ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 43

ฉันจะไม่ไปไหน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
ความเงียบงันภายในห้องทำงานที่เคยโอ่อ่าของธาวิน บัดนี้หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานกระจายอย่างไร้ระเบียบ สะท้อนถึงความพังทลายของอาณาจักรธุรกิจที่เขาใช้เวลาค่อนปีในการกอบกู้แต่กลับล่มสลายลงในพริบตา "คุณ... พูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า เพียงฟ้า" เสียงของธาวินแหบพร่า ไร้ซึ่งความสุขุมเยือกเย็นที่เคยเป็นเกราะกำบังตัวตนมาตลอด ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดเซ็นเอกสารมูลค่าหลักล้าน บัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยยามที่เขาเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว ดวงตาคู่นคมที่เคยฉายแววดุดันและเย่อหยิ่ง เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและหยาดน้ำใสที่รื้นขึ้นมาปะปนในหน่วยตาอย่างน่าใจหาย เพียงฟ้าไม่ได้ถอยหลังหนี เธอกลับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวนั้นอีกหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความสมเพชเวทนา หรือความตื่นตระหนกตกใจอย่างที่เขาคาดคิด มีเพียงความอบอุ่นมั่นคงที่ฉายชัดอยู่ข้างใน ราวกับแสงเทียนเล่มน้อยที่ยังคงสطว่างไสวท่ามกลางพายุฝนโหมกระหน่ำ "ฉันรู้ตัวดีค่ะ... เอ่อ ผมหมายถึง ฉันรู้ตัวดีครับ ธาวิน" เพียงฟ้าเกือบหลุดสรรพนามคุ้นเคยที่ใช้ยามอยู่กันตามลำพัง แต่เธอก็เลือกจะปรับน้ำเสียงให้หนักแน่นและจริงจังที่สุดเพื่อส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดไปถึงหัวใจที่กำลังแตกสลายของชายหนุ่มตรงหน้า "ผมไม่ใช่ธาวินคนเดิมอีกต่อไปแล้ว..." เขาแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง สายตาดอกท้อหลุบต่ำลงมองโต๊ะทำงาน "ไม่มีตำแหน่งประธานบริหาร ไม่มีหุ้นในมือ ไม่มีแม้กระทั่งชื่อเสียงที่จะปกป้องใครได้... บริษัทพังแล้ว ฟ้า คุณไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ คนที่ฉลาดเขาจะวิ่งหนีออกไปให้ไกลจากคนล้มละลายอย่างผมต่างหาก" "แล้วคุณคิดว่าฉันคบกับคุณเพราะตำแหน่ง หรือเพราะตัวตนของคุณกันล่ะคะ... เอ่อ เพราะตัวตนของคุณกันล่ะครับ" เพียงฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ความกลัวลึกๆ ที่เคยฝังรากในใจเรื่องการเป็นตัวแทนของใคร ถูกปัดเป่าให้จางลงด้วยความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือความห่วงใยที่มีต่อคนตรงหน้า เธอวางกระเป๋าถือลงบนโซฟาข้าง1 ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่เข้ามาประชิดร่างสูงที่นั่งทรุดอยู่บนเก้าอี้หนัง ธาวินพยายามเบือนหน้าหนี หลบสายตาของเธอด้วยความรู้สึกละอายใจที่พรั่งพรูขึ้นมาจุกอก ผู้ชายที่เคยหยัดยืนอย่างองอาจในโลกธุรกิจ บัดนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าสิ้นดีเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่เขามักจะผลักไสให้ออกไปจากชีวิตอยู่เสมอ ทว่า เพียงฟ้ากลับทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง มือเรียอบางทั้งสองข้างเอื้อมไปกุมมือหนาที่กำลังกำแน่นอยู่บนตักของเขา แรงสัมผัสอุ่นซ่านถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อ เยียวยาความหนาวเหน็บในอกของธาวินทีละน้อย "จำวันที่ฉันเคยบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ไปไหนได้ไหมครับ... เอ่อ ได้ไหมคะ" เพียงฟ้าเกือบหลุดยิ้มให้กับความสับสนของตัวเองในการใช้สรรพนาม แต่เธอก็เลือกที่จะละมันไว้ แล้วเน้นย้ำด้วยแววตาที่จริงจัง "ฉันไม่ได้พูดเล่นนะธาวิน ฉันหมายความตามนั้นจริงๆ" ธาวินเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพเงาของเขา ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอก ความรู้สึกผิดที่สะสมมาเนิ่นนาน ความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจมาตลอดชีวิต ราวกับถูกชะล้างด้วยความจริงใจที่บริสุทธิ์ของหญิงสาว "ทำไม... ทำไมถึงโง่ขนาดนี้ เพียงฟ้า" น้ำเสียงของเขาขาดห้วง มีหยาดน้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือที่เธอกุมไว้ ธาวินไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็น แม้แต่ในวันที่สูญเสียมารดาไปในวัยเด็ก หรือในวันที่บิดาหันหลังให้ เขาก็ยังกัดฟันอดกลั้น แต่วันนี้ กำแพงทิฐิทั้งหมดพังทลายลงราบคาบเพียงเพราะผู้หญิงคนนี้ยืนยันว่าจะไม่เดินจากไป "เพราะความรักมักไม่มีเหตุผลมั้งคะ... เอ่อ ไม่มีเหตุผลมั้งครับ" เพียงฟ้าคลี่ยิ้มอ่อนโยน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเมตตาและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เธอย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมเบื้องหน้าเก้าอี้ของเขา เพื่อให้ระดับสายตาอยู่เสมอ1กัน มือบางข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ระหน้าผากกว้างของธาวินอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้ธาวินสะท้านเฮือก เขาโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วซบหน้าลงกับฝ่ามืออุ่นของเพียงฟ้า ร่างกายกำยำสั่นเทาเล็กน้อยยามที่ความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดระเบิดออกมาเป็นความเงียบงันที่มีเสียงสะอื้นไห้ในใจ เพียงฟ้าไม่พูดอะไรอีก เธอลูบไล้กลุ่มผมสั้นของเขาอย่างปลอบประโยชน ซึมซับความเจ็บปวดและภาระหนักอึ้งที่ชายหนุ่มแบกรับไว้มาเนิ่นนาน บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความคิดถึงและความผูกพันที่เติบโตงอกงามขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของชีวิต เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งธาวินสงบสติอารมณ์ลงได้ เขาดึงใบหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาแดงก่ำทว่าประกายความมุ่งมั่นเริ่มกลับคืนสู่หน่วยตาคู่นั้นอีกครั้ง มือหนายกขึ้นกุมมือของเพียงฟ้าที่ยังคงแนบอยู่ข้างแก้มของเขาไว้แน่น "ผมจะไม่สัญญาว่าจะพาคุณกลับไปจุดเดิมได้ทันที..." ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่นคงขึ้น แววตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่ผมสัญญา... ว่าตราบใดที่ยังมีผมอยู่ตรงนี้ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องลำบาก และผมจะไม่ผลักไสคุณไปไหนอีกแล้ว เพียงฟ้า" เพียงฟ้ายิ้มรับ หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอเบ้าตาของเธอบ้าง ทว่ามันคือรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่ธาวินเคยเห็นมาในชีวิต "ฉันเชื่อคุณค่ะ... เอ่อ ฉันเชื่อคุณครับ ธาวิน" ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของคนทั้งสอง ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืนของตึกสำนักงานที่ร้างผู้คน เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นก้องกังวานจากทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างไม่มีสัญญาณเตือน ประตูกระจกบานใหญ่ที่ไม่ได้ล็อกไว้ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น ทำให้ธาวินและเพียงฟ้าต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รสา... เพื่อนสนิทของเพียงฟ้า ยืนอยู่ที่นั่น สีหน้าของเธอซีดเผือด แววตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก และในมือถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดค้างไว้ แสดงภาพข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวเศรษฐกิจชื่อดังพาดหัวตัวโต *“อดีตผู้บริหารวินกรุ๊ป ถูกออกหมายจับคดีทุจริตยักยอกทรัพย์วงเงินหมื่นล้าน!”* ขอบคุุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอบอวลไปด้วยความรู้สึกดีๆ ในทุกตัวอักษรด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%