พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของสื่อทุกสำนักในเช้าวันนี้ไม่ได้ทำร้ายธาวินเท่ากับความจริงที่ว่า เขากำลังยืนอยู่ ณ จุดที่ไม่มีทางถอยหลังกลับได้อีกแล้ว
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสส่งเสียงกรีดร้องติดต่อกันเป็นครั้งที่สิบ บ่งบอกถึงความพยายามของนักข่าว สื่อมวลชน และผู้ถือหุ้นที่ต้องการคำอธิบายจากอดีตผู้บริหารหนุ่มผู้กุมบังเหียนวินกรุ๊ป แต่ธาวินกลับเลือกที่จะเมินเฉย ปล่อยให้มันแผדเสียงไปพร้อมกับความเงียบงันในห้องพักขนาดกว้างของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ที่บัดนี้กลับดูเคว้งคว้างและอ้างว้างเสียยิ่งกว่าห้องใต้หลังคาเก่าๆ
บนโต๊ะกาแฟ มีเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่ถูกพิมพ์ข้อความหมายจับจากศาลอาญา วางทับอยู่บนกองเอกสารทางคดีที่หนาปึก ตัวเลข "หมื่นล้าน" ที่ปรากฏหราในพาดหัวข่าวนั้นไม่ใช่แค่ตัวเลขทางบัญชี แต่มันคือโซ่ตรวนเหล็กกล้าที่กำลังบดขยี้ชีวิตของคนตระกูลวรกุลให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหว
เพียงฟ้ายืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องครัว สายตาของเธอมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เคยยืนหยัดอย่างสง่างาม ทว่าในยามนี้ ไหล่ทั้งสองข้างของเขากลับห่อลู่ลงราวกับกำลังแบกรับภูเขาไว้ทั้งลูก ธาวินในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลุดลุ่ยและเนคไทที่ถูกคลายออกอย่างไร้ระเบียบ ไม่เหลือเค้า1ของนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาคนเดิมอีกต่อไป
"คุณวิน... ดื่มน้ำอุ่นสักหน่อยไหมครับ" เพียงฟ้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เธอไม่อยากใช้คำว่า 'คะ' หรือ 'ค่ะ' ในยามที่หัวใจของเขากำลังแตกสลายแบบนี้ เธอเลือกใช้คำพูดที่เรียบง่ายที่สุด เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ข้างๆ เขา
ธาวินไม่หันกลับมามอง เขายังคงทอดสายตาออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ ที่สะท้อนภาพเมืองกรุงเทพฯ อันวุ่นวาย แต่วันนี้มันช่างพร่าเลือนเหลือเกิน มือขวาของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนเข้าหา1กัน ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงและปล่อยให้ลมหายใจสะท้อนออกมาในลำคอ เป็นเสียงที่คล้ายกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังบาดเจ็บ
"หมื่นล้าน... ฟ้าเชื่อไหมว่าผมไม่ได้ทำ" เสียงของธาวินแหบพร่า มันสั่นเครือจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมของชายผู้เคยคุมเกมเจรจาธุรกิจมูลค่ามหาศาล
เพียงฟ้าวางแก้วน้ำลงบนเคาน์เตอร์ เธอเดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ฝีเท้าของเธอเบาราวกับกลัวว่าจะไปรบกวนความเปราะบางที่กำลังครอบ 1คลุมบรรยากาศในห้องนี้
"ฟ้าเชื่อค่ะ... เอ๊ย... ฟ้าเชื่อครับ" เพียงฟ้าเผลอหลุดคำติดปากออกมาตามความคุ้นเคย แต่เธอก็รีบแก้ไขมันทันทีด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงยิ่งกว่าเดิม "ฟ้าอยู่ตรงนี้... ฟ้าเชื่อมั่นในตัวคุณวินเสมอ ไม่ว่าเอกสารพวกนั้นจะเขียนว่าอย่างไรก็ตาม"
ธาวินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มันระคนไปด้วยความหยันเย้ยโชคชะตาและความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนาน เขายอมหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเฉียบคมและเด็ดเดี่ยวบัดนี้แดงก่ำ ขอบตาของเขาร้อนผ่าว และภาพที่เพียงฟ้าเห็นก็ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ
หยดน้ำตาใสๆ ไหลรินผ่านพวงแก้มตอบของธาวิน หยดแล้วหยดเล่า... มันคือภาพที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยแสดงความอ่อนแอต่อหน้าความกดดันใดๆ แม้ในวันที่สูญเสียมารดาไป หรือในวันที่บริษัทเกือบจะล้มละลาย ธาวินก็ไม่เคยหลั่งน้ำตาออกมาแม้แต่หยดเดียว
แต่ในวินาทีนี้... กำแพงทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองได้พังทลายลงแล้ว
เพียงฟ้าก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไร้ความลังเล เธอเอื้อมมือทั้งสองข้างขึ้นโอบกอดร่างสูงใหญ่ที่กำลังสั่นเทาไว้แน่น ศีรษะของธาวินโน้มลงซบลงที่ลาดไหล่เล็กของเธออย่างหมดแรง ราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่เหนื่อยล้าจากการวิ่งหนีพายุร้ายแล้วได้พบที่หลบภัย
"มันเหนื่อยเหลือเกิน... ฟ้า" เสียงกระซิบของธาวินขาดห้วง เขาสะอื้นออกมาอย่างไม่อายใคร ความกดดันจากการถูกทรยศโดยคนที่ไว้ใจ การถูกใส่ร้ายป้ายสีจากกลุ่มคนที่เขาเคยถือว่าเป็นพี่น้อง และภาระหนี้สินที่เขาไม่ได้ก่อ แต่มันถูกโยนมาให้เขารับผิดชอบทั้งหมด น้ำหนักนับหมื่นล้านกำลังกดทับลงบนบ่าของเขาคนเดียว
เพียงฟ้าไม่ได้พูดคำปลอบโยนใดๆ ที่สวยหรู เธอยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างนั้นเบาๆ ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอซึมซับเข้าไปในความหนาวเหน็บที่เขากำลังเผชิญ น้ำตาของเธอเองก็ร่วงเผาะลงบนเสื้อเชิ้ตของเขาเช่นกัน ความเจ็บปวดของธาวินส่งผ่านความชื้นและแรงสะท้านมาถึงหัวใจของเธออย่างชัดเจน
"ร้องออกมาเถอะค่ะ... เอ๊ย... ร้องออกมาเถอะครับคุณวิน" เพียงฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมเสียงสั่น "ปล่อยมันออกมาให้หมด ฟ้าจะไม่ไปไหน... ฟ้าจะยืนอยู่ตรงนี้ข้างๆ คุณเสมอ ไม่ว่าพรุ่งนี้โลกใบนี้จะตัดสินคุณอย่างไรก็ตาม"
ธาวินซุกใบหน้าลงกับซอกคอของเธอ แขนแกร่งทั้งสองข้างตวัดกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับว่าหากเขาปล่อยมือ เพียงฟ้าจะหายวับไปกับอากาศธาตุ ความรู้สึกผิดที่เขาเคยผลักไสเธอออกไปในอดีต ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนสำคัญไปอีกคน และความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ—ทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับหยดน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสาย
ภายในห้องที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของชายหนุ่มผู้เคยเป็นเสาหลักของตระกูลวรกุล และเสียงหัวใจของหญิงสาวที่เต้นเป็นจังหวะเพื่อยืนยันว่าเขายังไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งลมหายใจของธาวินเริ่มสงบลง เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย ใช้หลังมือปาดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวกๆ แม้ดวงตาจะยังคงแดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า แต่แววตาของเขากลับมีความเด็ดเดี่ยวบางอย่างกลับคืนมา
"ขอบคุณนะ... ฟ้า" เสียงของเขาแหบแห้ง แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ
ธาวินผละออกจากอ้อมกอดของเธออย่างจำใจ เขาก้มมองกองเอกสารบนโต๊ะอีกครั้ง แววตาที่ฉายความสิ้นหวังเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งการต่อสู้ เขากำลังจะเอաբางอย่างที่สำคัญยิ่งยวดกลับคืนมา
ทว่า ในจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและเร่งรีบ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทั้งธาวินและเพียงฟ้าต่างชะงักและหันไปมองบานประตูพร้อมกัน ในยามวิกฤตเช่นนี้ ไม่มีใครที่ควรจะมาเคาะห้องของเขา ยกเว้นแต่...
ก่อนที่ธาวินจะทันได้ก้าวไปเปิดประตู ลูกบิดประตูห้องก็หมุนวนด้วยฝีมือของใครบางคนจากด้านนอก และร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก
"สวัสดีครับคุณธาวิน... ไม่คิดเลยว่าสภาพของอดีตผู้บริหารคนเก่ง จะดูน่าสมเพชได้ถึงขนาดนี้" เสียงทุ้มต่ำของ 'กรณ์' ดังขึ้น พร้อมกับเอกสารอีกแฟ้มหนึ่งที่เขาถือติดมือมาด้วย "ผมไม่ได้มาในฐานะรุ่นพี่ที่เคยทำงานร่วมกัน... แต่ผมมาในฐานะตัวแทนของคนที่จะมาปิดฉากคุณอย่างถาวร"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้นะครับ
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 44
น้ำตาของลูกผู้ชาย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!