เปลวเพลิงสีแดงฉานโหมกระหน่ำแผดเผาโครงสร้างไม้โบราณของคฤหาสน์ตระกูลวรกุลจนเกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับเสียงคำรามของอสูรร้าย ความร้อนระอุแผดเผาผิวเนื้อจนแสบแปลบ แต่อุณหภูมิภายนอกนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับความหนาแน่นของความตายที่กดทับอยู่ตรงหน้า
ธันวากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดหยาดเหงื่อผสมเขม่าควันไฟที่ไหลเข้าตาจนแสบพร่า ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องโถงที่ตอนนี้กลายเป็นทะเลเพลิงขนาดย่อม พลังงานอาฆาตมาดร้ายของวิญญาณเร่ร่อนนับสิบตนกำลังพุ่งตรงเข้ามาหมายจะฉีกกระชากวิญญาณของเขาให้แหลกเป็นจุลในกองเพลิงนี้
"คิดจะมาเอาชีวิตฉันเหรอ... ฝันไปเถอะ!"
ธันวาคำรามลอดไรฟัน แม้ร่างกายจะสะินสะเทือนด้วยความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีและต่อสู้มาตลอดทั้งคืน แต่ดวงตาคู่นั้นไม่มีแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากระชับยันต์ในมือแน่น เตรียมแลกหมัดเฮือกสุดท้ายกับพวกมัน
ทว่า... ก่อนที่เงาดำมหึมาตนหนึ่งจะพุ่งเข้าประชิดตัว ร่างโปร่งแสงของใครบางคนก็พุ่งวาบตัดหน้าเข้ามาด้วยความเร็วสูง
"ถอยไป ธันวา!"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยตะคอกก้องท่ามกลางเสียงประทุของเปลวไฟ คุณธีร์ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แผ่นหลังกว้างที่เคยมีแต่ความเย่อหยิ่งและท่าทีซึนเดเระ บัดนี้แผ่รังสีพลังงานสีนิลกาฬเข้มข้นออกมาเพื่อปกป้องเขาจากคมเขี้ยวของความมืด
"คุณธีร์! คุณจะทำอะไร!" ธันวาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นสภาพของวิญญาณหนุ่มในยามนี้ ไอพลังงานรอบตัวของคุณธีร์ที่เคยสั่นไหวอย่างมั่นคง บัดนี้กลับมีรอยปริร้าวราวกับกระจกที่กำลังจะแตกละเอียด
คุณธีร์ไม่หันกลับมามอง เขายังคงจ้องมองฝูงวิญญาณอาฆาตด้วยแววตาดุดันและเด็ดเดี่ยว ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิดตามนิสัยเดิม แม้ในสถานการณ์ที่เฉียดตายแบบนี้ เจ้าตัวก็ยังไม่วายพ่นคำพูดกวนประสาทออกมา
"ทำไมน่ะเหรอ... ก็รำคาญเสียงโวยวายของนายนะสิ เก่งนักไม่ใช่เหรอเรื่องปากดีใส่ฉัน ทำไมตอนนี้ถึงทำหน้าเหมือนหมาตกน้ำแบบนั้นล่ะครับ คุณหนูธันวา"
"นี่ไม่ใช่เวลามาปากเสียใส่ผมนะ! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้าคุณใช้พลังทั้งหมดในเขตเพลิงอาคมนี้ คุณจะ..." ธันวาตะโกนแข่งกับเสียงไฟ เสียงของเขาขาดห้วงเมื่อตระหนักถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา
"ถ้าไม่ทำแบบนี้ นายก็ไม่รอดไม่ใช่หรือไง" คุณธีร์หันกลับมามองเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มมุมปากที่แสนกวนประสาทถูกส่งมาให้ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับลึกซึ้งและไหวระริกจนธันวาแทบหยุดหายใจ "จำไว้... ฉันเป็นผีเฝ้าบ้านหลังนี้ และหน้าที่ของฉันคือดูแลความปลอดภัยของคนในบ้าน... รวมถึงนายด้วย ปากเสียๆ อย่างนาย ถ้าไม่มีฉันคอยต่อปากต่อคำด้วย คงน่าเบื่อตายพะยะค่ะ"
"คุณธีร์! ไอ้คนบ้า...!"
ธันวารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่ขอบตา ร้อนผ่าวเสียยิ่งกว่าเปลวไฟรอบกาย มือที่ถือยันต์สั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความหวาดหวั่นที่จะต้องสูญเสียรอยยิ้มหยันและสายตาดุๆ คู่นั้นไปตลอดกาล
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดของพลังงานวิญญาณดังสนั่นหวั่นไหว คุณธีร์กางแขนออกทั้งสองข้าง พลังงานสีดำสนิทระเบิดออกเป็นวงกว้างเข้าปะทะกับกองทัพวิญญาณอาฆาตจนพวกมันกรีดร้องโหยหวนและสลายหายไปทีละตน สภาพแวดล้อมรอบตัวสั่นสะเทือน เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำถูกแรงกดดันจากพลังมหาศาลพัดจนลู่ลง
ทว่า แลกมาด้วยร่างของคุณธีร์ที่โปร่งแสงลงทุกที... แสงสว่างจากตัวของวิญญาณหนุ่มค่อยๆ จางหายไป ราวกับหมอกควันยามเช้าที่ถูกความร้อนแผดเผาจนระเหย
"คุณธีร์ พอแล้ว! ผมสั่งให้พอ!" ธันวารีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนอีกฝ่าย แต่ปลายนิ้วของเขากลับทะลุผ่านความว่างเปล่าราวกับสัมผัสกับอากาศธาตุ ความจริงอันโหดร้ายนั้นทำให้หัวใจของธันวาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
คุณธีร์หันมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนริมฝีปากที่ซีดเซียว ร่างกายส่วนปลายเริ่มแตกสลายเป็นละอองแสงสีนิลลอยละลิ่วไปกับควันไฟ
"มือไวใจเร็วนะเรา... บอกให้ถอยก็ไม่ยอมถอย" คุณธีร์หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา ราวกับต้องการจดจำภาพนี้ไว้ให้ลึกที่สุด "ฟังให้ดีนะธันวา... ต่อจากนี้ ไม่มีฉันคอยบ่น คอยขัดใจ นายอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจชอบได้เลย... ดีใจใช่ไหมล่ะครับ"
"ใครจะไปดีใจเล่า! ไอ้ผีเฮงซวย! ไอ้คนใจร้าย!" ธันวาน้ำตาไหลพรั่งพรูอย่างไร้การควบคุม เสียงของเขาขาดห้วงและสั่นเครือ เขายื่นมือไขว่คว้าอากาศรอบตัวคุณธีร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับคนบ้าที่พยายามจะคว้าจับสายลม "กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าผมติดหนี้คุณอยู่? ถ้าคุณหายไปแบบนี้ แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปใช้คืนคุณล่ะ!"
คุณธีร์ยกยิ้มมุมปากเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาคู่คมทอประกายอ่อนโยนอย่างที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน มือที่โปร่งแสงยกขึ้นช้าๆ ราวกับจะสัมผัสแก้มของมนุษย์หนุ่มตรงหน้า แม้จะสัมผัสไม่ได้จริง แต่ความอบอุ่นจากสายตายังคงส่งผ่าน7มาได้อย่างชัดเจน
"ถือว่า... ยกหนี้ให้ก็แล้วกันครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างทั้งร่างของคุณธีร์ก็ระเบิดออกเป็นละอองแสงสีดำนับล้านชิ้น พุ่งกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุหลังคาคฤหาสน์ที่ถูกไฟไหม้ แรงลมสะท้อนจากการสลายตัวพัดเอาเปลวเพลิงรอบตัวดับลงในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน กลิ่นอายของเถ้าถ่าน... และความว่างเปล่าอันเย็นเยียบที่เสียดแทงขั้วหัวใจ
ธันวาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นท่ามกลางซากปรักหักพัง มือทั้งสองข้างกำเศษเถ้าถ่านแน่นจนฝ่ามือระบม หัวใจดวงน้อยบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บปวดราวกับถูกฉีกทึ้ง เขาก้มหน้าซบลงกับเข่า ปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้หลุดลอดออกมาอย่างไม่อายใคร
ความร่ำรวย เงินทอง หรือความปลอดภัยที่เคยไขว่คว้า... ในวินาทีนี้ มันไม่มีความหมายอะไรเลยสักนิด ถ้าหากแลกมากับการที่ต้องสูญเสียวิญญาณปากร้ายคนนั้นไป
ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงสัญญาณเตือนภัยดังแว่วมาจากมุมห้องที่ถูกไฟไหม้ไม่หมด หน้าจอมือถือของธันวาที่ตกอยู่บนพื้นสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีธนาคารเด้งขึ้นมาโชว์หร่าด้วยยอดเงินมหาศาลที่เคยตกลงกันไว้
แต่ทว่า... หน้าจอนั้นกลับปรากฏภาพสะท้อนแปลกประหลาด เงาร่างโปร่งแสงของใครบางคนโน้มตัวลงมาใกล้จากด้านหลัง ลมหายใจเย็นเฉียบเป่ารดต้นคอ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่คุ้นเคยดังชิดริมหูอย่างเย้าแหย่
"ใครบอกว่าฉันไปไหนล่ะครับ... คุณหนูขี้แย"
ธันวาผะหนะตัวแข็งค้าง ลมหายใจสะดุดกึกลงทันที หัวใจที่เพิ่งแหลกสลายกลับมากระหน่ำเต้นรัวระทึกด้วยความตกใจระคนความหวังอันบ้าคลั่ง เขารีบหันขวับกลับไปมองด้านหลังทันทีโดยไม่ลังเล!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและฟินจิกหมอนมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 34
ใจสลายในกองเพลิง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!