ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 46

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณยังจมอยู่กับกองกระดาษเอกสารเก่าๆ เหล่านั้น โปรเจกต์นี้คงกลายเป็นเพียงอนุสรณ์สถานแห่งความล้มเหลว มากกว่าจะเป็นงานออกแบบชิ้นเอกที่เราตั้งใจกันไว้นะครับ คุณธาวิน" เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมของกรณ์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดทึบด้วยม่านบังแสง ธาวินสะดุ้งเล็กน้อย ราวกับเพิ่งหลุดออกจากห้วงภวังค์อันยาวนาน ชายหนุ่มละสายตาจากภาพร่างสถาปัตยกรรมที่ยับยู่ยี่บนโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบที่เคยไร้ซึ่งประกายแสงมาแรมเดือน บัดนี้กลับไหววับด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความเหนื่อยล้า ความลังเล และความหวังริบหรี่ที่เพิ่งถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ บนโต๊ะทำงานตัวเดียวกันนั้น มีถ้วยกาแฟที่เย็นชืดวางเคียงข้างกับสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเล่มคุ้นตา—สมุดบันทึกของเพียงฟ้า "ผมไม่ได้จมอยู่กับอดีตครับพี่กรณ์... ผมแค่กำลังทบทวนว่า ผมพลาดตรงไหนไป" ธาวินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสขอบสมุดเล่มนั้นแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าความทรงจำที่บรรจุอยู่ภายในจะเลือนหายไปหากใช้แรงบีบมากเกินไป กรณ์ถอนหายใจยาว เดินเข้ามาใกล้แล้ววางแฟ้มเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดึงสติของธาวินให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างชะงัด "ความผิดพลาดไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัวครับ สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือการที่คุณยอมแพ้ก่อนที่จะได้ลงมือแก้ไขมันต่างหาก คนที่รอคุณอยู่... เขาไม่ได้ต้องการให้คุณแบกความรู้สึกผิดไว้ตลอดชีวิตหรอกนะครับ เขาแค่ต้องการเห็นคุณลุกขึ้นยืนแล้วเดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นใจ เหมือนอย่างที่คุณเคยเป็น" คำพูดของกรณ์ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนกำแพงน้ำแข็งในใจของธาวิน บาดแผลทางใจที่เคยฝังรากลึกและคอยกัดกินความมั่นใจของเขามาตลอด เริ่มคลายตัวลง ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกุมหัวใจค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยสำนึกแห่งความรับผิดชอบ และที่สำคัญที่สุด... ความคิดถึงที่ถักทอเป็นพลังใจอันเงียบงัน ธาวินเงยหน้าขึ้นสบตากับรุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์ แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่สายตาของชายหนุ่มผู้สิ้นหวังอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแววตาของคนที่มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หลังจากต้องเดินคลำทางอยู่ในความมืดมิดมาเนิ่นนาน "ขอบคุณครับพี่... สำหรับสติที่ผมเกือบทำหล่นหายไป" ธาวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ใบหน้าคร่ำเคร่งนั้นดูผ่อนคลายลง กรณ์ตบไหล่รุ่นน้องเบาๆ สองครั้งด้วยความเห็นอกเห็นใจ "ไปล้างหน้าล้างตาซะ แล้วออกไปดูหน้างานจริงกันครับ ทีมงานข้างนอกเขารอหัวหน้าทีมคนเก่งมาบัญชาการอยู่" ร่างสูงของธาวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูดลมหายใจเข้าลึก and ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดเพื่อความคล่องตัว มือหนาเอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกของเพียงฟ้ามาเปิดดูหน้าสุดท้าย หน้ากระดาษที่ไม่มีข้อความใดๆ นอกจากรอยหมึกปากกาที่เขียนทิ้งไว้ด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์... *'ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงเชื่อมั่นในหัวใจของตัวเองนะคะ'* หัวใจของธาวินกระตุกวูบ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความกลัวที่จะสูญเสียและปมในใจที่เคยหวาดระแวง คล้ายถูกชำระล้างด้วยหยาดน้ำค้างแห่งความเข้าใจ เพียงฟ้าไม่ได้ต้องการให้เขาเป็นใครอื่น... เธอแค่อยากให้เขาเป็นตัวของตัวเอง เป็นธาวินที่เข้มแข็งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน เมื่อธาวินก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงานเพื่อมุ่งหน้าไปยังไซต์งานก่อสร้าง เสียงฝีเท้าของเขามั่นคงขึ้น ทุกย่างก้าวสะท้อนถึงพลังชีวิตที่กลับคืนมา บรรยากาศรอบตัวของเขาส่งผลให้ทีมงานที่กำลังเคร่งเครียดกับการแก้ปัญหาโครงสร้างอาคารเริ่มมีกำลังใจตามไปด้วย การสั่งงานของเขากลับมาเฉียบคม รวดเร็ว และเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์อีกครั้ง จนรสาที่ยืนตรวจความเรียบร้อยอยู่มุมหนึ่งของไซต์งานอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ "ดูเหมือนว่า... พายุร้ายจะผ่านพ้นไปแล้วสินะครับ" รสาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะมองดูธาวินกำลังอธิบายแบบแปลนให้กับวิศวกรหนุ่มด้วยความตั้งใจ ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้น และธาวินกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาเพียงฟ้า—บุคคลที่เขาปรารถนาจะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังมากที่สุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขากลับแผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ธาวินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เขาหยิบเครื่องขึ้นมาหน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่ไม่คุ้นเคย แต่กลับสร้างความสังหรณ์ใจประหลาดให้กับเขาอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มกดรับสาย ชั่วขณะหนึ่งมีความเงียบงันปกคลุมอยู่ปลายสาย ก่อนที่เสียงปลายสายจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "คุณธาวินใช่ไหมครับ? ผมโทรมาจากโรงพยาบาล... คือว่า ตอนนี้คุณเพียงฟ้าประสบอุบัติเหตุ..." สมุดบันทึกในมือของธาวินร่วงหล่นลงกระทบพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น โลกทั้งใบที่เพิ่งสว่างไสวขึ้นเมื่อครู่ กลับมืดดับลงในพริบตาเดียว จากใจ... สายลมแผ่วเบาครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%