ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 49

เงาอดีตทาบทับ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
แก้วกาแฟเซรามิกสีขาวในมือธาวินสั่นไหวเล็กน้อย ของเหลวสีเข้มกระฉอกแตะขอบแก้วเมื่อปลายนิ้วของเขาเผลอออกแรงบีบแน่นเกินไป สายตาของชายหนุ่มไม่ได้มองเครื่องดื่มตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย มันถูกตรึงไว้กับร่างระหงที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิม... กลิ่นที่เคยอบอวลอยู่ในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน กลิ่นที่เขาเคยคิดว่ามันได้จางหายไปพร้อมกับสายฝนในคืนวันนั้น "วิน... ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับคุณที่นี่" น้ำเสียงนั้นยังคงนุ่มนวล ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยเหมือนพยายามควบคุมความรู้สึก เช่นเดียวกับดวงตากลมโตคู่สวยที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใส ธาวินรู้สึกเหมือนลมหายใจของตนเองขาดห้วงไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยดังฮัมอยู่มุมห้องกลับเงียบสนิท สมองของเขาสั่งการให้ขยับตัว แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูแห่งกาลเวลา พิมพ์... ผู้หญิงที่หายสาบสูญไปจากชีวิตของเขาอย่างไร้ร่องรอยในวันที่ความสัมพันธ์กำลังเปราะบางที่สุด ผู้หญิงที่ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นและความรู้สึกผิดซึ่งเขาต้องแบกรับไว้คนเดียวตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอกลับมายืนอยู่ตรงนี้ ในวันที่หัวใจของเขาเริ่มพยายามเรียนรู้ที่จะเปิดรับใครอีกคนเข้ามา "คุณ... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่" ธาวินเค้นเสียงถามออกไปได้เพียงเท่านั้น ความสุขุมเยือกเย็นที่เขาใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดพังทลายลงในพริบตา "เพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วันเองค่ะ... เอ๊ย... พี่หมายถึง... พี่เพิ่งกลับมาค่ะ" พิมพ์แก้คำพูดตัวเองด้วยความประหม่า รอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เธอยกขึ้นส่งมาให้ ยิ่งทำให้ธาวินรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องอย่างบอกไม่ถูก ธาวินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขาววางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังกว่าปกติด้วยความตั้งใจ เพื่อดึงตัวเองให้กลับสู่ความเป็นจริง ปลายนิ้วที่ยังคงสั่นเทาถูกซ่อนไว้ใต้ขอบโต๊ะทำงาน "เชิญนั่งก่อนครับ" เขาผายมือไปยังเก้าอี้ตรงข้าม พยายามจัดระเบียบน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าข้างในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวระคนสับสน "คุณพิมพ์... มีธุระอะไรกับผมถึงมาที่นี่ครับ" พิมพ์ทรุดตัวลงนั่งช้าๆ สายตาของเธอกวาดมองไปรอบห้องทำงานของธาวิน ก่อนจะวกกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่เขาไม่อาจแปลความหมายได้ ทั้งความโหยหา ความสำนึกผิด และบางสิ่งที่คล้ายกับความหวัง "ถ้าพี่บอกว่า... พี่ไม่ได้มีธุระเรื่องงาน แต่วินคือธุระเดียวที่พี่ตั้งใจมาหาล่ะ" พิมพ์เอ่ยเบาๆ พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... วินไม่เคยลืมพี่เลยใช่ไหมคะ" คำถามนั้นเปรียบเสมือนใบมีดคมที่กรีดลงบนรอยแผลเก่า ธาวินแค่นยิ้มในลำคอ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่นจนแทบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "คุณคิดว่าคนเราจะลืมเรื่องที่เกือบทำให้ชีวิตพังทลายลงได้ง่ายขนาดนั้นเชียวหรือครับ, พิมพ์" ธาวินสบตากับอดีตคนรักตรงๆ นัยน์ตาคมเข้มฉายแววตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด "ในวันที่คุณหายไปโดยไม่บอกกล่าว ทิ้งคำถามมากมายไว้ให้ผมต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง คุณคิดว่าผมควรจะรู้สึกอย่างไรเมื่อคุณกลับมาในวันนี้?" พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหวระริก น้ำตาที่คลออยู่เริ่มเอ่อล้นไหลอาบแก้ม "พี่มีเหตุผลนะวิน... วินก็รู้ว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของพี่" พิมพ์เอื้อมมือมาหมายจะแตะลงบนหลังมือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ธาวินกลับชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก การกระทำนั้นทำให้พิมพ์ชะงักค้าง แววตาเจ็บปวดฉายชัดเจนยิ่งขึ้น "เหตุผลของคุณ... มันสายเกินไปที่จะอธิบายแล้วครับ, พิมพ์" ธาวินพูดเสียงแหบพร่า หัวใจของเขาไม่ได้เต้นแรงเพราะความรักที่มีต่อเธออีกต่อไปแล้ว แต่มันเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว—หวาดกลัวว่าการกลับมาของเธอจะเข้ามาทำลายความสัมพันธ์อันเปราะบางที่เขากำลังสร้างขึ้นกับเพียงฟ้า ภาพรอยยิ้มอ่อนโยนและแววตาที่มั่นคงของเพียงฟ้าผุดขึ้นมาในห้วงความคิดทันที... ผู้หญิงที่คอยเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของเขา ผู้หญิงที่เขาเริ่มเรียนรู้ที่จะรักด้วยความเข้าใจและทะนุถนอม เพียงฟ้าไม่เคยรู้เรื่องอดีตอันดำมืดระหว่างเขากับพิมพ์อย่างละเอียด และธาวินก็ไม่เคยกล้าพอที่จะเล่ามันออกไป เพราะกลัวว่าความรู้สึกผิดของตนเองจะกลายเป็นเงาที่ตามมาทำร้ายคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบ ชื่อของคนที่เขากำลังคิดถึงปรากฏหราอยู่บนนั้น... *เพียงฟ้า* ธาวินเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของพิมพ์ที่ยังคงนั่งมองเขาด้วยความเวทนา ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศในห้องราวกับออกซิเจนกำลังจะหมดลง "ผมเกรงว่า... เราคงไม่มีเรื่องอะไรต้องเคลียร์กันอีกแล้วนะครับ, พิมพ์" ธาวินตัดสินใจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด "ถ้าไม่มีเรื่องงาน ผมขอตัวทำงานต่อ..." "แต่วินคะ..." พิมพ์รีบขัดขึ้น น้ำเสียงของเธอดังขึ้นเล็กน้อยด้วยความร้อนรน "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมารื้อฟื้นอดีตเพื่อทำร้ายวินนะ พี่แค่อยากบอกว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่พี่ไม่คิดถึงวิน และตอนนี้... พี่ไม่มีใครแล้วจริงๆ" ประโยคสุดท้ายของพิมพ์ทำให้ธาวินชะงัก เขามองหน้าเธอนิ่งนาน ความรู้สึกซับซ้อนตีรวนอยู่ในอก ทั้งความสงสาร ความโกรธ และความกังวลใจ ก่อนที่ธาวินจะได้กล่าวคำปฏิเสธใดๆ ออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูกลไกอัตโนมัติเปิดกว้างเผยให้เห็นร่างของกรณ์ รุ่นพี่ที่ทำงานเก่าของธาวิน ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่สิ่งที่ทำให้ธาวินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่า คือร่างของหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกรณ์—เพียงฟ้า เพียงฟ้าถือแฟ้มเอกสารในมือ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองเข้ามาในห้อง และหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างของพิมพ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของธาวิน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา เมื่อสายตาของเพียงฟ้าและพิมพ์ประสานกันอย่างไม่คาดฝัน "ผมบอกแล้วไงวิน ว่าเรื่องบางเรื่อง... ต่อให้พยายามหนีแคไหน มันก็ตามมาทันเสมอ" กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่สายตาคมกริบของรุ่นพี่หนุ่มมองตรงมาที่ธาวินด้วยความหมายลึกซึ้ง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ *สายลมแผ่วเบา*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%