“อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลยนะครับ เหมือนผมกำลังทำอะไรที่ทำให้คุณไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา”
น้ำเสียงของธาวินทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับสั่นประสาทเพียงฟ้าให้เต้นผิดจังหวะ เธอชะงักมือที่กำลังจัดวางจานเค้กบนโต๊ะไม้สีเข้ม ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะที่ใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมกัน กลิ่นกาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่ในร้านเล็กๆ แถบชานเมืองแห่งนี้ดูจะช่วยไม่ได้เลย เมื่อความอึดอัดที่สั่งสมมานานกำลังทำงานของมัน
“ฟ้าไม่ได้มองแบบนั้นสักหน่อย” เพียงฟ้าหลบสายตา มือเรียวเลื่อนเก้าอี้ออกนั่งลงอย่างเชื่องช้า “วินคิดไปเองหรือเปล่าคะ... เอ้อ ผมหมายถึง วินคิดมากไปหรือเปล่าครับ”
ธาวินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความรื่นรมย์เจือปน เขาเลื่อนจานขนมไปตรงหน้าเธอ แววตาของชายหนุ่มดูลึกล้ำราวกับมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นลมพายุเอาไว้เบื้องล่าง “ความรักของเรามันเปราะบางขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับฟ้า? แค่ขยับเข้าใกล้กันนิดเดียว ก็ดูเหมือนจะมีกำแพงมากั้นอยู่ทุกที”
เพียงฟ้าก้มมองเค้กชิ้นเล็กในจาน เธออยากจะเอื้อมมือไปกุมมือเขา อยากจะบอกว่า ‘ฉันแค่กลัว’ กลัวว่าความอบอุ่นที่ได้รับในวันนี้ คือดอกไม้ที่เบ่งบานบนสุสานของใครอีกคน เธอไม่เคยลืมคำพูดของรสาที่เตือนสติในวันที่ใจอ่อนแอ ว่าผู้ชายที่ยังจมอยู่กับอดีตอย่างธาวิน ไม่ได้มองหาคนรัก แต่เขากำลังมองหา ‘เงา’ ที่หายไป
“วิน... ถ้าวันหนึ่งวินพบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มันไม่ใช่สิ่งที่วินตามหาจริงๆ วินจะทำยังไงครับ” คำถามนั้นหลุดออกจากปากเธออย่างแผ่วเบา
ธาวินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาวางช้อนลงกับจานเซรามิกจนเกิดเสียงดัง ‘เคร้ง’ เบาๆ “ทำไมถึงถามแบบนั้นครับ?”
“แค่สงสัยน่ะครับ” เธอพยายามฝืนยิ้ม รอยยิ้มที่เป็นดั่งหน้ากากที่เธอสวมไว้เสมอ “คนเรามักจะคาดหวังอะไรบางอย่าง จนลืมมองสิ่งที่อยู่ข้างๆ ไปเสียสนิท”
บรรยากาศเงียบงันลงทันที เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ในร้านดูห่างไกลออกไปทุกขณะ ธาวินโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจดจ้องที่ดวงตาของเธอ ราวกับกำลังพยายามค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงันนั้น เขาเอื้อมมือมาแตะหลังมือเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาเหมือนสายลม แต่กลับทำให้ใจของเพียงฟ้าเต้นรัวด้วยความเจ็บปวด
“ผมอาจจะเคยเป็นคนแบบนั้นครับฟ้า” เขาเริ่มพูด น้ำเสียงอ่อนโยนลงอย่างประหลาด “คนที่มองหาอดีตจนมองไม่เห็นคนปัจจุบัน แต่หลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับคุณ... ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่ผมเคยคิดว่าขาดหายไป มันสำคัญเท่ากับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้หรือเปล่า”
คำพูดนั้นหอมหวานและบาดลึกในเวลาเดียวกัน เพียงฟ้ากั้นหายใจ เธออยากจะเชื่อเขา อยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วพุ่งตัวเข้าหาความอบอุ่นนั้น แต่ความหวาดระแวงในใจยังคงก้องเตือนเหมือนเสียงกระซิบของปีศาจ เธอไม่ใช่คนที่เขาโหยหา เธอเป็นเพียงคนอื่นที่โชคดีได้ยืนอยู่ในพื้นที่ของคนในความทรงจำเท่านั้น
“วินครับ...” เธอเรียกชื่อเขา แววตาสั่นระริก “อย่าทำแบบนี้เลยนะ ถ้าวินไม่ได้หมายความตามนั้นจริงๆ อย่าให้ความหวังกับคนคนหนึ่งที่... ที่อาจจะไม่ได้สำคัญอะไรกับวินมากนักเลย”
“คุณพูดเหมือนกำลังจะบอกลาผม” ธาวินถาม เสียงเข้มขึ้น สายตาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความสับสนและขุ่นเคือง
“ฟ้าแค่กลัวครับ กลัวว่าถ้าวันหนึ่งวินตื่นมาแล้วพบว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่วินคิดไว้ วินจะเสียใจที่เสียเวลากับฟ้าไปเปล่าๆ”
ธาวินถอนหายใจยาว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินอ้อมมาด้านหลังเก้าอี้ของเธอ มือหนาวางลงบนไหล่บอบบาง แตะเบาๆ เหมือนจะปลอบประโลม แต่เขากลับไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ความเงียบกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่น่าอึดอัดที่สุดในตอนนี้
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น สลายบรรยากาศบีบคั้นลงในทันที เพียงฟ้าหันไปมองตามสัญชาตญาณ ร่างของชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาในร้าน สายตาของเขาหยุดลงที่โต๊ะของพวกเขาอย่างจงใจ
เพียงฟ้าเห็นแววตาของธาวินเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ความนิ่งสงบหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“สวัสดีครับคุณวิน ไม่เจอกันนานเลยนะ” ชายคนนั้นกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่ากังวาน “ผมเพิ่งได้ข่าวว่าคุณกลับมาเปิดโปรเจกต์ที่นี่ เลยแวะมาดูเสียหน่อย ไม่คิดว่าจะได้เจอ ‘คนสำคัญ’ ของคุณอยู่ตรงนี้ด้วย”
ธาวินกำหมัดแน่นที่ข้างตัว แผ่นหลังของเขายืดตรงราวกับเตรียมพร้อมรับศึก “คุณกรณ์... ผมคิดว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วนะครับ”
กรณ์ยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขาเบนมาทางเพียงฟ้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “งั้นหรือครับ? แต่เรื่องบางเรื่อง... โดยเฉพาะเรื่องของ ‘คนในอดีต’ ของคุณ ผมว่าเธอคนนี้ควรจะได้รู้ความจริงบ้างนะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
เพียงฟ้าใจหายวาบ เธอรู้สึกได้ทันทีว่าความสุขที่เพิ่งสัมผัสได้เมื่อครู่ กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เมื่อธาวินหันมามองเธอด้วยสายตาที่แตกสลาย และกรณ์ก็ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก พร้อมกับวางลงบนโต๊ะข้างๆ จานเค้กของเธอ มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่มีรอยยับย่น ราวกับผ่านการจับต้องและทะนุถนอมมานับครั้งไม่ถ้วน
นี่คือเหตุการณ์ที่ผมตั้งใจถ่ายทอดออกมาให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความเปราะบางของหัวใจตัวละครนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครและเป็นกำลังใจให้กับ "สายลมแผ่วเบา" เสมอมานะครับ
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 28
ความสุขที่เปราะบาง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!