ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 22

ระยะห่างที่ถูกสร้างขึ้น

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“ผมว่าคุณควรจะกลับไปโฟกัสที่งานตรงหน้ามากกว่าจะมาตั้งคำถามกับเรื่องส่วนตัวของผมนะครับคุณเพียงฟ้า” ธาวินเอ่ยประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกสายลมพัดแรง สิ่งที่เขาได้รับตอบกลับมาไม่ใช่คำแก้ตัวหรือรอยยิ้มหวานหยดอย่างที่เคยได้รับทุกครั้ง แต่มันคือแววตาเรียบเฉยที่ทอดมองผ่านเขาไปราวกับมองผ่านอากาศธาตุ เพียงฟ้าเพียงแค่พยักหน้ารับคำอย่างสุภาพ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอโดยไม่กล่าวคำโต้ตอบใดๆ แผ่นหลังที่เคยดูนุ่มนวลในสายตาของธาวิน วันนี้กลับดูเหินห่างและเย็นชาอย่างน่าประหลาด ระยะห่างเพียงไม่กี่เมตรในห้องทำงานที่เคยดูเหมือนใกล้ชิด บัดนี้กลับกลายเป็นช่องว่างที่กว้างใหญ่เสียจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ความร้อนรุ่มเริ่มเกาะกินใจธาวินตั้งแต่วินาทีนั้น เขาสังเกตเห็นมาตลอดสามวัน ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่เพียงฟ้าเคยมีให้ เช่น กาแฟอุ่นๆ บนโต๊ะ หรือการทักทายด้วยรอยยิ้มสดใสในยามเช้า มันมลายหายไปราวกับหมอกควันที่ถูกแสงแดดแผดเผา เธอหันไปพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่กับเขา... เธอกลับเลือกที่จะใช้ ‘มารยาท’ เป็นกำแพงกั้นกลาง ธาวินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเนิบช้าเพื่อข่มอารมณ์ที่พุ่งพล่านภายใน เขาไม่ใช่คนใจร้อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียการควบคุมบางอย่างไป “คุณเป็นอะไรของคุณกันแน่ เพียงฟ้า” เขากระซิบกับตัวเอง เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ในช่วงพักเที่ยง ธาวินตัดสินใจเดินตรงไปยังโต๊ะของรสา หญิงสาวที่เขาพอจะรู้ว่าเป็นที่ปรึกษาคนสนิทของเพียงฟ้า เขาเห็นรสาทำหน้ายุ่งใส่เขาตั้งแต่ยังไม่ทันเอ่ยปากทัก “มีธุระอะไรหรือเปล่าครับคุณธาวิน?” รสาถามด้วยน้ำเสียงที่เดาออกว่าไม่ค่อยเต็มใจนัก “ผมแค่อยากรู้ว่า... ช่วงนี้เพียงฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ดูเขาไม่ค่อยเหมือนเดิม” ธาวินพยายามรักษามาดสุขุม แม้ในใจจะร้อนรุ่มจนอยากจะข้ามขั้นตอนไปถามเจ้าตัวตรงๆ รสาหัวเราะหึในลำคอ ดวงตากลมโตมองจ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “คุณธาวินถามในสิ่งที่ควรรู้ด้วยตัวเองดีกว่าไหมคะ? การที่คนเราจะเว้นระยะห่าง มันก็มักจะมีเหตุผลมาจากคนฝั่งตรงข้ามเสมอ ถ้าคุณไม่เคยทำอะไรให้ใครเขารู้สึกว่าเป็นแค่ ‘ตัวแทน’ ของใครบางคน ก็คงไม่มีใครอยากถอยห่างออกมาหรอกค่ะ” ประโยคของรสาเหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงกลางใจธาวิน คำว่า ‘ตัวแทน’ ดังก้องอยู่ในโสตประสาท เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะฝืนยิ้มที่มุมปาก “ผมไม่เคยคิดแบบนั้นกับเขา” “แต่การกระทำของคุณมันบอกแบบนั้นครับ” รสาสวนกลับทันควัน “ถ้าคุณยังไม่แน่ใจกับหัวใจตัวเอง ก็อย่าสร้างความหวังให้คนที่เขามีหัวใจเลยครับ มันเจ็บ” ธาวินไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเดินแยกตัวออกมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิม ภาพความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับ ‘คนคนนั้น’ ผุดขึ้นมาในหัวเหมือนหนังที่ฉายซ้ำ เขาพยายามที่จะเริ่มต้นใหม่ พยายามที่จะก้าวข้ามผ่านเงาของความผิดพลาดในวันเก่า แต่ทำไมยิ่งเข้าใกล้เพียงฟ้า เขากลับยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำลายเธอให้แตกสลายช้าๆ โดยไม่ตั้งใจ เย็นวันนั้น ธาวินตัดสินใจรอเพียงฟ้าที่ลานจอดรถ แสงสีส้มจางๆ ของยามอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงมากระทบเงาร่างของหญิงสาวที่เดินก้มหน้าก้มตาออกมา เมื่อเธอเห็นเขายืนพิงรถรออยู่ เพียงฟ้าชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างเงียบเชียบ “เพียงฟ้า!” ธาวินเรียกชื่อเธอเสียงดังขึ้นจนคนแถวนั้นหันมามอง เขารีบก้าวเข้าไปขวางหน้าเธอไว้ “เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ผมไม่ชอบความเงียบที่คุณสร้างขึ้น” เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาของเธอสั่นระริกทว่ากลับมีความมั่นคงซ่อนอยู่ข้างใน “คุยเรื่องอะไรหรือคะคุณธาวิน? เรื่องงานเราก็คุยกันไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องอื่น... ฟ้าคิดว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรกับคุณนักหรอกค่ะ” “มันสำคัญกับผม!” เขาหลุดปากออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ ความเงียบเข้าปกคลุมรอบข้าง ทั้งสองจ้องตากันราวกับจะค้นหาคำตอบในความรู้สึกของอีกฝ่าย “อย่ามาทำแบบนี้เลยค่ะ” เพียงฟ้าแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าหมองที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น “อย่าทำให้ฟ้าคิดว่าตัวเองมีความหมาย ทั้งที่ในใจคุณยังลบเงาของใครบางคนออกไปไม่ได้ การที่คุณดึงฟ้าไว้แบบนี้... มันทำร้ายกันเกินไปนะคะ” พูดจบ เพียงฟ้าก็พยายามจะเดินเลี่ยงผ่านเขาไป แต่ธาวินกลับคว้าแขนของเธอไว้เบาๆ ทว่ากระชับแน่น เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวของหญิงสาวใต้ฝ่ามือ ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของธาวินก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความรำคาญใจ แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อไปทันที มันไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์ธรรมดา แต่เป็นสายเรียกเข้าจาก ‘กรณ์’... ชายคนที่เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันยุ่งเกี่ยวอีกตลอดกาล ธาวินมองเพียงฟ้าที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาตั้งคำถาม เขารู้สึกเหมือนถูกบีบให้ต้องเลือกระหว่างความจริงที่พยายามปกปิดมาตลอด กับความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้า ซึ่งตอนนี้เธอกำลังก้มลงมองมือของเขาที่ยังคงจับแขนเธอไว้แน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้งด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร... ก็ปล่อยมือจากฟ้าเถอะค่ะ” เพียงฟ้าสะบัดแขนออกเบาๆ และเดินหันหลังจากไป ทิ้งให้ธาวินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มเข้าปกคลุม เขาจะปล่อยให้เธอไปในขณะที่มือถือในมือยังคงสั่นเตือนไม่หยุดด้วยชื่อของคนที่กุมความลับอันโหดร้ายของเขาไว้อย่างนั้นหรือ... หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการสูญเสียทุกอย่างที่เขาเฝ้าถนอมเอาไว้ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครและเป็นกำลังใจให้กับนิยายเรื่องนี้เสมอมานะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%