กลิ่นอายความเย็นเยือกที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ไม่ใช่สิ่งที่ธันวาหวาดกลัวอีกต่อไป... ในเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณปากร้ายตัวพ่ออย่างคุณธีร์มานับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาในห้องนอนยามวิกาลนี้ กลับทำให้ขนลุกชันไปถึงขั้วหัวใจด้วยเหตุผลอื่น
ความรู้สึกกดดันมหาศาลแผ่ซ่าน บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนเงาสะท้อนในกระจกแต่งตัวไหววูบราวกับผิวน้ำถูกโยนก้อนหิน
"คุณธีร์... เลิกเล่นมุกเย็นชาแบบนี้ได้แล้วครับ ค่าไฟเดือนนี้บ้านคุณบานปลายเพราะไอความเย็นประหลาดนี่พุ่งปรี๊ดมาหลายรอบแล้วนะ"
ธันวาเอ่ยปากแซะทั้งที่หัวใจเต้นโครมคราม มือเรียวกำผ้าห่มแน่น ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง แต่ไร้ซึ่งเงาร่างโปร่งแสงคุ้นตาของเจ้าของบ้านจอมซึน
ไม่มีเสียงตอบรับจากวิญญาณหนุ่ม... มีเพียงเสียงสะท้อนแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบจากที่ไกลโพ้น ลอยละลิ่วผ่านช่องหน้าต่างที่ปิดสนิท
*“ธันวา...”*
เสียงนั้นหวานหยาดเยิ้ม โหยหา และเต็มไปด้วยความคุ้นเคยประหลาดจนคนฟังต้องชะงัก ร่างโปร่งแสงอีกร่างหนึ่ง ค่อยๆ ก้าวทะลุผ่านผนังห้องเข้ามาอย่างเชื่องช้า ร่างนั้นสวมชุดเดรสลูกไม้สีขาววินเทจ ใบหน้ารูปไข่สวยหวานดั่งตุ๊กตาประดับด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อย ทว่าดวงตากลับจับจ้องมาที่ธันวาด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
ไม่ใช่คุณธีร์... แต่นี่คือวิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่ธันวาเคยเห็นภาพถ่ายเก่าๆ วางคว่ำไว้ในลิ้นชักลับของคุณธีร์
'มัทนา' อดีคนรักเก่าในอดีตชาติ หรืออาจจะเป็นคนรักในความทรงจำฝังใจก่อนที่คุณธีร์จะกลายเป็นวิญญาณเฝ้าบ้านหลังนี้
"คุณ..." ธันวาขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียง ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความกลัวผีสางตามธรรมชาติ แต่มันคือความอึดอัดระคนหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก "เข้ามาในห้องคนอื่นยามวิกาลแบบนี้ ไม่มีมารยาทเอาเสียเลยนะครับ รู้ไหมว่าเจ้าของบ้านตัวจริงเขาหวงพื้นที่ยิ่งกว่าจงอางหวงไข่"
รอยยิ้มบนใบหน้าของวิญญาณสาวแย้มกว้างขึ้น ทว่าดวงตากลับว่างเปล่า ร่างระหงขยับเข้ามาใกล้เตียงนอนเรื่อยๆ จนกลิ่นอายความตายผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมโบราณฟุ้งกระจาย
*“เขาเปลี่ยนไป... ตั้งแต่มีนายเข้ามา”* มัทนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงด้วยความตัดพ้อ *“ฉันเฝ้ารอเขามาเนิ่นนานในคฤหาสน์หลังนี้ แต่เขากลับสนใจแค่เด็กหนุ่มปากเก่งอย่างนาย... ธันวา นายมีอะไรดีนักหนา”*
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นทันที ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้ในสายเลือดทันทีที่โดนวิญญาณสาวเปิดฉากด้อยค่า
"อ๋อเหรอครับ? ถามว่าผมมีอะไรดี งั้นคงต้องบอกว่า... หน้าตาดี มีความสามารถ และที่สำคัญคือ *'หายใจอยู่'* ครับคุณวิญญาณ" ธันวาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขาจะสั่นพับๆ อยู่ใต้ผ้าห่มก็ตาม "ถ้าคุณรอเขามานานขนาดนั้น ทำไมไม่ไปเคลียร์กันเองล่ะครับ มาลงที่ผมทำไม หรืออิจฉาที่ผมได้กินข้าวฝีมือเขา... อ้อ ไม่สิ เขากินไม่ได้นี่นะ สรุปคืออิจฉาที่ผมได้ยืนข้างเขาตอนนี้ใช่ไหมล่ะครับ"
*เพล้ง!*
กรอบรูปบนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือนก่อนจะตกลงมาแตกกระจาย แรงกดดันในห้องพุ่งสูงขึ้นจนธันวาหายใจไม่ออก ดวงตาของมัทนาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ความสวยหวานเมื่อครู่บิดเบี้ยวจนน่ากลัว
*“นายมันก็แค่เศษเสี้ยวของเวลา... ธันวา ฉันจะพานายไปอยู่กับความมืดที่ฉันเคยเจอ!”*
มือเรียวเย็นเฉียบพุ่งเข้าคว้าคอเสื้อของธันวาด้วยความเร็วแสง ร่างของธันวาถูกตรึงติดกับหัวเตียง ลมหายใจติดขัดจนหน้าดำคร่ำเคร่ง ภาพตรงหน้าพร่ามัวลงชั่วขณะ มือพยายามแกะมือที่เย็นราวน้ำแข็งนั้นออกแต่ไม่เป็นผล
*ให้ตายสิ... จะมาตายรอบสองเพราะหึงห้ามิใช่เรื่องนะเว้ย!* ธันวาคิดในใจอย่างหัวเสีย พลางส่งเสียงประท้วงในลำคอ
ในเสี้ยววินาทีที่สติกำลังจะหลุดลอย อุณหภูมิในห้องก็ดิ่งฮวบลงอีกระลอกจนถึงจุดเยือกแข็ง!
*โครม!!*
ประตูห้องนอนถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงลมมหาศาล ร่างโปร่งแสงสีขาวขุ่นของคุณธีร์พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับพายุทอร์นาโด ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบฉายแววดุดันและเกรี้ยวกราดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รัศมีพลังวิญญาณแผ่ขยายออกจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน
"มัทนา!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้อง ก้องกังวานจนหน้าต่างกระจกแทบปริแตก
วิญญาณสาวหันกลับไปมองตามเสียงนั้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเซียว *“ธีร์... คุณยังปกป้องมัน ผู้ชายคนนี้ก็แค่ของเล่นแก้เบื่อไม่ใช่หรือไง ทำไมคุณถึง...”*
"เธอไม่มีสิทธิ์แตะต้องเขา!" คุณธีร์พุ่งเข้าประชิดร่างของอดีตคนรักในพริบตา มือหนาคว้าข้อมือที่บีบคอธันวาอยู่แล้วกระชากออกอย่างไม่ใยดี แรงปะทะระหว่างพลังวิญญาณทำให้เกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วห้อง
ธันวาร่วงลงไปนอนหอบหายใจโกกิโกกอยู่ที่ฟูกเตียง มือบางกุมลำคอตัวเองที่มีรอยนิ้วมือสีม่วงจางๆ
"แค่กๆ... เกือบไปแล้วไอ้ผีบ้านี่..." ธันวาบ่นพึมพำด้วยความหัวเสีย ขณะมองภาพการเผชิญหน้าระหว่างวิญญาณสองตนตรงหน้า
คุณธีร์ยืนบังร่างของธันวาไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างแผ่ไอความเย็นที่เต็มไปด้วยจิตสังหารจนมัทนาต้องถอยร่นไปหลายก้าว
*“คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ ธีร์... คนที่เคยบอกว่าจะรอฉัน...”* มัทนากัดริมฝีปากแน่น น้ำตาที่เป็นสายเลือดไหลรินลงมาอาบแก้ม *“ปล่อยมันไปไม่ได้หรือไง?”*
"เลิกพูดจาเพ้อเจ้อแล้วไสหัวไปซะ!" คุณธีร์ตวาดลั่น น้ำเสียงแข็งกร้าวไม่มีเยื่อใย "เรื่องของเรามันจบลงตั้งแต่ร้อยปีที่แล้ว และฉันไม่เคยอนุญาตให้ใครมารังแกคนของฉัน... โดยเฉพาะ *'ธันวา'*!"
คำว่า *'คนของฉัน'* กระแทกเข้าเต็มใบหูของธันวา จนความเจ็บที่ลำคอเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว แม้สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน แต่ความรู้สึกร้อนผ่าวที่อกข้างซ้ายนี่มันอะไรกันวะเนี่ย...
มัทนามองหน้าคุณธีร์ด้วยแววตาร้าวราน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างน่าเวทนา *“ระวังไว้ให้ดีเถอะธีร์... ความรักที่นายมอบให้เด็กนี่ จะย้อนกลับมาทำลายพวกนายเอง”*
สิ้นเสียง ร่างของมัทนาก็สลายกลายเป็นละอองหมอกสีดำแล้วจางหายไปในความมืด เหลือไว้เพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดภายในห้อง
คุณธีร์ยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ปราณพลังรอบตัวค่อยๆ สงบลง ก่อนที่ร่างโปร่งแสงนั้นจะหันขวับกลับมามองธันวาที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่
สายตาคมกริบสำรวจร่องรอยสีม่วงจางๆ ที่ลำคอของธันวา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีกว่าเดิม ดวงตาฉายแววหงุดหงิดระคนเป็นห่วงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด
"ซุ่มซ่าม..." คุณธีร์พ่นลมหายใจออกทางจมูก ก่อนจะก้าวเข้าไปหาแล้วย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง มือเรียวโปร่งแสงเอื้อมขึ้นมาหมายจะแตะรอยช้ำที่คอของอีกฝ่าย "ทำไมถึงปล่อยให้มันแตะตัวได้ง่ายๆ ห๊ะ? ถ้าฉันมาไม่ทัน นายคงได้ไปยมโลกก่อนกำหนดแน่"
ธันวาปัดมือนั้นออกเบาๆ ถึงแม้จะทะลุผ่านกันได้ก็ตามที เค้าเชิดหน้าขึ้นใส่คนตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ ถึงจะรอดตายมาได้เพราะอีกฝ่ายก็เถอะ แต่ปากแบบนี้มันน่าหมั่นเขี้ยวชะมัด!
"แล้วมันความผิดผมรึไงล่ะครับ ก็คุณดันมีเจ้ากรรมนายเวรหน้าตาหลอนๆ ตามมาติดพันเองนี่หว่า... ว่าแต่เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?" ธันวาหรี่ตามอง พร้อมรอยยิ้มเจ้าเลที่มุมปาก "ใครนะ... 'คนของฉัน' อะไรแถวนี้เหรอครับคุณธีร์ หูผมแว่วไปเองรึเปล่าเนี่ย"
คุณธีร์ชะงัก ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นวิญญาณแต่ปฏิกิริยาเขินอายแบบนี้มันฟ้องชัดเจน ชายหนุ่มรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที
"เพ้อเจ้อ! ใครพูด นายหูฝาดไปเองต่างหาก นอนไปเลยนะ ห้ามบ่น ห้ามลุกไปไหนทั้งนั้น!"
พูดจบ คุณธีร์ก็สะบัดหน้าพรวดเตรียมจะเดินทะลุกำแพงหนีหายไปตามนิสัยซึนเดเระตัวพ่อ
แต่ทว่า... ก่อนที่ร่างของคุณธีร์จะเลือนหายไป ธันวากลับเอื้อมมือคว้าชายเสื้อของคุณธีร์ไว้แน่น แม้จะจับโดนเพียงความว่างเปล่า แต่วิญญาณหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองด้วยความแปลกใจ
ธันวายันตัวลุกขึ้นยืนประชิดตัว ดวงตาคมกริบมองสบตาเข้ากับดวงตาคู่สวยของคุณธีร์ในระยะประชิด ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินใกล้กันจนใจเต้นระส่ำ
"จะรีบหนีไปไหนล่ะครับ... ไหนๆ ก็เคลียร์กับแฟนเก่าเรียบร้อยแล้ว มาเคลียร์เรื่องระหว่าง 'เรา' ให้มันชัดเจนก่อนดีกว่าไหมครับ... คุณผีขี้1หึง?"
ธันวาเอמהกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักยิ้มร้ายกาจในระยะที่ห่างกันเพียงคืบเดียว ทำให้คุณธีร์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจวิญญาณเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฟินจิกหมอน และลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 30
ศัตรูหัวใจที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!