กลิ่นน้ำมันเบนซินฉุนกึกตีเข้าจมูกจนแสบโพรงจมูก แทบจะลบล้างกลิ่นอายคลาสสิกของเรือนไม้สักทองอายุหลายร้อยปีในคฤหาสน์หลังนี้จนหมดสิ้น เสียงเปลวไฟสีส้มแดงที่กำลังกัดกินผืนพรมราคาแพงดัง ‘พรึบ’ คล้ายเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างไร้ความปรานี
ธันวาสำลักควันไฟจนหน้าดำคร่ำเครียด มือข้างหนึ่งยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูก ส่วนมืออีกข้างกำหลักฐานชิ้นสำคัญ—สมุดบัญชีลับที่สาวไส้ขบวนการทุจริตของตระกูลนี้ไว้จนหมดเปลือก—แน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ดวงตาสีเข้มกราดมองไปรอบห้องโถงที่ตอนนี้ถูกเปลวเพลิงโอบล้อมไว้ทุกทิศทาง ประตูทางออกหลักถูกบล็อกด้วยซากตู้โบราณที่ล้มลงมาขวางกั้นแถมยังมีกองไฟกองใหญ่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องหน้า
"คิดจะเผาทำลายหลักฐานพร้อมกับพวกเราให้มันจบๆ ไปสินะไอ้พวกสารเลว..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีไหนที่เขานึกหวาดกลัวความตาย แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก กลับไม่ใช่ความร้อนระอุของเปลวไฟ หากแต่เป็นร่างโปร่งแสงของใครบางคนที่กำลังยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้ากองไฟต่างหาก
คุณธีร์ในชุดสูทวินเทจสีเข้มกึ่งโปร่งแสง ยืนกอดอกมองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาคมปลาบที่มักจะใช้มองเขาด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงใยเวลานี้สะท้อนประกายไฟสีส้มวับวาว ความเยือกเย็นรอบตัวของวิญญาณหนุ่มตัดกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนน่าประหลาด
"ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้นเล่าคุณธันวา! อยากลองเปลี่ยนร่างเป็นหมูหันย่างซีอิ๊วหรือไง ถึงได้ทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกระแทกกระทั้นเอ่ยขึ้นด้วยความหัวเสีย แม้จะอยู่ในสถานการณ์คับขันจนลมหายใจแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่คุณธีร์ก็ยังไม่วายหาจังหวะแขวะเขาได้ ทว่าธันวาเห็นประกายความร้อนรนที่ฉายชัดอยู่ลึกในดวงคู่นั้น... มันร้อนแรงยิ่งกว่าไฟที่กำลังแผดเผาเรือนหลังนี้เสียอีก
"ถ้าผมเป็นหมูหัน คุณก็คงเป็นวิญญาณรมควันเกรดพรีเมียมล่ะครับคุณธีร์" ธันวาตอบโต้กลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะแหบพร่าเพราะควันไฟ แต่ก็ยังคงความกวนประสาทไว้อย่างเหนียวแน่น "ปากเก่งแบบนี้... ถ้าเราสองคนรอดไปได้ ผมจะคิดค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่าฐานปากเสียใส่ผมในวาระสุดท้ายของชีวิตนะ"
"ใครจะไปยอมให้คุณตายง่ายๆ กันเล่า!"
คุณธีร์ก้าวเท้าพรวดเดียวเข้ามาประชิดร่างของธันวา ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัววิญญาณหนุ่มช่วยบรรเทาความร้อนแผดเผาของเปลวไฟรอบตัวลงได้บ้าง มือเรียวยาวคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเขาออกแรงดึงสุดแรงเกิดเพื่อพาหลบหนี ทว่าจังหวะนั้นเอง คานไม้สักขนาดใหญ่ที่ถูกไฟไหม้จนกรอบก็หักสะบั้นและร่วงหล่นลงมาขวางกั้นระหว่างพวกเขากับหน้าต่างบานเดียวที่พอจะใช้เป็นทางรอด!
"ระวัง!"
คุณธีร์อุทานเสียงดังลั่น ร่างโปร่งแสงพุ่งเข้าโอบกอดร่างของธันวาไว้แน่น แรงกระแทกจากการพุ่งเข้าชนทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปบนพื้นไม้ แม้คุณธีร์จะเป็นวิญญาณที่ไม่มีน้ำหนักตัวในทางกายภาพ แต่พลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากการปกป้องนั้นกลับหนักแน่นและอบอุ่นจนธันวารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำในอกข้างซ้าย
ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของธันวาปะทะเข้ากับโครงหน้าคมคายของคุณธีร์ที่โน้มลงมาบังร่างเขาไว้เพื่อกันสะเก็ดไฟที่กำลังโปรยปรายลงมาราวกับหิมะมรณะ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางเสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะปร๊ะและเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดให้หยุดนิ่ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่ดังแข่งกับเสียงเพลิงไหม้
"คุณนี่มัน..." คุณธีร์กัดฟันกรอด ดวงตาคู่คมฉายแววหงุดหงิดปนความอาลัยอาวรณ์อย่างปิดไม่มิด "บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำตัวเป็นฮีโร่... ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมจะไปตามจิกหัวใครให้อยู่คอยกวนประสาทผมไปตลอดชีวิตล่ะหึ?"
ธันวายกยิ้มมุมปาก ทั้งที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยเขม่าควัน แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับแก้วตาดวงหน้าโปร่งแสงของคุณธีร์อย่างลืมตัว ความเย็นเฉียบที่ปลายนิ้วตัดกับความร้อนระอุรอบกายทำให้รู้สึกวูบวาบในท้องอย่างประหลาด
"เป็นห่วงผมเหรอครับคุณหนูผี... ปากบอกว่ารำคาญผมหนักหนา แต่ทำไมเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานทีไร คุณถึงได้ตัวติดกับผมแจตลอดเลยล่ะ"
"ใครตัวติดกับคุณ! อย่ามาหลงตัวเองน่าธันวา..." คุณธีร์ปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นวิญญาณแต่ปฏิกิริยาเขินอายจนมุมแบบนี้กลับทำให้ธันวายิ่งอยากแกล้งให้หนักขึ้นไปอีก
"ถ้าไม่ได้เป็นห่วง แล้วทำไมหน้าต้องแดงด้วยล่ะครับ... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้หยอกเย้าต่อ เสียงผนังด้านหลังที่รับน้ำหนักไม่ไหวก็พังครืนลงมาพร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งเข้ามากลบรัศมีแสงไฟ คุณธีร์ดึงตัวธันวาให้ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พลังงานลี้ลับถูกปลดปล่อยออกมาจนเกิดเป็นกระแสลมหมุนวนพัดควันไฟให้กระจายตัวออกไปชั่วขณะ เปิดทางให้เห็นช่องว่างขนาดพอดีตัวตรงซอกเสาที่ไฟยังไม่อมเข้ามา
"ทางนั้น! ไปเร็วธันวา!" คุณธีร์ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับดันหลังธันวาให้พุ่งตัวเข้าไปในช่องแคบนั้นทันที
ธันวารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี พุ่งทะยานฝ่ากลุ่มควันและเปลวไฟออกไปสู่สวนหย่อมด้านหลังคฤหาสน์ได้ในวินาทีเฉียดฉิว ร่างทั้งร่างกลิ้งคลุกคลินไปบนพื้นหญ้าชื้นแฉะโดยมีไอร้อนจากคฤหาสน์ที่กำลังทรุดตัวลงไล่หลังมาติดๆ
แฮ่ก... แฮ่ก...
ธันวานอนหอบหายใจโยนตัวโยนอยู่บนพื้นหญ้า เสื้อผ้าขาดวิ่นและเนื้อตัวเปรอะเปื้อนควันไฟจนดูไม่จืด แต่สมุดบัญชีลับในมือยังคงถูกกำไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขายันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก กวาดสายตามองซากปรักหักพังของคฤหาสน์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสนามรบทางจิตวิทยาระหว่างเขากับวิญญาณปากร้าย
คุณธีร์ลอยตัวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของวิญญาณหนุ่มดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าธันวาปลอดภัยดี ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรบรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงจนขนลุกซู่
เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณแนวต้นไม้ใหญ่ด้านหลังสวนหย่อม...
"เก่งมาก... รอดมาได้จนถึงวินาทีสุดท้ายจริงๆ สมกับที่เป็นคนฉลาดแกมโกงดีนี่ นายธันวา"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ แสงไฟจากซากคฤหาสน์สาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของบุคคลผู้มาใหม่เผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยแค้นที่สุมอก
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าในยามวิกาลนี้... คือคนเดียวกับคนที่ควรจะอยู่ห่างจากที่นี่มากที่สุด และเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ซ่อนแผนการฆาตกรรมทั้งหมดไว้!
"แก...!" ธันวากัดฟันกรอด ขณะที่คุณธีร์ที่ยืนอยู่ข้างกายถึงกับหรี่ตาลงอันตราย รังสีอาฆาตพุ่งทะยานออกจากร่างวิญญาณหนุ่มจนใบไม้รอบตัวปลิวว่อนด้วยแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัว!
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 31
จุดแตกหัก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!