กลิ่นอายความเย็นเยียบของสนิมเหล็กและไอควันสีเทาเข้มพุ่งทะยานเข้าปะทะใบหน้าของธันวาจนแทบสำลัก ในความมืดมิดของโถงทางเดินชั้นสองที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยเสียงกรีดแหลมสูงเสียดแก้วหู ราวกับมีโลหะนับร้อยชิ้นกำลังถูกกรีดลากับพื้นปูนอย่างบ้าคลั่ง
“ให้ตายเถอะ... นี่มันวันซวยอะไรวะเนี่ย!”
ธันวาสบถเสียงดังลั่น มือข้างหนึ่งกำวัตถุมงคลในกระเป๋าเสื้อแน่นจนเหงื่อชุ่ม ขณะที่ดวงตากวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวกระวัง ทว่าความมืดในคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความขาดหายของแสงสว่าง แต่มันกำลัง ‘เคลื่อนไหว’ มันหนาแน่นราวกับมีชีวิต และกำลังบีบอัดอากาศรอบตัวให้บางลงทุกที
พรึ่บ!
เปลวไฟสีฟ้าครามดวงหนึ่งลุกพร่างขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นร่างสูงโปร่งของคุณธีร์ที่ก้าวออกมาขวางหน้าธันวาไว้ในเสี้ยววินาที ใบหน้าคมคายนั้นบึ้งตึง ดวงตาสีดำสนิทฉายแววเกรี้ยวกราดอย่างชัดเจน
“ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้น อยากเอาวิญญาณไปเร่ขายให้พวกมันหรือไง ถึงได้เดินมาหาที่ตายถึงตรงนี้” คุณธีร์เปิดฉากพ่นคำพูดจิกกัดทันทีตามนิสัยซึนเดเระ ทั้งที่มือหนากลับคว้าต้นแขนของธันวาแล้วดึงเข้าหาตัวเพื่อกำบังให้อย่างมิดชิด
ธันวาเม้มปากแน่น แม้จะอยากเถียงกลับใจจะขาดว่าไม่ได้เดินมาหาที่ตาย แต่บรรยากาศรอบตัวในตอนนี้มันกดดันเกินกว่าจะมาต่อปากต่อคำ ไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวของคุณธีร์ตัดกับความเย็นยะเยือกภายนอกอย่างสิ้นเชิง มันเป็นความอบอุ่นที่เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโชคดีแค่ไหนที่มีวิญญาณปากร้ายตนนี้คอยยืนค้ำหัวอยู่
“ผมไม่ได้อยากมาตายสักหน่อย แค่ได้ยินเสียงแปลกๆ เลยเดินมาดู... แล้วนั่นอะไร!” ธันวาชี้ไปยังมุมมืดสุดทางเดิน เงาดำมหึมาหลายร่างกำลังบิดเบี้ยวและพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง เสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอของพวกมันทำเอาแผ่นหลังของหนุ่มสู้ชีวิตเย็นวาบ
“พวกมันไม่ใช่ผีเจ้าถิ่น... แต่เป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกกลิ่นอายความตายดึงดูดเข้ามา” คุณธีร์กัดฟันกรวด นัยน์ตาคมกริบกวาดมองฝูงเงาดำที่พุ่งเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในวงแคบ “แล้วก็คงอยากได้พลังงานจากนาย... ของหวานชั้นดีที่เดินได้ล่ะมั้ง”
“ปากคอเราะร้ายชะมัด จะตายอยู่แล้วยังจะมาแซะผมอีก!” ธันวาพ่นลมหายใจพรืด แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เงาดำตนหนึ่งก็พุ่งทะยานผ่านความมืดเข้ามาหมายจะตะปบเข้าที่ใบหน้าของเขา
“ระวัง!”
คุณธีร์เคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ร่างโปร่งแสงพุ่งเข้าประชิดตัวธันวาก่อนจะเหวี่ยงแขนซัดพลังงานวิญญาณออกไปปะทะกับเงาร้ายนั้นอย่างจัง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วผนังคฤหาสน์ แรงปะทะทำให้ธันวาเซถอยหลังไปชนกับอกกว้างของคุณธีร์อย่างจัง กลิ่นอายเฉพาะตัวที่เย็นสดชื่นปนกลิ่นจางๆ ของฝนตกกระจายอยู่รอบตัว ทำเอาหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำด้วยความกลัว เปลี่ยนจังหวะเป็นเต้นรำด้วยความตื่นตระหนกอีกรูปแบบหนึ่งแทน
“นี่... เลิกฉวยโอกาสซุกอกฉันสักที นายคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้มันโรแมนติกมากหรือไง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจเย็นเฉียบที่เป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่
“ใครฉวยโอกาสกันเล่า! หลังผมแทบหักเพราะคุณต่างหาก!” ธันวาเงยหน้าขึ้นเถียงทันควัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับคุณธีร์ตอนนี้ใกล้กันเสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคู่คมของคุณธีร์ที่มักจะซ่อนความหวงแหนเอาไว้ภายใต้คำพูดเยาะเย้ย ตอนนี้กำลังสะท้อนภาพของเขาอย่างชัดเจน
ทว่าความหวานชั่วขณะถูกตัดขาดด้วยเสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาดำนับสิบตนรวมตัวกันกลายเป็นพายุหมุนสีดำสนิทใจกลางโถงทางเดิน แรงกดอากาศมหาศาลทำให้ธันวารู้สึกหายใจไม่ออก ร่างกายเริ่มชาหนึบราวกับถูกสูบพลังชีวิตไปทีละน้อย
“พวกมันเอาจริงแล้ว...” คุณธีร์หน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาคว้ามือของธันวามากุมไว้แน่น ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือทำให้ความหวาดกลัวของธันวาลดลงไปครึ่งหนึ่ง “จับฉันไว้แน่นๆ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด... ถ้าไม่อยากวิญญาณหลุดออกจากร่างไปเป็นบริวารของพวกมัน”
“แล้วคุณล่ะ... จะไหวไหม” ธันวาถามเสียงสั่น แม้จะปากเก่งแค่ไหน แต่ภาพเงาดำมหึมาที่กำลังอ้าปากกว้างเตรียมกลืนกินพวกเขาก็สร้างความกดดันไม่น้อย
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า ธันวา... คนอย่างฉัน ไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากนายไปจากคฤหาสน์หลังนี้แน่ แม้แต่ไอ้พวกภูตผีเร่ร่อนเดรัจฉานพวกนี้ก็ไม่มีสิทธิ์”
สิ้นคำพูดของคุณธีร์ แสงสีฟ้าครามสว่างวาบเจิดจ้าจนแสบตา พลังงานวิญญาณมหาศาลระเบิดออกรอบตัวเขาทั้งสองเพื่อต้านทานแรงดึงดูดของฝูงวิญญาณร้าย การปะทะกันรุนแรงจนเศษฝุ่นและข้าวของรอบข้างกระจัดกระจาย
แต่ทว่า ในวินาทีที่แสงสว่างกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างชัดเจนที่บันไดชั้นล่าง...
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของวิญญาณ และไม่ใช่เสียงของธันวาอย่างแน่นอน
“ใคร... ใครอยู่ตรงนั้น” ธันวาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งคนที่กำลังก้าวขึ้นมาในเขตหวงห้ามนี้
คุณธีร์ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาและตื่นตระหนกในเวลาเดียวกัน ดวงตาคมกริบมองไปยังปลายบันไดที่เงาดำกำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวหลบหลีกให้ทางแก่ผู้มาใหม่ ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าจะลอยมาตามลม
“ในที่สุด... ก็หากุญแจเจอดزเสียที...”
ประตูมิติที่แปดขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและสนับสนุนมาโดยตลอดนะครับ
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 19
ความมืดมิดที่ไล่ล่า
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!