“ถ้าคุณยังลังเล ผมคงต้องบังคับให้คุณขึ้นรถด้วยวิธีอื่น แทนที่จะปล่อยให้คุณยืนกอดเป้ใบนั้นจนสายสะพายมันจะขาดอยู่แล้วนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำของธาวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานจอดรถ เขายืนพิงประตูรถสปอร์ตคันหรู สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ใบหน้าของเพียงฟ้าที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่น มือของเธอจับสายเป้ไว้จนข้อนิ้วขาวซีด
“วิน... ฟ้าแค่คิดว่าเราไปกันสองคนแบบนี้ มันดู... เร็วไปหรือเปล่าคะ” เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อรู้ตัวว่าเผลอแทนตัวเองว่าฟ้า แต่ธาวินกลับคลี่ยิ้มจางๆ ยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายแค่ความสุภาพ แต่มันแฝงไปด้วยความปรารถนาที่ซ่อนลึก
“สองคนหรือหลายคนไม่สำคัญเท่ากับว่า 'ใคร' ที่ไปด้วยกันหรอกครับ เพียงฟ้า” เขาเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเขา “ผมแค่อยากให้คุณได้พัก ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักคุณ ในที่ที่มีแค่ผม... กับความคิดถึงของผมที่ฝากไว้กับคุณมาตลอด”
เพียงฟ้าหลบสายตาไปทางอื่น หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอรู้ดีว่าคำว่า 'ตัวแทน' ยังคงเป็นกำแพงแก้วที่เธอก่อขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เจ็บปวดซ้ำรอยเดิม แต่ในจังหวะที่ธาวินเอื้อมมือมาปลดเป้ออกจากไหล่เธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วเขาสัมผัสถูกผิวหนังตรงหัวไหล่ผ่านเนื้อผ้าบาง มันทำให้เธออ่อนยวบไปทั้งใจ
“งั้น... สัญญานะคะว่าทริปนี้ จะไม่มีเรื่องของใครคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง” เธอเงยหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างจริงจัง
ธาวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “ผมให้สัญญาครับ... ว่าทริปนี้จะมีแค่เรื่องของเรา”
---
การเดินทางไกลสู่ชายฝั่งทะเลตะวันออกดำเนินไปท่ามกลางความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด แต่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ถักทอเข้าหากัน ธาวินขับรถด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ในขณะที่เพียงฟ้าเฝ้ามองวิวทิวทัศน์ข้างทางที่เปลี่ยนจากตึกสูงเป็นทุ่งหญ้าและต้นไม้สีเขียวขจี
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ที่พักส่วนตัวติดริมทะเล เสียงคลื่นกระทบฝั่งเริ่มแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่ปลอบประโลมความเหนื่อยล้าได้ดีที่สุด ธาวินไม่ได้พาเธอไปรีสอร์ตหรูหรา แต่เป็นบ้านพักไม้หลังเก่าที่ดูอบอุ่นและเป็นส่วนตัว
“คุณจำได้ไหมครับ” ธาวินเอ่ยขึ้นขณะช่วยเธอถือกระเป๋าเดินไปยังระเบียง “ตอนที่เรานั่งคุยกันที่ออฟฟิศวันแรก คุณเคยบอกว่าอยากมานั่งฟังเสียงทะเลโดยไม่ต้องคุยเรื่องงาน”
เพียงฟ้ายิ้มรับ รอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เธอรู้จักเขามา “ฟ้าไม่คิดว่าคุณจะจำได้”
“มีอะไรหลายอย่างที่คุณพูด... ที่ผมจำได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานของตัวเองเสียอีกครับ”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป สายลมยามบ่ายพัดผ่านผิวหน้า แสงแดดสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับเพียงฟ้าหันไปมองธาวินที่ยืนกอดอกพิงระเบียงไม้ สายตาของเขามองออกไปที่เส้นขอบฟ้า แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหม่นแสงบางอย่างที่เธอเพิ่งสังเกตเห็น
“วินคะ... คุณกำลังคิดถึงใครอยู่หรือเปล่า” เธอตัดสินใจถามออกไป ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ถาโถมเข้ามา
ธาวินหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาดูว่างเปล่าและลึกซึ้ง “ผมกำลังคิดว่า... การที่เรามาอยู่ที่นี่ มันคือการเริ่มต้นใหม่ หรือการหลอกตัวเองเพื่อหนีจากอดีตที่ยังตามหลอกหลอนกันแน่ครับเพียงฟ้า”
เพียงฟ้าก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด เธอสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา “ถ้ามันคือการหนี เราก็แค่เดินหน้าต่อไปด้วยกันสิคะ ถ้าคุณกลัวอดีต... ฟ้าจะเป็นคนกุมมือคุณไว้เอง”
เธอเอื้อมมือไปแตะหลังมือของเขา ธาวินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพลิกมือขึ้นมากุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นทำให้เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนหัวใจได้รับคำตอบบางอย่าง
ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังขยับเข้าใกล้จุดที่เรียกว่า 'ความรัก' เสียงโทรศัพท์มือถือของธาวินก็สั่นรัวขึ้นในกระเป๋ากางเกง
เขามองที่หน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับเครียดขึงขึ้นมาทันที เขารีบปล่อยมือจากเพียงฟ้าราวกับถูกของร้อน
“ผม... ขอตัวรับสายสำคัญก่อนนะครับ คุณเข้าบ้านไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
เพียงฟ้ายืนมองแผ่นหลังของเขาที่เดินห่างออกไปที่ชายหาด เสียงสนทนาเบาๆ ของธาวินลอยตามลมมา แม้จะจับใจความไม่ได้ แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจเธอกลับเตือนภัย
เธอยืนรออยู่ตรงนั้นเกือบสิบนาที จนกระทั่งเห็นธาวินวางสาย เขากำลังจะหันกลับมา แต่ทันใดนั้น มีร่างของชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงาของต้นสนริมหาด ชายผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิทและใบหน้าถูกปกปิดด้วยหมวกแก๊ป
เพียงฟ้าขยี้ตา มองซ้ำอีกครั้ง หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อชายคนนั้นยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลให้ธาวิน และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจเธอแทบหยุดชะงัก คือการที่ธาวินรับมันไว้พร้อมกับก้มศีรษะให้ชายคนนั้นอย่างนอบน้อม
ธาวินเดินกลับมาหาเธอด้วยสีหน้าที่ซีดเผือด เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ แต่สายตาไม่ได้มองที่เธออีกต่อไป เขามองไปที่บ้านพักราวกับกำลังตัดสินใจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่
“เพียงฟ้า...” เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่แหบพร่า “เราคงต้องกลับเดี๋ยวนี้ครับ”
“เกิดอะไรขึ้นคะวิน”
เขาไม่ตอบ แต่กลับยื่นซองจดหมายนั้นมาให้เธอ เพียงฟ้ามือสั่นเทาขณะรับมันมาเปิดออก ด้านในไม่ใช่เอกสารสำคัญอย่างที่คิด แต่เป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่เปื้อนคราบจางๆ ของน้ำหมึก... รูปถ่ายที่ทำให้เธอยืนนิ่งสนิทราวกับถูกสาป
ในรูปนั้น คือเพียงฟ้าที่กำลังยืนยิ้มอยู่หน้าบริษัทเก่าของเธอเมื่อสามปีก่อน แต่ที่น่ากลัวที่สุด... คือเงาสะท้อนในกระจกหน้าต่างด้านหลังเธอ ที่ยืนจ้องมองเธอมาตลอดในรูปใบนั้น คือผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนกับเธอราวกับแกะ... ผู้หญิงที่ธาวินเคยบอกว่า 'ควรบอกรักแต่ไม่เคยได้บอก'
ธาวินมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “คนที่อยู่ในรูปนี้... คือคนที่ผมตามหามาตลอดสามปี และเขากำลังบอกว่า... เธอเพิ่งกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อเช้านี้เองครับ”
ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและความเหงามากับตัวละครของผม ผมขอบพระคุณจริงๆ ครับที่ยังคงอยู่ตรงนี้ สายลมแผ่วเบา
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 32
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ริมทะเล
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!