กลิ่นอายความอับชื้นของคฤหาสน์โบราณยามวิกาลไม่ได้ทำให้ธันวาอยากถอยหลังกลับเท่ากับยอดหนี้ในแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือที่กระพริบเตือนสีแดงฉาน นิ้วเรียวของชายหนุ่มสมานแผลใจด้วยการเลื่อนหน้าจอเช็กยอดเงินคงเหลือครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับปาฏิหาริย์จะเสกตัวเลขเจ็ดหลักให้โผล่ขึ้นมาได้เอง
แต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมาแทนไม่ใช่เงิน... กลับเป็นความเย็นยะเยือกที่ไต่ระโยงระยางขึ้นมาจากพื้นไม้ปาร์เกต์ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังลูบไล้ข้อเท้าของเขา
"ถ้าคิดจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในฐานะคนสวน... ก็ช่วยมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าการมานั่งแคะขี้เล็บแล้วทำหน้าเหมือนคนท้องผูกจะได้ไหมครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นและกวนประสาทดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างตัว ธันวาผงะเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะดุ้งโหยงอย่างที่วิญญาณเจ้าบ้านคาดหวัง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าเสื้อกั๊ก แล้วหันไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทไม่แพ้กัน
"ผมก็ทำหน้าที่ตามเงินเดือนขั้นต่ำที่ตกลงกันไว้นี่ครับคุณธีร์ หรือว่าคุณวิญญาณไฮโซอยากให้ผมถูพื้นด้วยน้ำตาแล้วเช็ดกระจกด้วยความภักดีแบบทาสในเรือนเบี้ย? บอกไว้ก่อนนะ ค่าจ้างระดับนี้ผมแถมแค่กวาดหยากไย่ ไม่รวมบริการทางใจหรือบำบัดความเหงาให้คุณหรอกนะครับ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนลมหายใจของธันวาปรากฏเป็นไอสีขาวจางๆ ก่อนที่เงาสลัวสีดำสนิทจะเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทวินเทจ ใบหน้าคมคายนั้นบึ้งตึง ดวงตาคมกริบจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด มือเรียวยาวโปร่งแสงยกขึ้นกอดอก พลางพ่นลมหายใจเย็นเฉียบใส่หน้าเขา
"ปากดี... อยู่รอดมาได้จนถึงอายุเท่านี้เพราะสกิลเอาตัวรอดหรือเพราะความหน้าด้านกันแน่ครับ ธันวา"
"ก็ทั้งสองอย่างรวมกันนั่นแหละครับ" ธันวาตอบหน้าตาย ก้าวเข้าไปใกล้ร่างโปร่งแสงนั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว "ว่าแต่... เมื่อกี้ใครกันนะที่ส่งเสียงกระซิบง้องแง้งเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่นแถวบันไดวน? บอกว่าห้ามแตะต้องนู่นนี่นั่น ฟังแล้วผมนึกว่ากำลังดูแลคุณหนูเอาแต่ใจมากกว่าวิญญาณเฝ้าบ้านซะอีก"
คิ้วเข้มของคุณธีร์กระตุกวูบ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขัดเคือง วิญญาณหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวธันวาอย่างรวดเร็วจนแผ่นหลังของชายหนุ่มเกือบติดกับชั้นวางหนังสือโบราณ ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าจนธันวาต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่การโดนผีหน้าตาดีกร้าวใจมาจ้องตาใกล้ๆ ในระยะประชิดแบบนี้ มันก็ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะไปเหมือนกัน
"ของบางอย่าง... ถ้าคุณแตะมันด้วยความมักง่าย คุณอาจจะไม่ได้แค่เสียเงิน แต่มันอาจจะหมายถึงชีวิตของคุณเอง" น้ำเสียงของคุณธีร์เปลี่ยนเป็นจริงจังและทุ้มต่ำจนน่าขนลุก ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ธันวารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ของดอกไม้ป่าและฝนตกที่ลอยวนอยู่รอบตัววิญญาณตนนี้
มันเป็นกลิ่นที่... ชวนให้รู้สึกวูบวาบแปลกๆ
"พูดจาขู่กันแบบนี้ แสดงว่าของชิ้นนั้นมันสำคัญกับคุณมากสินะครับ?" ธันวากัดฟันสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดัน พลางเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มท้าทาย "กล่องไม้แกะสลักบนโต๊ะทำงานของคุณใช่ไหมล่ะ? หรือว่าสมุดบันทึกเล่มหนาที่ซ่อนไว้ใต้หมอนกันแน่?"
ดวงตาของคุณธีร์ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง ร่างโปร่งแสงขยับถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเสียอาการ
"คุณรื้อค้นห้องของผม?!"
"ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด แค่เดินผ่านแล้วสายตามันดันดีเกินไปต่างหากครับ" ธันวายักไหล่อย่างไม่ยี่หสอ "แต่ปฏิกิริยาของคุณเมื่อกี้... ชัดเจนยิ่งกว่าเฉลยข้อสอบปรนัยซะอีกนะเนี่ย ของสำคัญขนาดนั้น ทำไมไม่ใส่กุญแจล็อกไว้ล่ะครับ หรือกลัวว่าถ้าล็อกแล้วตัวเองจะเปิดอ่านไม่ได้เพราะไม่มีมือเป็นเนื้อหนังกันแน่?"
"ธันวา!" คุณธีร์กัดฟันกรอด น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโหสุดขีด "คุณนี่มัน... เป็นมนุษย์ที่น่ารำคาญที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในรอบร้อยปีเลยจริงๆ!"
"ชมเกินไปแล้วครับ ผมรับคำชมนั้นนะ" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงเคมีแปลกประหลาดที่ชวนให้ใจสั่นระทึกอย่างน่าประหลาดใจ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายอีกครั้ง ตั้งใจจะเอ่ยปากแซวต่อให้หนสะใจ
ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก
*ตึง... ตึง... ตึง...*
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของวิญญาณที่ไร้น้ำหนัก แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ที่ดังชัดเจน และกำลังมุ่งตรงมายังห้องที่พวกเขายืนอยู่!
คุณธีร์ชะงัก สีหน้าของวิญญาณหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที ดวงตาคมกริบหันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิทสลับกับร่างของธันวาด้วยความตกใจระคนร้อนรน
"ซ่อนตัวเร็ว!" คุณธีร์สั่งเสียงเข้ม พร้อมกับคว้าแขนของธันวาด้วยสัญชาตญาณ แม้สัมผัสนั้นจะเย็นเยือกจนสะท้านไปถึงกระดูก แต่แรงดึงกลับหนักแน่นและจริงจังจนธันวาต้องยอมขยับตามโดยไม่ต้องรอให้บอกซ้ำสอง
รูกุญแจประตูด้านนอกถูกหมุน เสียงเหล็กกระทบกันดังแกร๊ก พร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในความมืด...
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 2
ห้ามแตะต้องของของผม
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!