"ถ้าคุณยังยืนมองผมด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์เหมือนผมเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวชามโปรดแบบนั้นอีกสักสามวินาที ผมจะคิดว่าคุณแอบหลงรักวิญญาณตนนี้เข้าจริงๆ แล้วนะครับ, คุณธันวา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทเล็กๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดเก่าแก่ของคฤหาสน์ กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่ลอยวนในอากาศราวกับถูกหยุดเวลาไว้ด้วยมนต์สะกด ธันวาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้สักทอง ดวงตากลมโตตวัดมองร่างโปร่งแสงที่ทิ้งตัวพิงกรอบหน้าต่างอย่างสบายอารมณ์ มุมปากหยักลึกนั่นยกยิ้มร้ายกาจในแบบที่ต่อให้ตายไปแล้วกลายเป็นผี ความกวนประสาทก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
"หลงรักผีหน้ามึนอย่างคุณเนี่ยนะ? เก็บคำพูดเพ้อเจ้อของคุณไว้บอกพวกวิญญาณเร่ร่อนแถวรั้วบ้านเถอะครับคุณธีร์" ธันวาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูอย่างเนียนที่สุด "ผมแค่มองสำรวจดูว่า... วิญญาณที่เกาะติดผมเป็นปลิงทะเลแบบคุณเนี่ย วันดีคืนดีจะสลายหายตัวไปทำความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาอีกหรือเปล่าต่างหาก"
"ปลิงทะเลเหรอครับ?" คุณธีร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ร่างโปร่งแสงก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติจนธันวาผถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้รู้สึกกลัวเลยสักนิด... กลับกัน มันกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ปากเก่งแบบนี้... ถ้าผมหายตัวไปจริงๆ คนแถวนี้คงเหงาจนนอนไม่หลับไปสามวันเจ็ดวันแน่ๆ"
"หลงตัวเองที่สุด" ธันวาพ่นลมหายใจออกทางจมูก พยายามดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่ามือกลับทะลุผ่านความว่างเปล่าไปเสียได้ ชายหนุ่มจิ๊ปากอย่างขัดใจ ขณะที่คุณธีร์กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งถึงความวุ่นวายที่กำลังก่อตัวขึ้นข้างใน
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหวาดระแวงในวันวาน กลายเป็นความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ทั้งอันตรายและหวานล้ำเกินกว่าจะควบคุม นับตั้งแต่ผ่านศึกหนักในการชำระล้างอาถรรพ์ของตระกูลมาได้ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวิญญาณเฝ้าบ้านก็ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตความเป็นความตายมาไกลโข จนบางครั้งธันวาเองก็เผลอลืมไปชั่วขณะว่า... อีกฝ่ายไม่มีลมหายใจ
"นี่..." ธันวาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน เสียงของเขาเบากว่าปกติเล็กน้อยเมื่อความซุกซนในแววตาของคุณธีร์ถูกแทนที่ด้วยความจริงจัง "ถ้าสมความปรารถนาทุกอย่างแล้ว... คฤหาสน์หลังนี้ถูกเคลียร์ ปมทุกอย่างถูกสะสางแล้ว คุณคิดว่าตัวเองจะไปไหนต่อล่ะครับ?"
คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณธีร์จางหายไป ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาคมกริบมองทอดออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องกระทบกับสวนกุหลาบที่เคยรกร้าง บัดนี้ได้รับการดูแลจนกลับมางดงามอีกครั้งด้วยฝีมือของคนตรงหน้า
"ทำไมถึงถามเรื่องนั้นขึ้นมาล่ะครับ?" คุณธีร์หันกลับมามอง น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "หรือว่า... กลัวว่าถ้าผมไปจุติจริงๆ แล้วจะไม่มีใครคอยกวนประสาทคุณยามดึกดื่น?"
"ใครเขาจะไปใจหายกันเล่า!" ธันวาโต้กลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความวูบโหวงแปลกๆ ที่แล่นเข้ามาในอก "ผมแค่วางแผนอนาคตต่างหาก... คุณก็รู้ว่าผมต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ซ่อมแซมบ้านหลังนี้ให้เป็นเกสต์เฮาส์ตามที่ฝันไว้ แต่ถ้ามี... เอ่อ... วิญญาณเจ้าถิ่นคอยเดินทะลุกำแพงไปมา ลูกค้าที่ไหนเขาจะกล้ามาพักกันล่ะครับ"
"อ๋อ... กลัวลูกค้ารังเกียจผมว่างั้นเถอะ" คุณธีร์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน (แม้จะสัมผัสไม่ได้จริงก็ตาม) "แต่ผมว่า... ต่อให้มีผีหน้าตาดีที่สุดในสามโลกยืนต้อนรับอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ลูกค้าก็คงไม่สนใจหรอกครับ เพราะเขากคงมัวแต่มองหน้าเจ้าของเกสต์เฮาส์ที่หน้าตาบูดบึ้งแต่ใจดีคนนี้มากกว่า"
"คุณธีร์!" ธันวาถลึงตาส่งค้อนวงใหญ่ให้ รant หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "เลิกหยอดคำพูดเลี่ยนๆ สักวันจะได้ไหมครับ ผมไม่ใช่สาวน้อยในนิยายนะที่จะมาเคลิ้มกับมุกเสี่ยวๆ แบบนี้"
"แล้วทำไมหูถึงแดงล่ะครับ, คุณหนูธันวา"
วิญญาณหนุ่มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ความเย็นยะเยือกที่ปะทะผิวเนื้อทำให้ธันวาสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มเม้มปากแน่น หลบสายตาคมคลาวนั้นด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานจนเกินต้านทาน นี่เขากำลังเขินผีงั้นเหรอ? ให้ตายเถอะ... มันช่างเป็นสถานการณ์ที่ไร้สาระที่สุดในโลก แต่กระนั้น ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ในอกกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันจริงแท้แค่ไหน
"ถ้าผมบอกว่า..." คุณธีร์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคู่นั้นทอประกายจริงจังจนธันวาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยอัตโนมัติ "ผมเลือกที่จะไม่ไปไหน... เลือกที่จะไม่ไปจุติภพภูมิอื่น แต่จะอยู่ตรงนี้... อยู่ข้างๆ คอยปกป้องดูแล และกวนประสาทคุณไปจนกว่ากาลเวลาจะสิ้นสุดลง คุณจะว่ายังไงล่ะครับ?"
คำพูดนั้นไม่ได้มาพร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ แต่มันคือถ้อยคำที่กลั่นกรองมาจากความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบเปรย ธันวาอ้าปากค้างเล็กน้อย คำพูดจาเชือดเฉือนที่เตรียมไว้ในใจมลายหายเกลี้ยงราวกับถูกไฟแผดเผา ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเขาทั้งคู่ ทว่ามันไม่ใช่ความอึดอัด... แต่มันคือความหวานล้ำที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในพื้นที่หัวใจของคนทั้งคู่
มือบางเอื้อมออกไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วแตะลงบนอากาศว่างเปล่าตรงตำแหน่งที่หัวใจของคุณธีร์ควรจะเต้นอยู่ แม้จะสัมผัสได้เพียงความเย็นเยือก แต่รอยยิ้มอ่อนโยนที่ระบายขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น ก็ทำให้ธันวารู้สึกราวกับว่าหัวใจของพวกเขาเชื่อมต่อกันโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ อีก
"พูดจา..." ธันวาเม้มปากแน่น พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "พูดจาชวนเลี่ยนเป็นบ้าเลยนะครับ..."
คุณธีร์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี มือโปร่งแสงเอื้อมขึ้นมาทำท่าเหมือนจะเกลียวเส้นผมที่ปรกหน้าผากให้ธันวา แม้จะสัมผัสไม่ได้จริง แต่กิริยานั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด "แต่คุณก็ไม่ได้ปฏิเสธนี่ครับ..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูอย่างไม่รู้เวลาก่ำเวลา ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาของบุคคลที่สามที่ทำให้ทั้งสองคนต้องสะดุ้งสุดตัว
"คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องใต้ดิน..."
เสียงร้อนรนของแม่บ้านสาวใหญ่ดังแทรกเข้ามา แต่ธันวาไม่ได้ยินประโยคหลังเสียแล้ว เพราะเมื่อหันกลับไปมองทางหน้าต่าง... ร่างของคุณธีร์ที่เคยยืนอยู่ตรงนั้น กลับหายลับไปในพริบตา พร้อมกับกระดาษเอกสารบนโต๊ะที่ปลิวว่อนขึ้นมากลางอากาศราวกับถูกแรงลมพัดกระโชก ทิ้งไว้เพียงความเย็นจางๆ และข้อความลายมือหวัดๆ ปรากฏขึ้นบนกระจกหน้าต่างที่ขึ้นฝ้าขาว
*'เรื่องของเรา... ค่อยคุยกันต่อคืนนี้นะครับ'*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
---
*ประตูมิติที่แปด*
คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน•ตอนที่ 25
ใจที่เริ่มเต้นแรง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ... อย่าท้าทายผีเฝ้าบ้าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!