ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 6

ถ้อยคำที่ไม่เคยเอ่ย

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณวินยังดื่มแก้วนี้ต่อ ผมเกรงว่าโปรเจกต์ล้านบาทของเราคงต้องยกให้ตับของคุณวินไปบริหารแทนแล้วล่ะครับ" เสียงหัวเราะรื่นเริงดังกลบเกลื่อนความอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่รอบโต๊ะอาหารวีไอพี ภายในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องกระทบกับแก้วทรงสูงในมือของธาวิน ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่าเข้มกำลังยืนนิ่งเป็นเป้าสายตา รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ช่วยลดทอนความเย็นชาและระยะห่างที่เขาสร้างขึ้นรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ตรงหน้าเขาคือคุณปกรณ์ นักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลที่มักใช้การดื่มเพื่อวัดใจคู่ค้าเสมอ แก้ววิสกี้สีอำพันถูกยื่นมาตรงหน้าอีกครั้งด้วยท่าทีบังคับแกมหยอกล้อ บรรยากาศรอบข้างเริ่มเงียบลง ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่ลอบมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ธาวินขมวดคิ้วน้อยๆ ความอดทนของเขาใกล้หมดลงทุกที ดวงตาคมกริบฉายแววรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำเชิญแก้วที่ห้าด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด—ซึ่งอาจหมายถึงการทำลายดีลธุรกิจมูลค่ามหาศาลในค่ำคืนนี้ "ขอโทษนะคะคุณปกรณ์ พอดีเครื่องดื่มแก้วนี้... เป็นสูตรพิเศษที่ทางเจ้าภาพจัดเตรียมไว้ให้เฉพาะแขกคนสำคัญที่มีเงื่อนไขเรื่องสุขภาพค่ะ" เสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน เพียงฟ้าก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างธาวินอย่างพอดิบพอดี ร่างระหงในชุดเดรสยาวสีน้ำเงินเข้มขับผิวให้ดูโดดเด่น มือเรียวบางยื่นถาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่ตกแต่งด้วยเลมอนฝานบางๆ ไปคั่นกลางระหว่างมือของคุณปกรณ์และธาวิน รอยยิ้มสุภาพแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจถูกส่งไปให้ผู้ทรงอิทธิพลอย่างนิ่มนวล คุณปกรณ์ชะงัก เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน "อ้าว... คุณเพียงฟ้า เลขาคนเก่งนี่เอง ถึงว่าล่ะ... รอบคอบเสียจริง" "ถ้าทางคุณปกรณ์ไม่รังเกียจ ให้ฟ้าเป็นตัวแทนดื่มอวยพรแก้วนี้ร่วมกับคุณปกรณ์แทนคุณวินนะคะ" เพียงฟ้าหยิบแก้วเครื่องดื่มสมุนไพรสีสวยขึ้นมาสบตา พร้อมกับผงกศีรษะให้อย่างให้เกียรติ การแก้สถานการณ์ด้วยไหวพริบและรอยยิ้มอันจริงใจ ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลงในพริบตา คุณปกรณ์ยอมหัวเราะร่าและชนแก้วด้วยความเอ็นดู ก่อนจะขอตัวเดินไปทักทายแขกกลุ่มอื่น ความเงียบสงบชั่วขณะคืนกลับมาสู่พื้นที่เล็กๆ ตรงมุมห้อง ธาวินผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างโล่งอก ไหล่กว้างที่เคยเกร็งเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขานิ่งงันไปครู่หนึ่งเมื่อหันมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย เพียงฟ้ากำลังก้มลงจัดระเบียบเอกสารในมือเล็กน้อยเพื่อซ่อนความประหม่า หัวใจเธอยังคงเต้นระรัวด้วยความหวาดเสียวเมื่อครู่ การก้าวออกไปปกป้องเขาไม่ใช่หน้าที่ของเลขาผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ แต่มันคือสัญชาตญาณจากความห่วงใยที่เธอพยายามเก็บซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉยมาตลอด "คุณ... ไม่น่าเอาตัวเข้าแลกเลย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ มีความระคนไม่พอใจเจืออยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างปิดไม่มิด ธาวินหันมามองเธอ แววตาคมเข้มฉายความห่วงใยที่หลุดรอดออกมาวูบหนึ่ง "คุณปกรณ์คนนั้นเจ้าเล่ห์จะตาย คุณก็รู้" เพียงฟ้านิ่งงันไปชั่วขณะ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย "ถ้าฟ้าไม่ทำแบบนั้น... คุณวินก็จะดื่มต่อจนหมดแก้วอีกใช่ไหมคะ? ทั้งๆ ที่กระเพาะคุณไม่ค่อยดีอยู่แล้ว..." คำพูดนั้นสะดุดลงเมื่อธาวินชะงักไป ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังประโยคแสดงความห่วงใยนั้น ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเขาทั้งคู่ ท่ามกลางเสียงดนตรีคลอเบาๆ และเสียงพูดคุยจอแจรอบกาย แต่วินาทีนี้ โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงแค่คนสองคน "คุณรู้..." ธาวินทวนคำ เสียงของเขาแผ่วเบาลงจนแทบกระซิบ ความรู้สึกผิดลึกๆ ในอกตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาคือผู้ชายที่เย็นชาและมักผลักไสทุกคนให้ออกห่างเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวเองจากอดีต แต่ผู้หญิงคนนี้... คนที่เขามักจะแสดงท่าทีห่างเหินใส่เสมอ กลับเป็นคนที่คอยสังเกตความผิดปกติของเขาเงียบๆ และยื่นมือเข้ามาปกป้องในยามที่เขาต้องการมากที่สุด "ฟ้าเป็นเลขาของคุณนะคะ... เรื่องแค่นี้ ทำไมจะไม่รู้ล่ะคะ" เพียงฟ้าฝืนยิ้มบางๆ กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง เธอบ่ายเบี่ยงสายตาไปมองทางอื่นเพื่อไม่ให้เขาจับพิรุธได้ "งานทางนี้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวฟ้าขอตัวไปดูความเรียบร้อยที่โต๊ะจัดเลี้ยงด้านนอกก่อนนะคะ" เธอกำลังจะหมุนตัวเดินหนีจากสถานการณ์ที่หัวใจเริ่มทำงานหนักเกินไป ทว่า— ปลายนิ้วอุ่นจัดคว้าเข้าที่ข้อมือของเธอแผ่วเบา ไม่แน่นหนาพอที่จะเป็นการรั้งด้วยกำลัง แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ฝาลมหายใจของเพียงฟ้าระงับไปชั่วขณะ เธอสะดุ้งน้อยๆ หันกลับมามองด้วยความตกใจ ธาวินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยประกายแสงบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเย็นชา ไม่ใช่ความเกรงใจตามมารยาททางสังคม แต่มันคือความรู้สึกที่ลึกซึ้งและสับสนระคนกัน "อย่าเพิ่งไป..." เสียงทุ้มนั้นเอ่ยแผ่วเบา แต่ทรงพลังราวกับมีแรงดึงดูดมหาสาร "ขอบคุณนะ... เพียงฟ้า" คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ ไม่มีคำหวานซึ้งใดๆ แต่กลับทำให้ขอบตาของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เพียงฟ้ารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่ขยับเข้ามาอีกหนึ่งก้าวนี้ ทำให้กำแพงที่เธอสร้างไว้แทบจะพังทลายลงในพริบตา ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเชื่อมเข้าหากันด้วยความเงียบงันและสายตาที่สื่อความหมายเกินกว่าคำพูดใดๆ "อ้าว วิน! อยู่ตรงนี้นี่เอง ฉันตามหาตั้งนาน" เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี เพียงฟ้าสะดุ้งสุดตัว รีบดึงข้อมือตัวเองออกจากมือของธาวินทันทีราวกับถูกไฟลวก เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเลขาผู้เรียบร้อยในเสี้ยววินาที ธาวินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อหันไปมองต้นเสียง ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจแรงด้วยความพยายามควบคุมอารมณ์ ขณะที่ร่างอรชรของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้า รสา... เพื่อนสนิทของเพียงฟ้า ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแปลกประหลาดในแววตา และประโยคถัดมาที่หลุดออกจากปากเธอกลับทำให้เลือดในกายของเพียงฟ้าเย็นเฉียบลงในทันที "วินคะ... ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงล็อบบี้ด้านนอก รอพบคุณอยู่นะคะ เธอบอกว่า... เธอคือคนรักเก่าที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และมีเรื่องสำคัญมากที่ต้องคุยกับคุณ... วันนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ "สายลมแผ่วเบา" เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%