“วิน! เปิดประตู! ถ้าไม่อยากให้ความลับที่คุณเก็บไว้มาสิบปีต้องถูกทำลายทิ้งในคืนนี้!”
เสียงตะโกนของ ‘กรณ์’ ดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินที่เงียบเชียบ ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบที่ธาวินจงใจสร้างขึ้นเพื่อกักขังตัวเอง ชายหนุ่มนั่งพิงบานประตูไม้เนื้อแข็งอยู่ในความมืดมิดของห้องทำงาน กลิ่นเหล้าวิสกี้ราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกระดาษเอกสารสัญญาที่ถูกขยำทิ้งระเกะระกะบนพื้นราวกับซากปรักหักพังของชีวิต
เขานิ่งงัน ปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบ มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยในตอนที่เขายกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก ความล้มเหลวของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้านไม่ได้พรากแค่เงินทอง แต่ดูเหมือนมันกำลังกระชากเอา ‘ความมั่นใจ’ ชิ้นสุดท้ายที่เขาเคยมีติดตัวไปจนหมดสิ้น
*ความผิดพลาดทางธุรกิจงั้นหรือ?* ธาวินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง หากนี่คือบทลงโทษของโชคชะตา เขาก็ยอมรับว่ามันช่างเป็นบทลงโทษที่โหดร้ายเกินกว่าหัวใจดวงหนึ่งจะรับไหว
“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณแล้ว กรณ์... กลับไปเสีย ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับคำขู่ไร้สาระของคุณ” ธาวินตะโกนตอบ เสียงของเขาแหบแห้งทว่าหนักแน่นดุจหินผา
“ไร้สาระงั้นเหรอ? วิน! คุณคิดว่าเพียงฟ้าจะรู้สึกยังไงถ้าเธอรู้ว่าโครงการที่คุณทุ่มเทจนพังพินาศในวันนี้... มันถูกออกแบบมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของครอบครัวเธอตั้งแต่แรก! ความลับในซองจดหมายสีน้ำตาลที่ผมถืออยู่นี่ มันจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เธอเชื่อมั่นในตัวคุณไปตลอดกาล!”
เพียงฟ้า... ชื่อนั้นเหมือนกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างของธาวิน เขารีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วจนโซเซไปพิงโต๊ะทำงาน มือคว้าที่จับประตูแล้วกระชากเปิดออกกว้าง แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นใบหน้าที่ซูบตอบและดวงตาที่แดงก่ำจากการอดนอนของเขา
“คุณเอาอะไรมาขู่ผม?” ธาวินถามพลางจ้องเขม็งไปที่กรณ์ด้วยสายตาที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
กรณ์ในชุดสูทเนี้ยบกริบยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาไม่รอคำเชิญชวน เดินผ่านร่างของธาวินเข้าไปในห้องทำงานราวกับเป็นเจ้าของสถานที่เสียเอง เขาโยนซองจดหมายสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เสียงที่มันกระทบพื้นโต๊ะนั้นดังกึกก้องอยู่ในความรู้สึกของธาวินอย่างประหลาด
“สิบปีที่ผ่านมา คุณเล่นบทพระเอกผู้เสียสละได้แนบเนียนมากวิน” กรณ์เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังวิวเมืองยามค่ำคืน “แต่ความจริงก็คือความจริง โครงการที่ล้มเหลววันนี้ไม่ใช่แค่ความโชคร้าย แต่มันคือผลกรรมจากการที่คุณปิดบังตัวตนที่แท้จริงเอาไว้เพียงเพราะกลัวว่าเธอจะรู้ว่าคุณคือใคร”
“หยุดพูด!” ธาวินตวาด ก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อของกรณ์จนอีกฝ่ายเซถลา “ถ้าคุณคิดจะเอาเรื่องนี้ไปบอกฟ้า คุณทำได้เลย แต่จำไว้ว่าตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่ คุณจะไม่มีวันได้เห็นวันที่คุณทำลายชีวิตเธอได้สำเร็จ!”
“คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอวิน?” กรณ์ดึงมือของธาวินออกช้าๆ อย่างใจเย็น “ฟ้าไม่ได้ต้องการวีรบุรุษที่สร้างภาพลวงตา เธอต้องการความจริง... และในคืนที่ชีวิตคุณดำดิ่งลงก้นเหวแบบนี้ คุณคิดว่าความรักที่เธอมอบให้มันจะคงอยู่ถ้าความจริงที่ว่า ‘คุณคือคนจัดฉากให้บริษัทพ่อเธอเจ๊งเมื่อสิบปีที่แล้ว’ ถูกเปิดเผย?”
หัวใจของธาวินกระตุกวูบ ทุกอย่างที่เขาเคยสร้างมา ทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน ความรักที่เขากำลังเฝ้าถนอม และความหวังที่จะเริ่มต้นใหม่กับเพียงฟ้า ทุกอย่างดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงปราสาททรายที่กำลังถูกคลื่นยักษ์ซัดจนพังทลาย
ขณะที่ธาวินกำลังจะโต้กลับ เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้ลมหายใจของเขาหยุดชะงัก... *‘เพียงฟ้า’*
ธาวินมองดูชื่อนั้นด้วยความรู้สึกที่บีบคั้น เขาหันกลับมามองกรณ์ที่ยืนยิ้มเหมือนผู้ชนะ กรณ์เดินเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “รับสิ... รับแล้วบอกเธอว่าคุณรักเธอมากแค่ไหน ในขณะที่มือของคุณยังเปื้อนเลือดจากความหายนะของครอบครัวเธออยู่”
ธาวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มือของเขาสั่นจนแทบคุมไม่อยู่ เขาเลื่อนรับสาย เสียงหวานที่คุ้นเคยจากปลายสายดังลอดเข้ามา มันแผ่วเบาและเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงจนน่าปวดใจ
“วินคะ... รสาบอกว่าคุณไม่รับสายใครเลย ทั้งยังเก็บตัวอยู่ในห้องทำงานสามวันแล้ว เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? ฟ้าอยู่ที่หน้าบริษัทแล้ว... ลงมาพบฟ้าหน่อยได้ไหมคะ?”
ธาวินมองไปที่บานประตูกระจกของห้องทำงานที่สะท้อนเงาของเขาและกรณ์ที่ยืนกอดอกรอคอยจังหวะทำลายล้าง เขาหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังเอ่อล้นคลอหน่วยตา นี่คือช่วงเวลาที่เขากลัวที่สุดในชีวิต ช่วงเวลาที่เขาต้องเลือกระหว่างการรักษาคำโกหกที่แสนหวาน หรือการทำลายความรักที่เขามีค่ามากกว่าลมหายใจ
“วิน... วินคะ? คุณได้ยินฟ้าไหม?” เสียงเพียงฟ้าถามย้ำด้วยความร้อนใจ
ธาวินสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจปล่อยมือจากโทรศัพท์ที่แนบหูให้ร่วงหล่นลงบนพรมหนา ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกรณ์ที่ก้าวไปหยุดอยู่หน้าประตูห้อง เตรียมจะออกไปต้อนรับหญิงสาวที่เขารักที่สุด
“ผมจะลงไปหาเธอเอง...” ธาวินเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ยากจะหยั่งถึง “และถ้าคุณคิดจะปริปากพูดอะไรที่ทำให้เธอเสียใจแม้แต่คำเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เตือน”
ทว่า ทันทีที่ธาวินก้าวพ้นประตูห้องทำงานออกมา สิ่งที่เขาเห็นที่โถงทางเดินกลับไม่ใช่เพียงรสาที่ยืนรออยู่ แต่เป็นเพียงฟ้าที่ยืนตัวแข็งทื่อ น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองตา มือของเธอถือซองจดหมายฉบับเดียวกันกับที่อยู่บนโต๊ะทำงานของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
“ฟ้า... ฟังผมก่อน” ธาวินพึมพำ ก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความหวังที่ริบหรี่
เพียงฟ้าถอยหลังหนี แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเป็นห่วงเป็นความเย็นชาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน “ไม่ต้องเข้ามา... บอกฟ้ามาสิคะว่ารสาโกหก... ว่าไอ้กระดาษพวกนี้มันคือความเข้าใจผิด... วิน... บอกฟ้าสิว่าคนที่ส่งคนไปล้มละลายบริษัทพ่อฟ้าเมื่อสิบปีก่อน ไม่ใช่คุณ!”
ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วตัวอาคาร ธาวินยืนนิ่งดุจรูปสลัก ในขณะที่กรณ์ยืนยิ้มอย่างพึงพอใจอยู่เบื้องหลังเขา ความจริงที่ถูกเก็บงำไว้สิบปี กำลังถูกกระชากออกมาเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่ไม่มีวันหวนคืน
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดของธาวินและเพียงฟ้าในบทนี้ด้วยกันนะครับ
ด้วยรักและขอบคุณจากใจ... สายลมแผ่วเบาครับ
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 41
ความผิดพลาดทางธุรกิจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!