“อย่าเปิดมันเลย ฟ้า... บางอย่างที่ถูกฝังไว้ใต้กาลเวลา ถ้าขุดมันขึ้นมาตอนนี้ สิ่งที่ได้อาจไม่ใช่คำตอบ แต่มันคือการทำลายความรู้สึกตัวเองให้พังพินาศนะ”
เสียงของรสาที่เอ่ยเตือนเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เพียงฟ้าขยับนิ้วเรียวสั่นเทาออกห่างจากกลอนลิ้นชักไม้โอ๊คเก่าแก่ที่เธอมักใช้ซ่อนสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต—ไม่ใช่เงินทอง ไม่ใช่เครื่องเพชร แต่เป็นเศษเสี้ยวของความรักที่เธอพร่ำเขียนทิ้งไว้ในความมืดมิดตลอดสามปีที่ผ่านมา
ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่ตอกย้ำความช้าของการไหลผ่านของเวลา เพียงฟ้าถอนหายใจยาว พยายามสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่เธอไม่เคยรู้จัก แต่ความกลัวครั้งนี้มันต่างออกไป มันคือความกลัวว่าหากเธอยังเก็บงำมันไว้ ใจของเธอจะแหลกสลายด้วยน้ำหนักของความลับเสียเอง
เธอตัดสินใจดึงลิ้นชักออกช้าๆ เสียงไม้เสียดสีกันดังบาดหูในความเงียบ ภายในนั้นมีสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าลงตามกาลเวลา และปึกจดหมายที่เขียนด้วยลายมือบรรจง วางทับซ้อนกันเหมือนเป็นสุสานของความรู้สึก
เพียงฟ้าหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา กลิ่นกระดาษจางๆ ของน้ำหมึกและหยดน้ำตาที่แห้งกรังไปนานแล้วเตะเข้าจมูก จดหมายฉบับที่เธอเขียนถึงธาวินในวันที่เขาประกาศแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น... จดหมายที่ไม่มีวันถึงมือเขา
*‘คุณวินคะ... บางครั้งฟ้าก็สงสัยว่าตัวเองเป็นเพียงเงาที่รอให้แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาในวันที่คุณเหงาเท่านั้นหรือเปล่า ฟ้าไม่เคยกล้าถาม เพราะกลัวว่าคำตอบจะทำให้ฟ้าไม่เหลือแม้แต่ที่ยืนข้างๆ คุณในฐานะคนรู้จัก’*
เธออ่านทวนข้อความเดิมซ้ำๆ พลางใช้นิ้วลูบไล้รอยหมึกที่เลอะเลือน ภาพใบหน้าสุขุมของธาวินผุดขึ้นมาในมโนภาพ แววตาของเขาที่มักจะมองมาที่เธอด้วยความเอ็นดูแบบพี่น้องเสมอมา มันเป็นแววตาที่อบอุ่นแต่ก็หนาวเหน็บที่สุดเท่าที่เธอเคยสัมผัส เพราะเขามอบมันให้เธอในฐานะ “น้องสาว” ที่หวังดีเสมอ แต่ไม่เคยมีที่ว่างให้กับ “คนรัก” ที่เขาวาดฝันไว้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินผ่านหน้าห้องทำงานหยุดกะทันหัน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่คุ้นเคยจนหัวใจของเพียงฟ้าเต้นผิดจังหวะ
“ฟ้า... ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น รสาบอกผมว่าคุณอยู่ที่บ้าน ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณเรื่องกรณ์”
เสียงทุ้มต่ำของธาวินที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามาทำให้เพียงฟ้าสะดุ้งสุดตัว เธอรีบกวาดจดหมายและสมุดบันทึกยัดกลับลงไปในลิ้นชักอย่างลนลาน มือของเธอสั่นจนทำปากกาด้ามโปรดร่วงลงพื้นดังกังวาน
“คุณวิน... รอสักครู่ค่ะ” เธอขานรับ เสียงของเธอแหบพร่าจนเกือบไม่ได้ยิน
เธอรีบปิดลิ้นชักและลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ พยายามปั้นยิ้มที่แสนจะเปราะบางบนใบหน้า แม้ว่าภายในใจจะแหลกสลายจากการที่ต้องเก็บกักความรู้สึกเหล่านี้ไว้ไม่ให้เขารู้ แต่เมื่อเธอเดินไปเปิดประตู สิ่งที่รอเธออยู่กลับไม่ใช่คำถามเรื่องงานอย่างที่เธอคิด
ธาวินยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาแดงก่ำและดูเหนื่อยล้ากว่าที่เธอเคยเห็น บาดแผลทางใจที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดหลายปีดูเหมือนจะถูกเปิดออกในวินาทีนี้
“กรณ์โทรมาหาผมเมื่อกี้... เขาบอกว่าเขาเจออะไรบางอย่างที่ทิ้งไว้ในบริษัทเก่า สมุดบัญชีเล่มนั้น... เล่มที่คุณเคยเตือนผมเมื่อสามปีก่อน” ธาวินเว้นจังหวะ สายตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเพียงฟ้า ราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ “ฟ้า... บอกผมที ว่าเรื่องที่คุณเคยเตือนผมเรื่องกรณ์ มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือเรื่องส่วนตัวที่ผูกพันกับตัวคุณด้วยใช่ไหม”
เพียงฟ้าชะงัก ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะเชื่อมโยงเรื่องราวเหล่านั้นเข้าด้วยกันได้ในตอนนี้
“คุณหมายความว่ายังไงคะคุณวิน?” เธอถามเสียงสั่น พยายามรักษาระยะห่าง
ธาวินก้าวเข้ามาในห้องหนึ่งก้าว เขาก้มลงมองที่พื้น เห็นปากกาของเธอที่วางอยู่ข้างลิ้นชักนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาเอ็นดูแบบพี่น้องอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งตระหนักได้ว่า “คนใกล้ตัว” คือคนที่ “สำคัญที่สุด” ที่เขามองข้ามมาตลอด
“ผมเริ่มจะเข้าใจแล้วว่า... จดหมายที่คุณไม่เคยส่ง และสมุดบันทึกที่ผมเห็นคุณเขียนทุกครั้งที่ผมเผลอ มันไม่ได้มีไว้เพื่อจดบันทึกเรื่องงานหรอก ใช่ไหม?”
ธาวินเอื้อมมือไปจับที่ขอบลิ้นชักนั้น แรงกดจากมือของเขาทำให้เพียงฟ้าหน้าซีดเผือด เพราะหากเขาเปิดมันออก ความจริงที่เธอพยายามซ่อนไว้จะเปิดเผยทุกอย่าง—ไม่เพียงแค่ความรักที่เธอมีต่อเขา แต่รวมถึงความลับเรื่องกรณ์ที่เธอเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
เขามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด “ฟ้า... ถ้าผมเปิดลิ้นชักนี้ตอนนี้ สิ่งที่อยู่ในนั้นจะทำร้ายเราทั้งคู่ หรือมันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราหันหน้าเข้าหากันจริงๆ เสียที?”
เขาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะออกแรงดึงลิ้นชักไม้นั้นออกไปจนสุดทาง จดหมายสีขาวหลายสิบฉบับร่วงหล่นลงมาบนพื้นราวกับใบไม้ร่วง ธาวินก้มลงเก็บจดหมายฉบับที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมาอ่าน... เพียงฟ้าทำได้เพียงยืนตัวแข็งทื่อ รอคอยวินาทีที่ความล่มสลายหรือจุดเริ่มต้นใหม่จะมาถึง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเปราะบางของตัวละครนี้ และเป็นกำลังใจให้กับ "สายลมแผ่วเบา" เสมอมานะครับ
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 29
จดหมายในลิ้นชัก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!