ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 42

กำแพงที่ธาวินสร้างขึ้น

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งของกรณ์ในความเงียบงันนั้น ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเป็นซึ่งตกสะเก็ดมานานถึงสิบปี ความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมแห่งกาลเวลาถูกกระชากขึ้นมาเผชิญหน้า โดยมีเพียงฟ้า... ผู้หญิงที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอันน่าอดสูเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางแรงกระแทกของบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ธาวินไม่ได้หันกลับไปมองกรณ์ นัยน์ตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำในยามวิกาล บัดนี้กลับไหวระริกด้วยคลื่นอารมณ์ที่ซัดสาดอย่างรุนแรง เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงความอดกลั้นขั้นขีดสุด "คุณกรณ์... กลับไปก่อนเถอะครับ" เสียงของธาวินแหบพร่าและต่ำลึก ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสกดดันที่น่ากลัว "ทำไมล่ะวิน กลัวว่าน้องเขาจะรู้ความจริงงั้นเหรอ?" กรณ์ยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์เพียงฟ้าที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายธาวิน "ผู้หญิงคนนี้หน้าตาละม้ายคล้ายกับ... คนในอดีตของคุณไม่น้อยเลยนี่นา หรือนี่คือวิธีที่คุณใช้ไถ่บาปให้กับความผิดพลาดเมื่อสิบปีก่อน?" "หุบปากซะ!" ธาวินตวาดลั่น เสียงคำรามนั้นทรงพลังเสียจนแม้แต่กรณ์ยังต้องชะงัก รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของรุ่นพี่หนุ่มค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความระแวงระวัง เพียงฟ้ารู้สึกคล้ายมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ สมองของเธอมึนงงไปหมด หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก คำพูดของกรณ์เมื่อครู่... ภาพถ่ายในลิ้นชักที่เธอเคยบังเอิญเห็น... และท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของธาวิน ทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อเข้าหากันอย่างน่ากลัว "คุณวิน... หมายความว่ายังไงคะ?" เพียงฟ้าเอמהถามเสียงสั่น ร่างกายบางสั่นเทาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่เธอเฝ้ารอคอยและมอบความรู้สึกให้ทั้งใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันและการหลบสายตา ธาวินหันมามองเธอ ชั่วแวบหนึ่งในแววตาคู่นั้นมีความเจ็บปวดรวดร้าวฉายชัด แต่มันถูกกลบฝังด้วยความเย็นชาที่เขากลับมาสวมใส่เพื่อปกป้อง... หรือเพื่อผลักไส "กลับไปซะ, เพียงฟ้า" ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับคนที่กำลังตัดขาดจากทุกสิ่ง "เรื่องที่คุณได้ยินเมื่อครู่นี้... ลืมมันไปซะ แล้วก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก" คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าคมกริบยิ่งกว่าใบมีด เพียงฟ้ารู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความชาลามลามไปทั่วร่าง ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส เธอมองหน้าผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ พยายามค้นหาความจริงในแววตาคู่นั้น แต่สิ่งที่พบมีเพียงกำแพงหนาทึบที่เขาก่อขึ้นเพื่อกันเธอออกไป "ทำไมล่ะคะ... อยู่ๆ คุณก็ไล่ฟ้าอีกแล้ว" เพียงฟ้าพยายามกลั้นเสียงสั่นเครือ "เรื่องเมื่อสิบปีก่อนมันคืออะไร? ผู้หญิงคนนั้น... คือใครกันแน่คะ? หรือว่า... ที่ผ่านมา ฟ้าเป็นแค่เงาของใครบางคนในใจคุณมาโดยตลอด?" คำถามสุดท้ายหลุดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม มันคือคำถามที่เธอหวาดกลัวที่สุดในชีวิต และในขณะเดียวกัน ก็เป็นความจริงที่เธอต้องการคำตอบมากที่สุด ธาวินหลับตาลงชั่วขณะเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่กำลังตีรวนอยู่ในอก หากเขาบอกความจริง... หากเธอรู้ว่าอดีตของเขาโสมมและทำลายชีวิตคนอื่นมาอย่างไร เธอก็จะต้องแปดเปื้อนไปด้วย "ใช่! คุณเป็นได้แค่เงา!" ธาวินตะโกนออกไปในที่สุด น้ำเสียงของเขาแข็งกระด้างและโหดร้าย ราวกับจงใจกรีดแทงหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าให้แหลกสลาย เพื่อให้เธอเกลียดเขา และเดินจากไปเสีย "คุณเป็นแค่ตัวแทน... เป็นคนโง่ที่วิ่งตามความรู้สึกของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าผมไม่เคยรักคุณเลยสักนิด!" เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่นไปทั่วห้องทำงานเพียงลำพอง เพียงฟ้าหอบหายใจหนักหน่วง มือเล็กๆ ของเธอยังคงสั่นเทาจากการกระทำเมื่อครู่ หยาดน้ำตาไหลพรั่งพรูอย่างไร้เสียงสะอื้น เธอแค่นยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่น่าสมเพชและเจ็บปวดที่สุดในชีวิต "ขอบคุณนะคะ... ที่พูดความจริงออกมา" เพียงฟ้ายกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ ดวงตาคู่นั้นมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง "ฟ้าจะไป... จะไม่มารบกวนชีวิตของคุณอีกแล้วค่ะ" พูดจบ เธอก็หันหลังวิ่งหนีออกไปจากห้องนั้นทันที เสียงฝีเท้าที่วิ่งออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว กรณ์มองตามหลังหญิงสาวที่วิ่งร้องไห้ออกไป ก่อนจะหันกลับมามองธาวินที่ยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ใบหน้าด้านชาของรุ่นน้องหนุ่มมีรอยแดงจากฝ่ามือประทับอยู่ชัดเจน "ทำรุนแรงเกินไปหน่อยไหมวิน น้องเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความรู้สึกผิดอยู่บ้าง "ออกไปจากห้องของฉัน... กรณ์" ธาวินเอ่ยลอดไรฟัน นัยน์ตาดำมืดสนิทราวกับก้นเหว "ถ้าแกยังไม่อยากหายไปจากวงการนี้อย่างถาวร" กรณ์ไหล่งอนเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ทิ้งให้ธาวินอยู่กับความมืดมิดและความเจ็บปวดที่เขาเป็นคนเลือกมันเอง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธาวินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง เขายกมือขึ้นกุมขมับ หยาดน้ำตาลูกผู้ชายไหลรินเงียบๆ ออกมาจากดวงตาที่แข็งกร้าว เขาทำสำเร็จแล้ว... เขาผลักเธอออกไปจากชีวิต เพื่อไม่ให้เธอต้องมาแปดเปื้อนกับอดีตอันมืดมนของเขา เพื่อไม่ให้เธอต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีก แต่วินาทีที่หัวใจของเขาขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี กลับทำให้เขารู้ซึ้งว่า การไม่มีเธอยืนอยู่ข้างกาย... มันทรมานยิ่งกว่าความตายเสียอีก ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบงันในห้องทำงาน ธาวินเงยหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิด คิดว่าเป็นกรณ์ที่ย้อนกลับมาอีก "ฉันบอกให้..." คำพูดต้องกลืนหายไปในลำคอ เมื่อประตูกล่อยเปิดออก ร่างผอมบางของรสา เพื่อนสนิทของเพียงฟ้าก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยว รสาไม่ได้เอ่ยคำทักทายใดๆ เธอวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขา เสียงกระดาษกระทบไม้ดังทึบ แต่น้ำหนักของมันกลับหนักหน่วงราวดิ่งเหว "นี่คือใบลาออกของฟ้า..." รสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธาวิน "และนี่... คือผลตรวจครรภ์ของเธอที่เพิ่งออกมาเมื่อเช้าก่อนที่เธอจะมาหาคุณ" ธาวินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหินเมื่อสมองประมวลผลคำพูดประโยคสุดท้ายของเพื่อนสนิทเพียงฟ้า (โปรดติดตามตอนต่อไปครับ) สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%