กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของห้องรับแขกคฤหาสน์โบราณไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป สิ่งที่อบอวลอยู่ ณ วินาทีนี้คือความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ธันวากอดอกแน่น สีหน้าบึ้งตึงจนแทบจะผูกโบว์ได้ ดวงตากลมโตฉายแววคุกรุ่นหลังจากเหตุการณ์เผด็จการทางอารมณ์ของคุณชายวิญญาณเมื่อคืน ร่างโปร่งแสงของคุณธีร์ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างโซฟาตัวใหญ่ สภาพของผีหนุ่มเจ้าของบ้านที่เคยคางเหลืองวางมาดนิ่งสนิท ตอนนี้กลับลีบเล็กลงถนัดตาเมื่อเจอสายตาดุ ๆ ของมนุษย์หนุ่มสู้ชีวิต
"ไม่ต้องมามองหน้าผมเลยครับคุณธีร์ เชิญไปสิงอยู่หลังตู้กับข้าวโน่นไป๊"
เสียงห้วน ๆ ของธันวาเอ่ยไล่อย่างไม่ไว้หน้า แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับความพยายามแบบผิดวิธีของอีกฝ่ายอยู่บ้าง แต่ฟอร์มก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ใครใช้ให้พ่อคุณเล่นใหญ่ขโมยกระเป๋าตังค์เขาไปซ่อนไว้บนโคมไฟระย้าเพื่อไม่ให้เขาออกจากบ้านกันล่ะครับ
"ธันวา..." เสียงทุ้มต่ำลอยละลิ่วมาจากความว่างเปล่า ฟังดูออดออดและน่าสงสารผิดคาด วิญญาณหนุ่มพยายามขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อธันวาปรายตามองค้อนควับ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น... แค่ไม่อยากให้คุณออกไปเผชิญหน้ากับไอ้พวกนักเลงหน้าเลือดพวกนั้นต่างหาก"
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมายุ่งเรื่องส่วนตัวของผมล่ะครับ? เงินในบัญชีผมจะหมด จะกู้หนี้ยืมสินใคร มันก็ชีวิตผม ไม่ใช่ชีวิตคุณ!" ธันวาตอกกลับเสียงดัง สะบัดหน้าหนีไปทางหน้าต่างเพื่อซ่อนรอยระเรื่อที่พวงแก้มยามเมื่อสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่แฝงมากับความเผด็จการนั้น
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดตา ปฏิกิริยาของธันวายิ่งทำให้คุณธีร์ร้อนรนจนวิญญาณแทบจะโปร่งแสงยิ่งกว่าเดิม สำหรับคนฟอร์มจัดอย่างคุณชายตระกูลเก่าแก่ การเอ่ยปากง้อคนอื่นถือเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการข้ามภพข้ามชาติ แต่ทว่า... เมื่อเห็นริมฝีปากหยักได้รูปของธันวาเม้มเข้าหากันด้วยความน้อยใจ ความทระนงตนทั้งหมดก็พลันสลายหายไปสิ้น
พึ่บ!
จู่ ๆ แผ่นกระดาษโน่ายราคาแพงบนโต๊ะทำงานก็ลอยขึ้นมาเองราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาจับมัน ปากกาหมึกซึมราคาแพงขยับขีดเขียนด้วยความเร็วสูงก่อนจะร่อนลงมาแปะแปะอยู่บนหน้าอกของธันวาพอดีเป๊ะ
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยความฉงน กวาดสายตาผ่านตัวหนังสือลายมือหวัดแต่สง่างามที่คุ้นตา
*‘ถ้าคุณยอมหายโกรธ... ผมจะยอมให้คุณใช้ห้องใต้ดินเก็บสมบัติโบราณได้สามวันเต็ม ๆ อยากเอาอะไรไปขายแลกเงินเชิญตามสบาย จะเอาตู้เซฟทองคำหรือแจกันราชวงศ์ชิง ผมยกให้หมดเลย’*
อ่านจบ ธันวาเกือบจะหลุดขำพรืดออกมา แต่ต้องรีบกลั้นไว้แล้วทำหน้าดุต่อทันที "คิดว่าเอาสมบัติมาล่อแล้วผมจะใจอ่อนเหรอครับคุณธีร์? ผมไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน... เอ๊ย! หมายถึง ผมไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวขนาดนั้นนะ!"
*‘งั้นเอาใหม่’* กระดาษอีกแผ่นลอยละลิ่วมาแปะหน้าผากธันวาอย่างแม่นยำ *‘ผมจะยอมทำตามใจคุณทุกอย่างเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์... อยากให้ผมทำอะไร (ยกเว้นเรื่องไปผุดไปเกิด) เชิญสั่งได้ตามใจชอบเลยครับ ท่านทาสธันวา’*
คำว่า 'ท่านทาสธันวา' ทำเอาเส้นเลือดที่ขมับของหนุ่มสู้ชีวิตกระตุกยิก ๆ ธันวาดึงกระดาษแผ่นนั้นขยำขยี้ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันขวับไปมองจุดที่คาดว่าร่างโปร่งแสงของคุณธีร์ยืนอยู่
"นี่คุณกล้าดียังไงมาเรียกผมว่าทาสฮะ! อยากโดนสวดมนต์ไล่ที่รอบบ้านอีกรอบใช่ไหม!"
*‘ผมล้อเล่นน่า... ธันวา’* เสียงทุ้มนั้นอ่อนลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ ความเย็นยะเยือกในห้องถูกแทนที่ด้วยอุณหภูมิที่อบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด *‘ผมแคร์คุณ... รู้ไว้ซะบ้าง’*
ประโยคสั้น ๆ แต่ชัดเจนในความรู้สึก ทำให้หัวใจของธันวาเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ดวงตากลมโตไหวระริก ปากที่เคยแข็งเป็นหินเริ่มเม้มเข้าหากันแน่น ความโกรธขึงที่มีเมื่อครู่ระเหิดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกวับWabในอกที่ยากจะปฏิเสธ
คุณธีร์ในร่างวิญญาณค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ร่างโปร่งแสงโน้มลงมาในระดับสายตา แม้จะสัมผัสกันไม่ได้ด้วยเนื้อหนัง แต่ไอร้อนจากความใกล้ชิดกลับส่งผ่านความรู้สึกมาถึงกันและกันได้อย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เขาด้วยความเวทนาและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน เป็นสายตาที่ต่อให้ใจแข็งเป็นหินแค่ไหนก็ต้องละลายกลายเป็นน้ำ
"คุณมัน... คนเจ้าเล่ห์" ธันวาพึมพำออกมาเบา ๆ เสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ยอมแพ้ให้กับความตื๊อและสายตาคู่นั้นอย่างราบคาบ "รู้ว่าผมแพ้ไม ไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยเล่า"
*‘ก็เพราะว่าคุณสำคัญ...’* คุณธีร์ตอบกลับในใจผ่านกระแสจิตที่ส่งตรงเข้ามาในห้วงความคิด ความหมายลึกซึ้งที่สะท้อนผ่านแววตานั้นทำให้ธันวาถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานอมเปรี้ยวและชวนให้หัวใจเต้นรำ ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสวนด้านนอกคฤหาสน์ก็ดังขึ้น *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งธันวาและวิญญาณหนุ่มชะงักกึกพร้อมกัน ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ในยามวิกาลที่วังเวงเช่นนี้ และคฤหาสน์หลังนี้ก็ถูกปิดตายจากโลกภายนอกมานานนับปี... ใครกันที่กล้ามาเคาะประตูปิดตายบานนั้น?
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง หันขวับไปมองเงาสลัวที่ทาบทับอยู่หลังกระจกบานใหญ่ และก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามอะไร ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ผลักประตูกระจกที่ไม่ได้ลงกลอนเข้ามาในห้องรับแขกอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว!
"สวัสดีครับคุณธันวา... ผมตามหาคุณซะทั่วเลยรู้ไหม"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินจิกหมอนไปด้วยกันเสมอนะครับ
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 28
คนโบ้ตามง้อ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!