณหนุ่มที่ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของไม่เข้าเรื่อง "ถ้าปล่อยให้มันพังประตูบ้านเข้ามาจริงๆ ค่าซ่อมใครจะจ่าย คุณเหรอที่จะควักกระเป๋าจ่ายให้ผม?" "ผมเป็นผี จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายครับ" คุณธีร์ลอยตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแผ่นหลังของธันวาเกือบจะแนบชิดกับอกโปร่งแสง ความเย็นเยือกจากตัวอีกฝ่ายตัดกับความร้อนรุ่มในอกของธันวาได้อย่างประหลาด "แต่ถ้าอยากให้ผมจัดการไล่ตะردมันออกไปให้พ้นเขตบ้านล่ะก็ แค่เอ่ยปากคำเดียว... ผมทำให้มันวิ่งหนีหางจุกตูดร้องขอชีวิตกลับออกไปแทบไม่ทันเลยก็ได้นะ" รอยยิ้มมุมปากของคุณธีร์ที่ส่งมาให้นั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และอันตราย แต่มันกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมของธันวาเต้นผิดจังหวะไปเสียดื้อๆ ให้ตายสิ... ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวนแบบนี้ เขายังจะมีอารมณ์มาหวั่นไหวกับหน้าตาหล่อเหลาและท่าทีหึงหวงอย่างไร้เหตุผลของผีเฝ้าบ้านจอมซึนคนนี้อีกหรือ "ไม่ต้องเลย คุณอยู่เฉยๆ เป็นประดับบ้านไปนั่นแหละ เดี๋ยวผมจัดการเอง" ธันวาปัดมือไล่อีกฝ่ายก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ตรงไปที่ประตูไม้บานใหญ่ บิดกลอนเปิดออกอย่างไม่เกรงกลัว ทันทีที่ประตูเปิดออก แสงไฟสีส้มสลัวจากนอกบ้านก็สาดกระทบใบหน้าของชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงแต่กลับดูน่าเกลียดเมื่ออยู่บนร่างของ 'อาอนันต์' ผู้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา "อ้า... หลานรัก ในที่สุดก็ยอมเปิดประตูต้อนรับอาสักทีนะ นึกว่าแอบซุกหัวนอนกลัวความจนอยู่ข้างในซะอีก" อานันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน กวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆ คฤหาสน์หรูด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด ก่อนจะก้าวล้ำเข้ามาในเขตบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ธันวายืนขวางทางเข้าไว้ สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับคมกราบจนอีกฝ่ายชะงัก "ดึกดื่นป่านนี้แล้วคุณอาบุกมาถึงนี่ มีธุระอะไรไม่ทราบครับ ถึงได้เคาะประตูเรียกซะบ้านแทบพัง" "ธุระน่ะเหรอ? หึ..." อานันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ส่งสัญญาณให้ทนายความด้านหลังก้าวขึ้นมาพร้อมกับแฟ้มเอกสาร "ในเมื่อแกก็รู้ว่าพินัยกรรมของตระกูลเราถูกเปิดออกแล้ว และบ้านหลังนี้รวมถึงที่ดินโดยรอบมีมูลค่ามหาศาลแค่ไหน ในฐานะญาติผู้ใหญ่... ฉันในฐานะตัวแทนสายญาติสมควรที่จะต้องได้รับ 'ส่วนแบ่ง' ที่ยุติธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กกะפoอย่างแกฮุบสมบัติไปคนเดียวแบบนี้!" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสعخرปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง "ส่วนแบ่ง? ยุติธรรม? น่าขันสิ้นดีนะครับคุณอา ตอนที่พ่อผมล้มละลายและไม่มีใครเหลียวแล แม้แต่เงาของคุณอาก็ยังไม่เคยโผล่มาให้เห็นสักครั้ง พอตอนนี้ท่านเสียไปแล้ว ทิ้งมรดกไว้ให้ ผมที่เป็นลูกชายแท้ๆ กลับกลายเป็นคนฮุบสมบัติไปเสียอย่างนั้นเหรอครับ" "ปากกล้าขึ้นรึไงไอ้ธันวา!" อานันต์หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าหลานชาย "แกอย่าลืมนะว่าเอกสารพวกนี้... ฉันมีช่องทางที่จะฟ้องร้องขับไล่แกออกจากบ้านหลังนี้ได้ทันทีถ้าฉันต้องการ! เซ็นซะ! แล้วแบ่งทรัพย์สินมาครึ่งหนึ่ง เรื่องทุกอย่างจะจบลงด้วยดี ไม่อย่างนั้น... ฉันจะทำให้แกไม่มีแผ่นดินจะอยู่!" บรรยากาศในห้องโถงเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาทันที ความกดดันจากภายนอกและท่าทีคุกคามของอานันต์ทำให้ธันวาเม้มปากแน่น สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า แม้เขาจะไม่กลัวคนหน้าด้านอย่างอานันต์ แต่เอกสารในมือทนายความนั่นก็สร้างความหนักใจให้เขาไม่น้อย ทว่า... ในวินาทีที่ธันวากำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ อุณหภูมิภายในห้องโถงก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว! ไฟฟ้ารอบตัวกะพริบไหวรุนแรง เสียงลมพัดหวีดหวิวลอดผ่านหน้าต่างที่ปิดสนิทเข้ามา ราวกับมีพายุเฮอริเคนกำลังก่อตัวอยู่ภายในบ้านหลังนี้ อานันต์และทนายความต่างสะดุ้งสุดตัว หันซ้ายหันขวาด้วยความตื่นกลัวเมื่อบรรยากาศรอบกายเปลี่ยนเป็นน่ากลัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน "อะ... อะไรวะเนี่ย ทำไมอยู่ๆ ถึงหนาวขนาดนี้!" อานันต์อุทานเสียงสั่น หน้าถอดสี ธันวารู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเหลือบสายตาไปมองด้านหลังของอานันต์ และพบกับร่างสูงโปร่งของคุณธีร์ที่ลอยตัวเข้ามาประชิดตัวญาติจอมแสบของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าหล่อเหลานั้นไร้รอยยิ้ม แววตาดำมืดสนิทราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรแฝงไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนธันวาเองยังต้องขนลุกซู่ คุณธีร์โน้มใบเข้าใกล้ใบหูของอานันต์ช้าๆ ก่อนจะกระซิบด้วยเสียงที่ดังก้องกังวานไปทั่วโถงบ้าน—เสียงที่มนุษย์ธรรมดาอย่างอานันต์ไม่มีวันได้ยินชัดเจน แต่แรงกดดันจากวิญญาณอาฆาตกลับทำให้แข้งขาของอีกฝ่ายอ่อนยวบลงทันที "กล้าดียังไง... มาแหกปากส่งเสียงดังโวยวายในบ้านของ 'เมีย' ผม..." ดวงตาของคุณธีร์ตวัดกลับมาสบตากับธันวานิ่งในช่วงเสี้ยววินาทีนั้น มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความเอ็นดูเจือความเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวผ่านตัวอานันต์ไปยืนซ้อนหลังธันวาอย่างแนบชิด วงแขนโปร่งแสงโอบกอดเอวสอบของเขาไว้หลวมๆ จากด้านหลัง ราวกับแสดงความเป็นเจ้าของท่ามกลางความตื่นตระหนกของแขกไม่ได้รับเชิญ ธันวาสูดหายใจเข้าลึกเมื่อความเย็นจากอ้อมกอดนั้นแนบชิดแผ่นหลัง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสแผ่วเบาที่อบอุ่นอย่างน่าประหลาดจากวิญญาณหนุ่มที่กำลังกระซิบข้างใบหูเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า "ดูเหมือนว่า... ผมต้องสอนบทเรียนราคาแพงให้แขกผู้มีเกียรติคนนี้เสียหน่อยแล้วล่ะครับคุณหนู... ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ตัวจริง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ หวังว่าจะชื่นชอบตอนนี้นะครับ — ประตูมิติที่แปด
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%