ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 39

ความเครียดที่สะสม

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ใครครับวิน... ใครกันที่เพียงฟ้าควรรู้จักดีที่สุด?" คำถามนั้นหลุดออกจากปากเพียงฟ้าพร้อมกับจังหวะที่มือของเธอสั่นระริก เธอพยายามรักษาระดับเสียงไม่ให้สั่นไหวไปมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่น ธาวินไม่ได้ตอบในทันที เขายืนพิงขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนกลับดูคมเข้มและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เขาขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นเหมือนจงใจหลบเลี่ยงการสบตา "อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยครับเพียงฟ้า ผมยัง... ยังไม่อยากให้คุณต้องแบกรับอะไรในตอนนี้" เขาตอบพลางคว้าแฟ้มเอกสารตรงหน้าขึ้นมาเปิดดู ทั้งที่เพียงฟ้าเห็นชัดว่าเขาก็แค่พลิกหน้ากระดาษไปมาโดยไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างในเลยด้วยซ้ำ มันคือความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือกำแพงที่ธาวินค่อยๆ ก่อขึ้นมาทีละชั้นตั้งแต่วันที่เขาได้รับคำเตือนจากกรณ์ เพียงฟ้าขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขายังคงให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่วันนี้มันกลับเจือจางไปด้วยกลิ่นของบุหรี่ที่เขาไม่เคยสูบ เธอเอื้อมมือออกไปจะแตะที่ไหล่ของเขา แต่แล้วเธอก็ชะงักงัน เหมือนมีเส้นด้ายที่มองไม่เห็นรั้งมือเธอไว้... เธอจำได้แม่นว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร มันคือความกลัวว่าหากเธอก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของเขามากเกินไป เขาจะถอยห่างออกไปจนเธอคว้าไว้ไม่ทัน "วินครับ... คุณไม่ได้สู้คนเดียวนะ" "ผมรู้ครับ เพียงฟ้า ผมรู้ดี" เขาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นจนเธอดึงมือกลับ "แต่คุณไม่เข้าใจหรอกว่าโลกใบนี้มันสกปรกแค่ไหน ถ้าผมดึงคุณเข้ามาใกล้ในจังหวะนี้ สิ่งที่ผมสร้างไว้ทั้งหมดจะพังทลายลง รวมถึงความปลอดภัยของคุณด้วย" เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง' จนร่างบางสะดุ้ง ธาวินหันกลับมามองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความรัก แต่มันมีความเครียด ความกังวล และความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ เขาหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นจิบ แล้ววางลงอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินหนีไปยืนมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองกรุงยามค่ำคืน บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เพียงฟ้าก้มมองมือตัวเอง เธอพยายามจะทำตัวให้เป็นเพียง 'เพียงฟ้า' คนเดิมที่คอยเป็นกำลังใจ แต่ลึกๆ ในใจ เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งที่กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ *ความรักของเรา... มันกำลังถูกกัดกินด้วยความลับที่เขายังไม่ยอมบอก* หลายวันที่ผ่านมา ธาวินเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาแทบไม่ทานอาหารพร้อมเธอ บ่อยครั้งที่เขาขังตัวเองอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จนถึงรุ่งสาง ขอบตาที่คล้ำลงและท่าทีที่เหม่อลอยของเขามันทำให้คนมองอย่างเธอเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการโดนเมินเฉย "วินเคยบอกว่า... ความรักคือการแชร์ชีวิตกันไม่ใช่เหรอครับ" เพียงฟ้าตัดสินใจพูดในสิ่งที่อัดอั้น "ถ้าเพียงฟ้าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตวิน ทำไมเพียงฟ้าถึงต้องยืนอยู่ข้างนอกนั่นตลอดเวลาล่ะครับ?" ธาวินหลับตาแน่น เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขากำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ เขาหมุนตัวกลับมาหาเธอช้าๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเดินตรงมาหาเธอแล้วกุมมือเธอไว้แน่น มือของเขาเย็นเฉียบจนเธอนึกห่วง "เพราะผมรักคุณมากเกินกว่าจะให้คุณต้องมาเปื้อนโคลนไปกับผม เพียงฟ้า... ขอเวลาผมอีกแค่นิดเดียว แค่จัดการเรื่องของกรณ์ให้จบ แล้วผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟัง... สัญญา" เขาก้มลงจูบที่หลังมือของเธออย่างแผ่วเบา เป็นจูบที่ไร้ซึ่งความวาบหวาม แต่เต็มไปด้วยความอาลัยและคำขอโทษที่ไม่ได้เอ่ยออกมา เพียงฟ้าพยักหน้าทั้งน้ำตา เธอทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ เธอทำได้เพียงยอมรับเงื่อนไขของเขา แม้ว่าจะรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาดกับชื่อของ 'กรณ์' ที่เขาเอ่ยถึงทุกครั้งที่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ทว่า ทันทีที่ธาวินปล่อยมือเธอและหันไปรับสายโทรศัพท์ที่ดังแทรกขึ้นมา ความรู้สึกหวาดระแวงก็แล่นปราดเข้ามาในความรู้สึกของเพียงฟ้า เสียงปลายสายที่ลอดออกมาเบาๆ นั้น... แม้จะฟังไม่ชัด แต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงนั้นเหมือนกับเสียงของใครบางคนที่เธอเคยไว้ใจมากที่สุดในอดีต ธาวินก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว ใบหน้าของเขาซีดเผือดขณะฟังปลายสายพูด เขาค่อยๆ วางโทรศัพท์ลงอย่างช้าๆ ราวกับว่ามันเป็นวัตถุที่มีน้ำหนักมหาศาล เขาหันกลับมามองเพียงฟ้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยออกมาประโยคหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเพียงฟ้าแทบหยุดเต้น "คนที่บงการทั้งหมด... คนที่อยู่เบื้องหลังการล้มละลายของพ่อผม และคนที่กำลังจะแย่งทุกอย่างไปจากเราตอนนี้..." เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "คือแม่ของคุณเอง... เพียงฟ้า" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ เพียงฟ้ายืนนิ่งราวกับถูกสาป สายตาของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ ในขณะที่เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในห้อง... เสียงของผู้หญิงคนที่เธอรักและเคารพที่สุดในชีวิต ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครใน 'ใต้เงาความคิดถึง' นะครับ - สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%