"เชิญครับคุณกรณ์... ถ้าเอกสารชุดนั้นมันจะทำให้คุณรู้สึกว่า ได้เป็นผู้ชนะเหนือซากปรักหักพังของผมมากนัก"
น้ำเสียงของธาวินไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าสภาพร่างกายของเขาในยามนี้จะดูเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมของอดีตผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เอกสารในแฟ้มสีน้ำตาลเข้มถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานตัวเก่าในห้องพักแคบๆ เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน บีั้นทอนบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ที่หน้าอก
กรณ์แย้มรอยยิ้มเยียบเย็น มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นสูงในแบบที่สะท้อนความสะใจที่ปิดไม่มิด สายตาที่มองตรงมายังธาวินเต็มไปด้วยความเหยียดหยามที่สะสมมานานหลายปี
"อย่าใช้คำว่าผู้ชนะเลยครับคุณธาวิน... มันดูใจร้ายเกินไป เอาเป็นว่าผมแค่มาเก็บกวาดขยะที่รกหูรกตาออกจากเส้นทางของผมก็พอ" กรณ์หัวسะในลำคอเบาๆ "บริษัทกำลังจะฟ้องร้องคุณข้อหายักยอกทรัพย์ทางปัญญาและข้อมูลลับทางการค้า หลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือผมแล้ว การแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้จะทำให้ชื่อของคุณ กลายเป็นแค่ประวัติศาสตร์ราคาถูกที่ไม่มีใครอยากจดจำอีกต่อไป"
เพียงฟ้ายืนนิ่งอยู่มุมห้อง มือเรียวที่กำแฟลชไดร์ฟและสมุดบันทึกเล่มหนาไว้แน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอมองแผ่นหลังกว้างของธาวินที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นหิน เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดที่ชายหนุ่มแบกรับไว้ในใจตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองหรือชื่อเสียง แต่มันคือความไว้วางใจที่ถูกหักหลังโดยคนที่เขาเคยเรียกว่าพี่น้องร่วมสายงาน
ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง ชั่วขณะหนึ่งที่กรณ์หันไปมองเพียงฟ้าด้วยสายตาดูแคลน
"ส่วนคุณ... เพียงฟ้า ไม่คิดเลยนะครับว่าจะลดตัวลงมาคลุกคลีกับคนตกอับแบบนี้ หรือว่าคุณชอบเก็บของเหลือเดนจากคนอื่นมาดูแลล่ะ?"
คำพูดถากถางนั้นทำให้ธาวินขยับตัวลุกขึ้นทันที ความสูงและรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของกรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ธาวินก้าวเข้าไปประชิดตัวรุ่นพี่ผู้ทรยศ ช้าๆ แต่มั่นคง สายตาคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนไว้ในฝัก
"เรื่องของผม... เชิญคุณจัดการได้ตามอำเภอใจครับคุณกรณ์" ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "แต่จำใส่สมองของคุณเอาไว้ให้ดี... ตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่ และตราบใดที่ยังมีผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่เคียงข้างผม... คุณไม่มีวันชนะผมได้อย่างแท้จริงหรอก"
กรณ์แค่นหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่าที่ฉายชัดในแววตา "ปากดีให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะครับคุณธาวิน... พรุ่งนี้เช้า เราจะได้รู้กันว่าใครกันแน่ที่จะต้องกราบขอร้องผม"
สิ้นเสียงประตูกระแทกปิดลง ความเงียบงันกลับมาครอบครองพื้นที่อีกครั้ง เพียงฟ้ารีบก้าวเข้าไปหาธาวินทันที แววตาของเธอฉายแววความกังวลและความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด มือเรียวยื่นไปสัมผัสแขนของเขาเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่น
"คุณวิน... อย่าไปสนใจคำพูดของเขาเลยนะคะ... เอ๊ด... ของเขาเลยนะครับ" เพียงฟ้าเผลอเปลี่ยนสรรพนามด้วยความตกใจ แต่ก็รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ ธาวินหันมามองเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในรอบหลายเดือน
"ขอบคุณนะครับเพียงฟ้า... ที่คุณไม่รังเกียจผู้ชายที่แม้แต่เงาของตัวเองยังปกป้องไม่ได้คนนี้"
เพียงฟ้าส่ายหน้าช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส เธอบีบมือหนาของเขาแน่นขึ้น "ฟ้าไม่เคยคิดแบบนั้นเลยค่ะ... เอ๊ย... ครับ ฟ้าบอกแล้วไงคะ... เอ๊ย... ครับ ว่าฟ้าจะอยู่ตรงนี้" เธออมยิ้มให้กับความเลิกลั่กของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้จริงจังและอบอุ่นขึ้น "เราไม่มีเวลามานั่งเศร้าหรือยอมแพ้ให้กับคนแบบนั้นหรอกนะครับคุณวิน... ในเมื่อเขาอยากเปิดเกม เราก็ต้องเดินเกมสู้ทีละขั้นตอนครับ"
ธาวินมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย ความมั่นคงในแววตาคู่นั้นคือพลังเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ยังน่าอยู่ต่อ
"แล้วคุณมีแผนอะไรในหัวล่ะครับ คุณกุนซือตัวน้อยของผม" ธาวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายลง ความตึงเครียดเมื่อครู่จางหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบตัวคนทั้งสอง
เพียงฟ้าหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาวางบนโต๊ะ เปิดไปยังหน้าที่เธอจดบันทึกตารางชีวิตและการจัดการปัญหาของธาวินไว้เป็นข้อๆ อย่างเป็นระเบียบ ลายมือชื่อบรรจงสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด
"อย่างแรกเลยครับ... เราต้องแยกแยะปัญหาออกเป็นส่วนๆ ปัญหาเรื่องคดีความและการกล่าวหา เราให้ทนายความมืออาชีพที่เป็นรุ่นพี่ของรสาช่วยดูสำนวนในคืนนี้เลยครับ ฟ้าติดต่อไปทางนั้นเรียบร้อยแล้ว" เพียงฟ้าเริ่มชี้แจงด้วยน้ำเสียงคล่องแคล่ว "อย่างที่สอง... เรื่องสภาพจิตใจและการพักผ่อน คุณต้องเลิกอดนอนแล้วมานั่งจมอยู่กับความแค้นได้แล้วครับ คืนนี้คุณต้องนอนหลับให้สนิทอย่างน้อยห ชั่วโมง เพราะถ้าพรุ่งนี้คุณไม่มีแรงยืนต่อหน้าสื่อ เราจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มรบ"
ธาวินเลิกคิ้วมองตารางที่ละเอียดยิบราวกับแผนยุทธศาสตร์ทางทหาร "แล้วข้อสุดท้ายล่ะครับ?"
เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว "ข้อสุดท้าย... คุณต้องสัญญาภาษากายกับฟ้า ว่าจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ไม่ว่าพรุ่งนี้กรณ์จะงัดหลักฐานชิ้นไหนออกมาทำลายคุณก็ตาม"
ห้องทำงานเล็กๆ กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหวังและการเริ่มต้นใหม่ ธาวินโน้มตัวลงมาเล็กเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียวทั้งสองข้างของเพียงฟ้าเอาไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านเข้ามาในหัวใจของหญิงสาว ทำให้ความกลัวทั้งปวงมลายหายไปจนสิ้น
"ผมสัญญาครับเพียงฟ้า... ผมจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด" ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานและจริงจัง "และไม่ว่าหลังจากวันนี้ชีวิตของผมจะต้องเริ่มต้นจากศูนย์อีกกี่ครั้ง... ขอแค่มีคุณอยู่ข้างๆ แบบนี้ ผมก็เชื่อว่าผมจะก้าวผ่านมันไปได้"
ทั้งสองคนนั่งทำงานร่วมกันท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เพียงฟ้าคอยจัดระเบียบเอกสารแยกตามความสำคัญ ขณะที่ธาวินคอยตรวจสอบข้อกฎหมายและร่างคำชี้แจงสำหรับวันพรุ่งนี้ ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยพลังใจที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจและความผูกพันที่ค่อยๆ ก่อตัวลึกซึ้งขึ้นทีละน้อยในความเงียบสงบยามค่ำคืน
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตีสอง เอกสารกองโตถูกจัดระเบียบจนเรียบร้อย ธาวินเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ บิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองคนข้างกายที่เริ่มมีอาการสัปหงกด้วยความเหนื่อยล้า เพียงฟ้านั่งฟุบหลับคาโต๊ะทำงานโดยมีสมุดบันทึกเล่มโปรดหนุนต่างหมอน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอสะท้อนถึงความอ่อนเพลียที่เธอสะสมมาตลอดหลายวันที่ช่วยเขาจัดการปัญหา
ธาวินลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของหญิงสาว เขาถอดเสื้อสูทเนื้อดีของตนออกอย่างทะนุถนอม แล้วนำมาห่มคลุมไหล่บางให้กับเพียงฟ้า ร่างสูงโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเธอด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นเต็มอก
"ขอบคุณนะครับคนดี... ที่ยอมจับมือเดินเคียงข้างผู้ชายพังๆ คนนี้"
ในขณะที่ธาวินกำลังจะยืดตัวขึ้นเพื่อปล่อยให้เธอได้พักผ่อน เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากด้านนอกก็ดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบสงบในยามวิกาล ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ดึกป่านนี้... ใครกันที่เป็นคนมาเคาะประตูห้องพักที่แทบไม่มีใครรู้จักแห่งนี้?
ธาวินก้าวเดินไปเปิดประตูช้าๆ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องสายตากลับทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด ร่างโปร่งบางในชุดโค้ทกันหนาวสีเข้มยืนกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้าซีดเซียวแต่คุ้นเคยดี ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำราวกับผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาทั้งคืน
"สวัสดีค่ะพี่วิน... ไม่คิดเลยใช่ไหมคะว่าหนูจะยังมีชีวิตอยู่ เพื่อกลับมาเห็นจุดจบของพี่ในวันนี้"
เสียงหวานที่สั่นเครือเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มปนคราบน้ำตาของผู้หญิงที่เขาคิดว่าจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อสามปีก่อน... คนที่ชื่อว่า 'ม่านฟ้า'
จากใจ... สายลมแผ่วเบา
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 45
จับมือกันก้าวผ่าน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!