คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 1

บ้านร้างกับข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
ตัวเลขห้าหลักบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่กำลังจะพังแหล่ไม่พังแหล่... มันไม่ได้น่ามองเลยสักนิดในสายตาของธันวา ยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารตอนตีสองครึ่ง: *๔๒ บาท ๗๕ สตางค์* ให้ตายเถอะ นี่มันตัวเลขที่พร้อมจะส่งเขาไปนอนใต้สะพานลอยได้ทุกเมื่อหากพรุ่งนี้ไม่มีค่าข้าวเช้า และที่สำคัญที่สุด... ค่าเช่าห้องเดือนนี้ที่ค้างมาสองงวดกำลังจะแปลงร่างเป็นหมายขับไล่แปะหราอยู่หน้าประตูในอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า "ถ้าชีวิตมันจะบีบคั้นกันขนาดนี้ ไม่มาควักหัวใจฉันออกไปขายเป็นอาหารเสริมเลยล่ะวะ" ธันวาสบถเบา ๆ ในห้องเช่าแคบ ๆ กลิ่นอับชื้น เขายกมือขึ้นขยี้ผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงจนมันยิ่งฟูฟ่องเหมือนรังนกกระจาบ ดวงตาคมกริบที่ฉายแววสู้คนมาตั้งแต่เกิดจ้องมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา ซึ่งเปิดหน้าเว็บไซต์ประกาศงานพิเศษทิ้งไว้ บรรทัดสุดท้ายของประกาศงานนั้นพิมพ์เอาไว้ด้วยตัวอักษรสีแดงสดสะดุดตาจนชวนขนลุก *‘ต้องการผู้ดูแลคฤหาสน์โบราณย่านชานเมือง รายได้ดี ค่าตอบแทนก้อนโต เงินสดจ่ายหน้างานทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจ (เงื่อนไข: ต้องอยู่คนเดียวได้ และไม่กลัวความมืด)’* คนอย่างธันวาไม่เคยกลัวผีสางเทวดาหน้าไหนหรอกครับ สิ่งเดียวที่ผู้ชายชื่อธันวากลัวในโลกใบนี้... คือความจนและความหิวโหยต่างหากล่ะ นิ้วเรียวที่ผ่านงานใช้แรงงานมาโชกโชนกดคลิกปุ่ม ‘สมัครงาน’ ทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังสวนขึ้นมาแทบจะทันทีที่กดส่งใบสมัคร ทำให้ธันวาต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ ปลายสายรับเร็วยิ่งกว่าสั่งพิซซ่าเดลิเวอรีเสียอีก (คุณธันวาใช่ไหมครับ? ทางเราได้รับใบสมัครของคุณแล้ว...) เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้อารมณ์ดังลอดออกมาจากลำโพง (พรุ่งนี้เที่ยงตรง... ไปที่คฤหาสน์ตระกูลอัศวเรืองฤทธิ์ ถ้าคุณกล้าพอจะก้าวเท้าเข้าไป เงินห้าแสนบาทแรกจะอยู่ในบัญชีของคุณทันที) "เดี๋ยวก่อนครับคุณปลายสาย งานอะไรได้เงินตั้งห้าแสนบาท แค่เฝ้าบ้านเนี่ยนะ? บ้านคุณมีคลังสมบัติซ่อนอยู่หรือว่าข้างในเลี้ยงโคตรเพชรไว้กันแน่" ธันวาถามสวนกลับทันทีด้วยน้ำเสียงติดกวนประสาทตามนิสัยส่วนตัว มือข้างหนึ่งหยิบ บุหรี่ขึ้นมาคาบไว้โดยไม่ได้จุดไฟ "แล้วถ้าผมไป... ผมต้องไปเจออะไรบ้าง? อย่าบอกนะว่าต้องไปนั่งนับหยากไย่กับเช็ดฝุ่นให้ผีบรรพบุรุษของคุณ" (คุณมีสิทธิ์เลือกแค่... จะไป หรือจะไสหัวไปอดตายครับ) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ชนิดที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องเช่าแคบ ๆ ลดฮวบลงโดยไม่มีสาเหตุ (พรุ่งนี้เที่ยง... หวังว่าจะไม่ปอดแหกหนีไปเสียก่อนนะ คุณธันวา) *ตู๊ด... ตู๊ด...* สายถูกตัดทอดไปอย่างไร้เยื่อใย ธันวาดึงบุหรี่ออกจากปากแล้วหัวเราะในลำคออย่างนึกฉุน "ให้ตายสิ... ปากคอเราะร้ายชะมัด ยิ่งกว่าแม่ยายใจร้ายในละครหลังข่าวเสียอีก" ถึงจะบ่นอุบอาย แต่รอยยิ้มมุมปากของความท้าทายกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น ธันวาไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมก้มหัวให้โชคชะตาเล่นตลกอยู่ฝ่ายเดียว หากบ้านหลังนั้นมันจะมีผีสางจริง ๆ อย่างน้อยผีพวกนั้นก็คงไม่ใจร้ายเท่าเจ้าของห้องเช่าที่ขู่จะล็อกห้องเขาพรุ่งนี้เที่ยงหรอกจริงไหมครับ? *** แสงแดดจัดจ้าในเวลาเที่ยงตรงของวันรุ่งขึ้นไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวคฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารดูเป็นมิตรขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย คฤหาสน์สถาปัตยกรรมตะวันตกผสมผสานความขรึมขลังแบบไทยโบราณตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้นานาพันธุ์ที่ขึ้นรกครึ้มจนแทบกลืนกินตัวอาคาร รั้วเหล็กดัดขึ้นสนิมสีแดงคล้ำส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวยามต้องสายลม ธันวาในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงยีนส์เซอร์ ๆ ยืนกอดอกพิงมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่จอดเทียบอยู่หน้าประตูรั้ว ดวงตาคมกวาดสำรวจความทรุดโทรมแต่ยังคงความยิ่งใหญ่ของตัวคฤหาสน์อย่างพินิจพิจารณา ประตูรั้วไม้บานใหญ่ไม่ได้ลงกลอน มันถูกแง้มเอาไว้ราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของใครบางคน... หรือบางสิ่งบางอย่าง "ยินดีต้อนรับสู่ขุมทรัพย์ห้าแสนบาท" ธันวาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเอื้อมมือผลักประตูรั้วเหล็กที่ส่งเสียงร้องโหยหวนเปิดออก ก้าวแรกที่เท้าแตะลงบนพื้นสนามหญ้าที่รกเรื้อ กลิ่นอายความอับชื้นผสมกลิ่นอายดินฝนและดอกไม้โบราณบางชนิดก็ลอยเข้าจมูกทันที บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนน่าขนลุก เสียงนกเสียงกาหรือแม้แต่เสียงรถราบนถนนใหญ่ด้านนอกราวกับถูกตัดขาดออกไปจากโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิง ธันวาเดินลัดเลาะผ่านสวนหย่อมที่เคยรุ่งเรืองในอดีตจนมาถึงบันไดหินอ่อนหน้าคฤหาสน์ ประตูไม้สักบานมหึมาแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงปิดสนิท แต่ทันทีที่เขาก้าวขึ้นไปยืนบนชานชาลาหน้าประตูนั่นเอง... *แอ๊ดดด—* เสียงบานประตูไม้หนักอึ้งเปิดออกเองช้า ๆ จากทางด้านใน ราวกับมีใครบางคนยืนรอต้อนรับเขาอยู่หลังบานประตูนั้นตั้งแต่แรกแล้ว ธันวาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ดวงตาคมหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ความเงียบงันภายในตัวบ้านที่มืดสลัวชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าไปในปากของสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ แต่ความจนมันน่ากลัวกว่าผีเยอะครับ! เขาจึงก้าวเท้าเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปอย่างไร้ความลังเล "มีใครอยู่ไหมครับ? ผมธันวา... คนที่รับจ้างมาดูแลบ้าน" เสียงทุ้มกังวานเอ่ยถามก้องไปทั่วห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ ไม่มีเสียงตอบรับจากมนุษย์... มีเพียงสายลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกผ่านแผ่นหลังของเขาจนขนลุกซู่ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูไม้บานใหญ่ด้านหลังก็กระแทกปิดลงอย่างแรงด้วยฝีมือของแรงลมที่มองไม่เห็น พร้อมกับเสียงกลอนประตูที่ลงล็อกดัง *คลิก* สนั่นหวั่นไหว ธันวาสบถเบา ๆ รีบหันกลับไปผลักประตู แต่ไม่ว่าจะออกแรงผลักสักแค่ไหน บานประตูไม้สักนั้นก็ตายสนิทราวกับหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับผนังปูนไปเสียแล้ว ในความมืดสลัวของโถงทางเดิน มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จากชั้นลอยด้านบน... เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดัง ก๊อปแก๊ป เป็นจังหวะจะโคน ทรงอำนาจ และเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ธันวาเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง ดวงตาคมกวาดฝ่าความมืดสลัวไปยังราวบันไดชั้นสอง และที่ตรงนั้นเอง... ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปกำลังยืนมองลงมา ร่างกายของเขากึ่งโปร่งแสงจนมองทะลุผ่านไปยังผนังด้านหลังได้ แต่ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักนั้นกลับเด่นชัดเสียจนน่ากลัว ดวงตาสีเข้มคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่ธันวาด้วยแววตาทั้งเย้ยหยัน ขยะแขยง และ... ประทับใจในคราวเดียวกัน "กล้าดีนี่... ที่กล้าเดินเข้ามาในกรงของฉันด้วยขาของตัวเอง" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นจากวิญญาณหนุ่มเจ้าของคฤหาสน์ "นายคิดจริง ๆ หรือว่าเงินห้าแสนบาทนั่น... มันจะได้มาฟรี ๆ โดยไม่ต้องแลกด้วยอะไรเลย... คุณหนูธันวา" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกันครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%