ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 50

ความเงียบของเพียงฟ้า

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงานของธาวินถูกปิดลงด้วยแรงที่มากเกินกว่าปกติเล็กน้อย เสียงกระดาษกระทบกับพื้นไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบงัน จนทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเพียงฟ้าต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบของธาวินในยามนี้ไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันกำลังทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ ที่ซึ่งแสงไฟจากตึกสูงระฟ้ากำลังแข่งกันส่องประกายท่ามกลางความมืดมิดของมหานคร "คุณคิดดีแล้วใช่ไหม ที่จะเลือกวิธีนี้ เพียงฟ้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันมาร่วมสิบนาที เพียงฟ้ายกมือขึ้นประสานกันไว้บนตักเพื่อซ่อนปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย เธอบอกตัวเองซ้ำๆ ว่านี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด ทางเลือกที่จะทำให้เธอยังคงเหลือศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง มากกว่าการเป็นเพียงเงาของใครบางคนที่ธาวินยังคงเก็บไว้ในห้องลับแห่งความทรงจำ "ฟ้าคิดทบทวนดีแล้วค่ะ... เอ๊ย... ฟ้าคิดทบทวนดีแล้วครับ" เพียงฟ้าเกือบหลุดคำพูดที่คุ้นเคยออกไป เธอรีบแก้ไขสรรพนามและน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ รอยยิ้มบางเบาถูกคลี่ออกที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนรอยร้าวในอก "ในเมื่อสถานการณ์มันเดินทางมาถึงจุดนี้ การถอยออกไปน่าจะเป็นทางออกที่สบายใจที่สุดสำหรับทุกฝ่าย... รวมถึงตัวคุณวินด้วยนะครับ" ธาวินหันกลับมามองเธอทันที แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะ ราวกับไม่คาดคิดว่าผู้หญิงที่เคยอยู่เคียงข้างและรองรับอารมณ์ความรู้สึกของเขามาตลอด จะเป็นคนเอ่ยปากขอเดินถอยหลังด้วยตัวเอง "คุณกำลังหมายความว่า... ผมเป็นภาระทางความรู้สึกงั้นเหรอ เพียงฟ้า" ธาวินถามเสียงต่ำ ขยับตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย แรงกดดันจากตัวเขาลอยอบอวลอยู่ในอากาศราวกับหมอกหนาที่พร้อมจะบดบังทุกสิ่ง "เปล่าเลยครับ ฟ้าไม่ได้หมายความแบบนั้น" เพียงฟ้ายิ้มรับความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก มันเป็นรอยยิ้มที่เธอฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน รอยยิ้มที่ว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยความเข้มแข็งปลอมๆ "เพียงแต่... ฟ้าคิดว่าเราต่างก็เหนื่อยกันมามากแล้ว การที่เราพยายามจะประกอบเศษซากความสัมพันธ์ที่มันมีรอยร้าวตั้งแต่ต้น... มันอาจจะไม่ใช่ความรักหรอกนะครับ มันอาจจะเป็นแค่ความคุ้นชิน หรือความเห็นแก่ตัวของใครคนใดคนหนึ่งมากกว่า" คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลึกลงไปในความเงียบ ธาวินนิ่งงัน ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่พยายามสงบนิ่งของเธอนิ่งนาน ราวกับพยายามจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตาสนนิ่งคู่นั้น ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน รสาเพื่อนสนิทของเธอเคยเตือนสติไว้ด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ริมหน้าต่างร้านกาแฟ *"แกจะทนเป็นตัวแทนของคนในอดีตไปถึงไหนวะฟ้า? วินเขาไม่เคยลืมผู้หญิงคนนั้นหรอก สายตาที่เขามองแกเวลาเผลอ... มันไม่ใช่สายตาของคนที่รักแก แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังมองหาภาพซ้อนทับ ถอยออกมาเถอะแก ก่อนที่แกจะไม่เหลือแม้แต่ความรู้สึกของตัวเอง"* คำพูดของรสายังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบจากความจริงที่เธอพยายามหลอกตัวเองมาตลอดนับปี และในวันนี้ เธอก็ได้ตัดสินใจทำตามคำเตือนนั้นแล้ว แม้ว่าหัวใจจะแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ตาม "ถ้าคุณต้องการแบบนั้น..." ธาวินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเยียบเย็นที่ใช้ปกป้องความรู้สึกที่แท้จริง "ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรั้งคุณไว้เหมือนกัน เชิญตามสบายครับ" ประโยคสั้นๆ นั้นบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ แต่เธอกลั้นมันไว้ กลืนมันลงไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลย้อนกลับเข้าไปในใจ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบกระเป๋าถือขึ้นมาสะพายไว้บนไหล่ พยายามรักษาท่าทีให้สง่างามที่สุดในวินาทีสุดท้ายของการอำลา "ลาก่อนนะครับ... คุณธาวิน" เธอก้าวเดินออกจากห้องทำงานนั้นโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย เสียงประตูปิดลงเบาๆ แต่ดังก้องอยู่ในความรู้สึกของคนทั้งคู่ เพียงฟ้าเดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอที่ตอนนี้ถูกเคลียร์จนโล่งเตียน โต๊ะที่เธอเคยใช้เวลาครึ่งค่อนวันนั่งมองแผ่นหลังของธาวินด้วยความหวังอันริบหรี่ ตอนนี้มันเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่ไร้ความหมาย ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกพ่นออกมาเมื่อเธอเดินพ้นตัวอาคารสำนักงานออกมาสู่ความมืดของค่ำคืน ท้องฟ้ายามนี้ไร้ดาว ไร้แสงจันทร์ มีเพียงละอองฝนบางเบาที่เริ่มโปรยปรายลงมา ราวกับฟ้าฝนกำลังร้องไห้เป็นเพื่อนเธอ เพียงฟ้าเลือกที่จะเดินเท้ากลับอพาร์ตเมนต์แทนที่จะเรียกแท็กซี่ เธออยากให้ความเย็นยะเยือกของสายฝนช่วยชำระล้างความอ่อนแอในจิตใจ ความเจ็บปวดจากการรักใครสักคนข้างเดียว มันช่างยาวนานและเหนื่อยล้าเหลือเกิน การได้ถอยออกมายืนดูสถานการณ์จากมุมมืด แม้จะเจ็บจนแทบขาดใจ แต่มันก็ทำให้เธอได้เห็นความจริงข้อหนึ่ง... ความจริงที่ว่า ต่อให้เธอพยายามทุ่มเทมากแค่ไหน หัวใจของธาวินก็มีเจ้าของที่ไม่มีวันถูกแทนที่ได้อยู่ดี ขณะที่เธอกำลังก้าวเดินผ่านสวนสาธารณะเล็กๆ ใกล้1คอนโดมิเนียม เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงฉุดเบาๆ ที่ข้อศอก ทำให้เธอต้องสะดุ้งและหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวของเสาไฟริมทางเดิน ร่างสูงของธาวินยืนหอบหายใจเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝน เม็ดเหงื่อและหยดน้ำฝนไหลปรี่ลงมาตามกรอบหน้าคมคาย แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความเยียบเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสับสน รุ่มร้อน และ... ความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด "คุณ... คุณตามมาทำไมคะ... ทำไมครับ" เพียงฟ้าเกือบหลุดปากใช้น้ำเสียงเดิมอีกครั้ง เธอรีบดึงแขนตัวเองกลับอย่างระมัดระวัง พยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาป้องกันตัวอีกครั้ง ธาวินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคมกิਬจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบของจักรวาล "ผมให้คุณไปไม่ได้..." ธาวินเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อย "เพียงฟ้า... คุณห้ามไปจากชีวิตผมแบบนี้ไม่ได้" เพียงฟ้านิ่งงัน หัวใจที่สงบลงไปแล้วกลับมาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งด้วยความตกใจและสับสน "คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ... ในเมื่อคุณเป็นคนบอกเองว่า..." "ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น!" ธาวินสวนขึ้นมาทันที น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความร้อนรนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้ามือเธอมากุมไว้ แต่เพียงฟ้าเบี่ยงตัวหลบเสียก่อน ทำให้มือของเขาคว้างอยู่กลางอากาศ ธาวินมองมือตัวเองที่ว่างเปล่าด้วยแววตาที่เจ็บปวด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง และเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเพียงฟ้าราวกับหยุดหมุน "เพราะผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่คุณคิดว่าผมยังรัก... เธอเพิ่งกลับมา และเธอก็เพิ่งบอกความจริงบางอย่างกับผม... ความจริงที่ว่าตลอดเวลาที่คุณอยู่ข้างผม คนที่ผมควรจะรักจริงๆ... ไม่ใช่เธออีกต่อไปแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและโอบกอดความรู้สึกไปพร้อมกับตัวละครในทุกบทตอนนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%