ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 40

ที่พักพิงยามอ่อนล้า

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“รสา... พี่เข้ามาทำไมในเวลานี้ครับ?” เสียงของธาวินแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกดดัน เขาไม่ได้ขยับตัวออกจากตำแหน่งเดิม แต่สายตาที่จับจ้องไปยังผู้มาเยือนกลับมีความนัยบางอย่างที่เพียงฟ้าอ่านไม่ออก รสาก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววอาดูรอย่างปิดไม่มิด เธอไม่ได้ตอบคำถามเขาทันที หากแต่หันมามองเพียงฟ้าที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะทำงานด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเห็นใจ “ถ้าฉันไม่มา... ฉันคงไม่ได้เห็นว่า ‘ความสบายใจ’ ที่วินพยายามคว้าไว้ แท้จริงแล้วมันคือโซ่ตรวนที่กำลังพันธนาการคนสองคนให้จมดิ่งลงไปด้วยกัน” รสาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนหัวใจของคนฟัง เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่น มือของเธอเย็นเฉียบ เธอพยายามจะเอ่ยบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ แต่ความจุกแน่นในอกกลับทำได้เพียงแค่ทำให้เธอหายใจติดขัด เธอหันไปมองธาวินที่ยืนนิ่งสงบดุจผืนน้ำยามค่ำคืน ก่อนจะตัดสินใจเดินเลี่ยงออกไปจากห้องนั้น ทิ้งให้คนทั้งสองเผชิญหน้ากันด้วยความลับที่เธอไม่อาจเอื้อมถึง เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ความเงียบงันในบ้านหลังใหญ่ถูกเติมเต็มด้วยเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปอย่างเชื่องช้า เพียงฟ้านั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีกับข้าวสามสี่อย่างที่ยังคงมีไอควันกรุ่น เธอไม่ได้หิว แต่เธอเพียงต้องการให้ใครบางคนรู้ว่า ในยามที่เขากลับบ้านมาพร้อมกับความเหนื่อยล้าจากโลกภายนอก ยังมีไฟดวงหนึ่งที่เปิดรอ และมีอาหารอุ่นๆ ที่เธอตั้งใจทำไว้ให้ เธอมักจะทำแบบนี้เสมอ... รอคอยอย่างไม่มีเงื่อนไข ราวกับเป็นพันธสัญญาที่ทำไว้กับตัวเอง เสียงเครื่องยนต์รถดับลงที่หน้าบ้าน ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยเพียงฟ้าขยับตัวลุกขึ้นยืนจัดแจงความเรียบร้อยของเสื้อผ้า เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเดินไปต้อนรับชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา ธาวินดูอิดโรยกว่าปกติ ใบหน้าคมคายนั้นซูบตอบลงเล็กน้อย เขานิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเธอมายืนรออยู่ตรงนี้ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาดูจะอ่อนลงเพียงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิม “ทำไมยังไม่นอนครับ?” เขาถามสั้นๆ พลางวางกุญแจรถลงบนโต๊ะข้างทางเดิน “ฟ้าแค่... คิดว่าคุณคงยังไม่ได้ทานอะไร” เพียงฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่กล้าถามถึงเหตุการณ์ในห้องทำงานตอนเย็นนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อของรสา เธอทำเพียงแค่หันหลังเดินนำไปยังโต๊ะอาหาร ระหว่างมื้อค่ำที่ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ทั้งคู่ต่างตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบจานเบาๆ เท่านั้น ธาวินทานอาหารช้าๆ เหมือนคนเหม่อลอย หลายครั้งที่เพียงฟ้าแอบมองเสี้ยวหน้าของเขา เธอรู้สึกถึงความห่างเหินที่ดูเหมือนจะก่อตัวเป็นกำแพงหนาขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เธอไม่รู้ตัวว่าช่องว่างนั้นเกิดจากอะไร “อร่อยไหมครับ?” เธอตัดสินใจถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ ธาวินหยุดชะงัก สายตาเขามองมาที่เธอ เป็นสายตาที่ยากจะตีความ มันมีความรัก... แต่ก็มีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ลึกๆ เขาวางช้อนลงก่อนจะถอนหายใจยาว “เพียงฟ้า... อย่ารอผมเลยครับ” คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่กลับทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม “ชีวิตของผมมันเหมือนนาฬิกาที่หยุดเดินไปนานแล้ว การที่คุณพยายามไขลานให้มันกลับมาเดินอีกครั้ง... มันอาจจะทำให้อุปกรณ์ข้างในพังลงไปเสียเปล่าๆ” “ถ้ามันพัง... ฟ้าก็จะเป็นคนซ่อมให้เองครับ” เธอโพล่งออกไปอย่างลืมตัว แววตาของเธอสั่นระริกแต่ยังคงมั่นคง “ไม่ว่าที่ผ่านมาคุณจะเจออะไรมา หรือในใจของคุณจะมีเงาของใครคอยบดบังอยู่... ขอแค่ให้ฟ้ารู้ว่าในวันที่คุณอ่อนล้าที่สุด ที่ตรงนี้... จะยังเป็นที่พักพิงของคุณเสมอ” ธาวินไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เธอจนเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขา เขายื่นมือมาลูบกลุ่มผมของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนเหมือนฝัน แต่มันกลับทำให้ขอบตาของเพียงฟ้าร้อนผ่าว “คุณเป็นคนดีเกินไป... ดีจนผมไม่กล้าที่จะเห็นแก่ตัวมากกว่านี้” เขากำลังจะผละออก แต่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นทำลายจังหวะหัวใจที่เต้นรัว ธาวินหยิบมันขึ้นมาดู ดวงตาของเขาวูบไหวในทันทีที่เห็นชื่อผู้โทรเข้า เขาหันมามองเพียงฟ้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ ก่อนจะกดรับสายแล้วเดินออกไปที่ระเบียงห้อง เพียงฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความสงสัยกัดกินหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ความเงียบของบ้านทำให้เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากโทรศัพท์นั้นชัดเจนจนน่าใจหาย “วิน... พรุ่งนี้ไปหาผมที่นั่นนะ มีบางอย่างที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับสิ่งที่รสาเพิ่งไปบอกคุณวันนี้... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ” เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังลอดผ่านโทรศัพท์มา พร้อมกับความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลังของเพียงฟ้า เมื่อสิ้นเสียงนั้น ธาวินไม่ได้ตอบกลับ เขาเพียงแต่กำโทรศัพท์ในมือแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ในจังหวะที่เขากำลังจะหมุนตัวกลับเข้ามาหาเธอ สายตาของธาวินก็ประสานเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเพียงฟ้าพอดี... ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นอย่างบ้าคลั่งในเวลาเที่ยงคืนครึ่ง พร้อมกับเสียงตะโกนของรสาที่ดังลั่นทะลุความเงียบเข้ามา “วิน! เปิดประตู! ถ้าไม่อยากให้ความลับที่คุณเก็บไว้มาสิบปีต้องถูกทำลายทิ้งในคืนนี้!” ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครในตอนนี้ หวังว่าสายลมจะพัดพาความเข้าใจไปสู่หัวใจของทุกท่านนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%