"บอกผมมาสิครับคุณธันวา ว่าไอ้เด็กหน้าอ่อนที่เพิ่งเดินออกไปจากบ้านเมื่อคร่าวนี้... มีสถานะอะไรกับคุณถึงขนาดต้องพามาเดินชมคฤหาสน์ยามวิกาลแบบนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบจะเป็นเสียงคำรามลอดผ่านความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องลับ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจของผมกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในพริบตาเดียว
สมุดบันทึกหน้าสำคัญที่ผมเพิ่งเปิดค้างไว้ถูกกระแสลมปริศนาสะบัดปิดฉับลงอย่างแรง จนฝุ่นละอองเก่าแก่ฟุ้งกระจาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไวกว่าฝุ่นพวกนั้น... นั่นคือร่างโปร่งแสงของคุณธีร์ที่ตอนนี้พุ่งเข้ามาประชิดตัวผมในระยะประชิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยประกายสีเพลิงจางๆ ที่บ่งบอกชัดเจนว่า เจ้าของคฤหาสน์ผีสิงตนนี้กำลัง "ฟิวส์ขาด" ชนิดที่ต่อให้เอาถังดับเพลิงมาฉีดก็เอาไม่อยู่
ผมสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มือข้างที่ยังถือปากกาเผลอขยำกระดาษโน้ตในมือจนยับยู่ยี่ แต่แทนที่จะแสดงอาการหวาดกลัวต่อภูตผีที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตใส่ ผมกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่าขาจะสั่นพับๆ อยู่ข้างในก็ตาม
"คุณธีร์... เล่นบ้าอะไรเนี่ย! โผล่มาไม่มีปี่มีขลุ่ย คนเขาจะหัวใจวายตายเพราะผีหลอก (ที่หน้าตาดีเกินเหตุ) นี่แหละครับ!" ผมแหวใส่เสียงดังกลบเกลื่อนความตกใจ
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่องครับคุณธันวา" คุณธีร์โน้มใบหน้าหล่อเหลาที่มืดมนลงครึ่งซีกเข้ามาใกล้จนจมูกของเราแทบจะชนกัน กลิ่นอายเย็นยะเยือกปนกลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชายคละคลุ้งอยู่ปลายจมูก "ผมถามคุณว่า... มัน-เป็น-ใคร?"
คำถามนั้นเน้นย้ำทีละคำด้วยความกดดันระดับสูงสุด ดวงตาคมกราบจ้องมองลึกลงมาในตาผมราวกับจะคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้ทันที ไม่ยอมให้ผมเฉไฉไปไหนได้เลย
ให้ตายเถอะ... นี่เขายืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ไอ้ 'กรณ์' เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของผมบุกมาหาถึงบ้านเพื่อเอาเอกสารบัญชีเก่ามาให้งั้นเหรอ? แล้วไอ้ท่าทางหึงหวงแบบออกนอกหน้าจนผีดิบผีร้ายยังต้องอายแบบนี้มันคืออะไรกัน!
ผมกลืนน้ำลายลงคออึ้งๆ แต่ภายนอกยังคงตีสีหน้ากวนประสาทใส่เพื่อรักษาฟอร์มของคนปากเก่งไว้ให้มั่น
"อ๋อ... หมายถึงกรณ์น่ะเหรอครับ?" ผมลากเสียงยาวอย่างจงใจ พร้อมกับเลิกคิ้วกวนๆ ใส่ "เขาก็... เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อ เอ้ย ไม่ใช่! เพื่อนสนิทสมัยเรียนต่างหากครับ พอดีเขาผ่านมาแถวนี้แล้วแวะเอาของมาให้ ก็เลยชวนเข้ามานั่งคุยกันนิดหน่อย... ทำไมเหรอครับ หรือว่าคุณธีร์รู้สึกเหงา อยากให้ผมหาเพื่อนมาให้ทำความรู้จักเพิ่มอีกสักคน?"
เปรี้ยง!
สิ้นคำพูดกวนประสาทนั้น ประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องลับก็กระแทกปิดเข้าหากันเองอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมมหาศาลพัดจนเส้นผมของผมปลิวสยาย คุณธีร์ขยับตัวเข้ามาประชิดผมจนแผ่นหลังของผมแนบติดกับชั้นหนังสือไม้โบราณ ไม่มีทางให้ถอยหนีได้อีกต่อไป
มือเรียวยาวโปร่งแสงของคุณธีร์ยกขึ้นมาวางทาบลงบนชั้นหนังสือขนาบข้างตัวผม กักขังผมไว้ในอ้อมแขนที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นของมนุษย์ แต่กลับร้อนรุ่มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่แผดเผาจนผมรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
"เพื่อนสนิท?" คุณธีร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย "สนิทกันถึงขนาดที่มันจับมือถือแขน มองตาเยิ้มใส่คุณ แล้วบอกว่าคิดถึงนักคิดถึงหนา... แบบนี้เขาเรียกว่าเพื่อนหรือว่าชู้รักกันแน่ครับ คุณธันวา?"
เฮือก!
ผมสะดุ้งสุดตัวอีกรอบ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาไม่ได้แค่แอบดู แต่เขาเห็นทุกรายละเอียด... เห็นแม้กระทั่งตอนที่ไอ้กรณ์มันทำท่าจะเอื้อมมาจับมือผมแล้วผมปัดออกเนี่ยนะ!
"คุณ... คุณแอบดูผมเหรอครับ! โรคจิตชะมัด!" ผมโวยวายกลบเกลื่อนความร้อนที่กำลังลามเลียขึ้นมาจากต้นคอไปถึงใบหู พยายามดันอกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาออก แต่ร่างโปร่งแสงนั้นกลับหนักอึ้งราวกับภูเขาหิน ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
"ผมเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ครับ ทุกซอกทุกมุม ทุกตารางเมตรในคฤหาสน์หลังนี้... รวมถึง 'ตัวคุณ' ด้วย ไม่มีอะไรที่สายตาผมจะมองไม่เห็น" คุณธีร์กระซิบชิดริมใบหูของผม น้ำเสียงทุ้มพร่าต่ำทิ้งระยะห่างอย่างจงใจเพื่อให้ลมหายใจเย็นเฉียบของวิญญาณเป่ารดต้นคอจนผมขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "จำไม่ได้หรือไงครับ ว่าคุณเซ็นสัญญาอะไรไว้กับผมบ้าง... คุณเป็น 'กรรมสิทธิ์' ของผมคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณหรือร่างกาย... และผมไม่มีวันยอมให้ไอ้หน้าอ่อนที่ไหนมาแตะต้องสมบัติของผมเด็ดขาด"
คำว่า 'สมบัติของผม' กระแทกเข้ากลางใจผมอย่างจัง จนจังหวะการเต้นของหัวใจหลุดลุ่ยไปหมด ผมจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความดุดันและ... ความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร... แม้แต่ตอนเป็นผียังเอาแต่ใจและเผด็จการเป็นบ้า! แต่ทำไมหัวเจ้ากรรมถึงได้เต้นแรงจนควบคุมไม่ได้แบบนี้ล่ะวะเนี่ย!
ผมเม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนติ้วเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ แต่ก่อนที่ผมจะได้อ้าปากเถียงอะไรกลับไป คุณธีร์ก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกของเราเกือบจะสัมผัสกัน สายตาคมกราบกวาดมองริมฝีปากของผมช้าๆ ราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
"ถ้าผมเห็นมันกล้าเหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้อีก..." คุณธีร์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาฉายความหึงหวงดิบเถื่อนที่ทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง "...ผมจะไม่แค่ไล่ตะเพิดเหมือนเมื่อคร่าวนี้แน่ คุณธันวา"
เขายังพูดไม่ทันขาดคำ ประตูห้องลับที่เพิ่งปิดสนิทไปเมื่อคร่าวนี้ก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงลมภายนอก พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่กำลังวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อผมดังลั่นโถงทางเดินชั้นล่าง
"ธันวา! กระเป๋าเอกสารฉันลืมไว้บนโต๊ะรับแขก! ขอฉันเข้าไปหยิบแป๊บเดียวนะ!"
เสียงของไอ้กรณ์ดังทะลุกำแพงเข้ามา ทำเอาผมหน้าซีดเผือดในขณะที่คุณธีร์ชะงักกึก ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีด้วยโทสะที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด บรรยากาศในห้องลับกดต่ำลงจนแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ
คุณธีร์หันขวับไปมองทางประตูห้อง ก่อนจะหันกลับมามองผม รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความอันตรายสุดขีดถูกจุดขึ้น พร้อมกับมือเรียวที่เลื่อนจากชั้นหนังสือมาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของผม รั้งเข้ามาประชิดจนร่างของเราแนบสนิทกันอย่างไร้ช่องว่าง
"ดูเหมือนว่า... แขกไม่ได้รับเชิญคนนั้นจะยังไม่เจียมเนื้อเจียมตัวสินะครับ" คุณธีร์กระซิบชิดริมฝีปากผมด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น แต่แฝงไปด้วยความคลั่งรักที่ทำเอาผมสั่นสะท้าน "ในเมื่อมันรนหาที่... งั้นเรามาดูกันดีกว่าครับ ว่ามันจะกล้าเข้ามาแย่งคุณไปจากอกผมได้ยังไง"
****************************************
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับความหึงระดับพรีเมียมของคุณผีสุดซึนคนนี้ด้วยกันนะครับ!
- ประตูมิติที่แปด -
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 8
หึงจนหน้ามืด
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!