"แกจะปฏิเสธฉันอีกรอบไม่ได้แล้วนะ ยัยฟ้า ชุดนี้ฉันอุตส่าห์เลือกเองกับมือ!"
เสียงของรสาแหวแทรกผ่านความเงียบของห้องแต่งตัวขนาดเล็กในบูติกหรูแห่งหนึ่ง พร้อมกับแรงดึงเบาๆ ที่แขนเสื้อ เพียงฟากระพริบตากระชับสติ มองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ชุดเดรสยาวเข้ารูปสีเทาควันบุหรี่ขับให้ผิวเนียนละเอียดดูนวลตา ทว่าความสวยงามที่สะท้อนอยู่กลับไม่ได้ทำให้เจ้าของร่างรู้สึกอินไปกับมันเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับภาพและเศษเสี้ยวความรู้สึกจากเหตุการณ์เมื่อวาน—วินาทีที่ความจริงอันเปราะบางถูกกระชากลงต่อหน้าต่อตา จนกำแพงความรู้สึกที่ใช้เวลาสร้างมานานหลายปีสั่นคลอน
"รสา ฉันคิดว่า..." เพียงฟ้าพยายามหาข้ออ้าง
"ไม่ต้องมาคิด ฉันเบื่อคำว่า 'ฉันคิดว่า' ของแกเต็มทีแล้ว!" รสาตัดบท สีหน้าจริงจังขึ้นจนเพื่อนสาวต้องยอมเงียบ "งานเลี้ยงรุ่นคืนนี้ แกต้องไป และห้ามถามเหตุผล... เอาเป็นว่า ฉันอยากให้แกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง สลัดคราบยัยซินเดอเรลล่าโง่ๆ ที่เอาแต่นั่งทำงานหลังขดหลังแข็งในออฟฟิศนั่นซะที"
รอยยิ้มบางๆ เคลื่อนขึ้นแตะริมฝีปากของเพียงฟ้า รสาไม่เคยรู้เลยว่า เหตุผลที่เธอกลัวการไปงานสังคมแบบนี้ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวลึกๆ ว่าบังเอิญ... โลกใบนี้อาจจะใจร้ายเหวี่ยงใครบางคนให้กลับมาพบเธออีกครั้ง คนที่เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะลืม แต่ร่องรอยของเขากลับฝังแน่นอยู่ในทุกอณูความทรงจำ
และสุดท้าย เพียงฟ้าก็ปฏิเสธความปรารถนาดีของเพื่อนสนิทไม่ได้
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูใจกลางเมืองอบอวลไปด้วยเสียงหัวesเบาเคล้าเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและควันจางๆ จากแชมเปญลอยอบอวลไปทั่ว รสาพาเพียงฟ้าเดินทักทายผู้คนซ้ายขวาตามประสาคนมนุษยสัมพันธ์ดี ก่อนจะดึงเพื่อนรักมาหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง
"ยืนตรงนี้รอก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปเอาค็อกเทลมาให้ แกหน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วเนี่ย" รสาสั่งเสียงเฉียบก่อนจะเดินหายไปในกลุ่มคน
เพียงฟ้ายืนนิ่งอยู่ลำพัง เธอยกมือขึ้นแตะสร้อยคอเงินเกลี้ยงเกลาใต้ร่มผ้า ความเย็นเฉียบของโลหะช่วยดึงสติให้เธอกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ดวงตากลมโตมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง ผู้คนในชุดสูทและราตรีหรูต่างหัวเราะต่อกระซิบกระซาบกันอย่างออกรส ทุกคนดูประสบความสำเร็จ ทุกคนดูมีที่ทางของตัวเองในสังคมที่เธอรู้สึกราวกับเป็นคนนอก
ทว่า... ความเงียบสงบในใจของเธอกลับสะดุดกึก เมื่อเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากกลุ่มคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
"—เรื่องโครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ ทางเราคงต้องฝากคุณธาวินช่วยดูแลภาพรวมในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้วยครับ" เสียงของชายวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างให้เกียรติ
เพียงฟ้ารู้สึกคล้ายลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ เท้าทั้งสองข้างเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้น เธอค่อยๆ หันขวับไปทางต้นเสียง
ท่ามกลางแสงไฟสีอำพันที่สาดส่องลงมา ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีน้ำกรมท่าตัดเย็บประณีตกำลังยืนสนทนากับกลุ่มนักธุรกิจระดับแถวหน้า ธาวิน... ผู้ชายที่เธอเคยรู้จักในฐานะรุ่นพี่ผู้เงียบขรึมและมีแววตาเศร้าสร้อยคนนั้น บัดนี้เขายืนอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของความสนใจ ใบหน้าคมคายฉายแววสุขุม เยือกเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจ รอยยิ้มที่เขายกมุมปากขึ้นตอบรับคู่สนทนานั้นช่างสุภาพ ทรงพลัง และห่างไกลจากภาพจำที่เธอเคยเก็บรักษาไว้ในซอกหลืบความทรงจำเสียเหลือเกิน
นี่คือ 'ธาวิน' ในอีกมุมหนึ่ง... มุมที่สังคมยอมรับและก้มหัวให้
ธาวินไม่ได้ดูเหมือนคนที่จมปลักอยู่กับอดีตหรือบาดแผลใดๆ อีกต่อไป เขากลายเป็นนักบริหารหนุ่มไฟแรงที่ทุกคนต่างพากันเข้าหาเพื่อหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความห่างเหินและรัศมีรอบตัวที่แผ่ออกมาทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่สูงส่งเกินกว่าที่ผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอจะเอื้อมถึง
*เขามีชีวิตที่ดีแล้ว... ดีมากเสียจนไม่จำเป็นต้องมีเงาของเธอหลงเหลืออยู่อีก* เพียงฟ้าบอกตัวเอง หัวใจข้างซ้ายบีบรัดจนเจ็บแปลบ
แต่แล้ว ราวกับปาฏิหาริย์หรือความโหดร้ายของโชคชะตาเล่นตลก ในจังหวะที่ธาวินกำลังจะหันตัวเดินแยกไปอีกทาง สายตาคมกริบคู่นั้นก็กวาดผ่านฝูงชน และหยุดนิ่ง... ตรงมาที่ร่างของเธอ
ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเธอ ร่างสูงชะงักไปชั่ววินาที รอยยิ้มทางธุรกิจบนใบหน้าของเขาหายวับไปกับตา เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนกที่ยากจะควบคุม
ธาวินก้าวเท้าเดินฝ่ากลุ่มคนตรงดิ่งมาหาเธอทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกจากคู่สนทนาที่ยังพูดค้างอยู่ ร่างสูงหยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะห่างที่ไม่ถึงก้าว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยแตะจมูก
"เพียงฟ้า..." เสียงของเขาแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากออกมาเบาหวิว ราวกับคนละคนกับนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลเมื่อครู่
เพียงฟ้ายืนนิ่ง พยายามสدรอยยิ้มบางเบาที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในดวงตา "บังเอิญจังนะคะคุณวิน... ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่"
ธาวินไม่ตอบ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามควaหาความจริงบางอย่างที่หายสาบสูญไปนาน และก่อนที่เพียงฟ้าจะทันได้ตั้งตัว มืออุ่นจัดของเขาก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปในอากาศ
"ไม่ใช่ความบังเอิญ..." ธาวินกระซิบ เสียงของเขาพร่าสั่นและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่เธอกลัวที่สุด "ฟ้า... ฉันตามหาเธอมาตลอด"
***
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจมาพร้อมกับสายลมแผ่วเบานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 5
ความบังเอิญที่จัดตั้ง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!