"คุณจะให้ผมเปิดมันต่อหน้าคุณจริงๆ หรือครับ?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งที่ถูกหย่อนลงในแก้วน้ำอุ่น เสียงของธาวินนิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศในร้านหนังสือเก่าแก่กลางกรุงดูเล็กลงถนัดตา เพียงฟ้านิ่งงัน มือที่กำลังถือหนังสือเล่มหนาสันปกหนังสีน้ำตาลกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเพิ่งหยิบมันลงมาจากชั้นเมื่อครู่—หนังสือที่เขาบอกว่าอยากได้เป็นของขวัญให้ 'ใครบางคน'
"ถ้าคุณคิดว่าการโกหกทำให้ความทรงจำในนั้นดูดีขึ้น... ก็เปิดเถอะค่ะ" เพียงฟ้าตอบกลับ เสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไม่มีลมพัดผ่าน แต่ในใจกลับเหมือนมีพายุหมุนวน เธอเกลียดความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่เธอกำลังกลายเป็นเพียงเงาสะท้อนในกระจกที่เขาใช้มองอดีต
ธาวินไม่พูดอะไรต่อ เขารับหนังสือเล่มนั้นไปจากมือเธอ ปลายนิ้วของเขาแตะถูกปลายนิ้วของเธอเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าที่ช็อตเข้าสู่หัวใจ เพียงฟ้าชักมือกลับราวกับถูกลวก เขาเปิดหน้าแรกออก... ที่นั่นไม่มีข้อความเขียนทิ้งไว้ ไม่มีลายเซ็น ไม่มีคำอุทิศ แต่เขากลับนิ่งค้างไปนานราวกับถูกสาป
สายตาของธาวินไม่ได้มองตัวอักษรบนหน้ากระดาษ แต่มันเหมือนกำลังมองทะลุผ่านความว่างเปล่าไปไกลแสนไกล ดวงตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นคู่นั้น บัดนี้กลับฉายแววโศกเศร้าอย่างไม่ปิดบัง มันเป็นความเศร้าที่ลึกซึ้งจนคนมองอย่างเพียงฟ้ารู้สึกหายใจไม่ออก
"มันเป็นหนังสือที่เธอเคยบอกว่า... อยากอ่าน" เสียงของเขากระซิบแผ่วเบา เหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย "เราตกลงกันว่าจะมาซื้อด้วยกันในวันครบรอบปีที่สาม แต่ผมกลับมาไม่ทัน"
เพียงฟ้าขยับกายถอยหลังหนึ่งก้าว ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง คำว่า 'เธอ' ในประโยคของเขา ไม่ใช่เธอ ไม่ใช่เพียงฟ้า... แต่มันคือผู้หญิงที่เขายังคงรักสุดหัวใจ แม้จะจากไปไกลแสนไกลแล้วก็ตาม
"คุณวินคะ..." เธอพยายามรวบรวมเสียงของตัวเอง "ถ้าของขวัญชิ้นนี้มันทำให้คุณเจ็บปวดขนาดนั้น เรา... เราเปลี่ยนไปซื้ออย่างอื่นกันดีไหมคะ?"
ธาวินหันกลับมามองเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า—แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา เป็นรอยยิ้มที่เขามอบให้เธอเพื่อปลอบประโลมความรู้สึกผิดของตัวเอง ซึ่งสำหรับเพียงฟ้าแล้ว มันยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าเขาไม่ได้มองเห็น 'เพียงฟ้า' คนนี้จริงๆ แต่เขากำลังมองผ่านเธอไปยังใครอีกคนที่ไม่มีวันย้อนกลับมา
"คุณเป็นคนดีนะ เพียงฟ้า" เขากล่าวพลางปิดหนังสือลงช้าๆ "แต่บางครั้ง ความดีของคุณก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัวที่สุดในโลก"
เขาเดินเลี่ยงออกไปทางหน้าร้าน ทิ้งให้เพียงฟ้ายืนนิ่งอยู่กลางกองหนังสือเก่าๆ กลิ่นกระดาษอบอวลไปด้วยความเหงา เธอหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง หน้าที่เขาเปิดค้างไว้มีคราบรอยเปื้อนจางๆ คล้ายหยดน้ำตาที่แห้งไปนานแล้ว
เธอกำลังจะเดินตามเขาออกไป แต่เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากรสาเพื่อนสนิทของเธอ ข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
*'ฟ้า... อย่าเพิ่งเชื่อใจธาวินมากไปนะ เมื่อกี้ฉันเห็นกรณ์อยู่ที่ร้านหนังสือที่เธอไป กรณ์ไม่ได้มาคนเดียว เขามากับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือน... เหมือนคนที่เธอเล่าให้ฟังเป๊ะเลย รีบออกมาจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้!'*
เพียงฟ้าเบิกตากว้าง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอหันขวับไปมองหน้าร้าน ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา เธอเห็นร่างสูงของธาวินกำลังหยุดยืนอยู่ตรงหน้าใครบางคน—หญิงสาวในชุดเดรสสีขาวที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น และกรที่ยืนเคียงข้างด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
วินาทีนั้น ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้เงาของความคิดถึงเริ่มพังทลายลงตรงหน้า
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่ซับซ้อนนี้... สายลมแผ่วเบา
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 4
รอยยิ้มที่ไม่ได้มองฉัน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!