"คุณกำลังคิดว่าผมเป็นเงาของใครอยู่หรือเปล่าครับ เพียงฟ้า"
คำถามนั้นหลุดออกมาท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดกระทบฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ธาวินไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย เขายืนกอดอกมองออกไปในความมืดมิดของท้องทะเลที่ถูกกั้นด้วยแสงดาวดวงน้อยบนฟ้าเพียงไม่กี่ดวง
เพียงฟ้าชะงักฝีเท้าที่กำลังเดินทอดน่องบนผืนทราย เธอหันกลับมามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอแอบเฝ้ามองมาตลอดหลายปี ลมทะเลพัดพาเอาความเย็นเยียบมาปะทะผิวแก้ม แต่หัวใจของเธอกลับเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะคะ... เอ้อ ผมหมายถึง ทำไมคุณถึงถามแบบนั้นครับ" เพียงฟ้าแก้ไขสรรพนามของตัวเองอย่างประหม่า เธอเกลียดความสั่นเครือในน้ำเสียงของตัวเองเหลือเกิน
ธาวินหันกลับมา แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้เธอมองเห็นแววตาที่ซับซ้อนของเขา มันเป็นแววตาที่เหมือนกับคนกำลังเดินหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด ระยะห่างที่เคยรักษาระดับไว้บัดนี้เล็กลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน
"เพราะผมกลัว" เขาพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "กลัวว่าความเงียบของผมจะทำให้คุณเข้าใจผิด กลัวว่าสิ่งที่คุณเห็นในตัวผม... มันเป็นเพียงภาพสะท้อนของคนในอดีตที่คุณพยายามจะลืม"
เพียงฟ้านิ่งงัน เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน คำว่า 'อดีต' ที่เขาเอ่ยออกมามันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก เธอพยายามจะบอกเขาเหลือเกินว่า สำหรับเธอแล้ว ธาวินไม่เคยเป็นเงาของใคร เขาคือคนเดียวที่เติมเต็มพื้นที่ว่างเปล่าในหัวใจของเธอ แต่ลำคอของเธอกลับตีบตัน ความกลัวที่ว่าเธอเองอาจเป็นเพียง 'ใครสักคน' เพื่อให้เขาลืมอดีตที่เจ็บปวด ก็ย้อนกลับมาทิ่มแทงเธอเช่นกัน
"วินครับ..." เพียงฟ้าขยับเข้าไปใกล้ กล้าหาญพอที่จะเงยหน้าสบตาเขา "ฉันไม่เคยต้องการใครนอกจากคุณ และฉันไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามาเป็นตัวแทนของคนอื่นในใจฉันได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม"
ธาวินหลับตาลงแน่น ลมหายใจของเขาขาดห้วง เขาขยับมือหมายจะคว้ามือของหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสกับความอ่อนนุ่มนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเปราะบางราวกับแก้วเจียระไน
เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด หยิบโทรศัพท์ออกมาดูเพียงแวบเดียว แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ
"ขอโทษนะครับ เพียงฟ้า ผมต้องรับสายนี้"
เขากดรับแล้วเดินห่างออกไปทิ้งให้เพียงฟ้ายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่น เธอเฝ้ามองธาวินที่ดูจะสนทนาอย่างเคร่งเครียด สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด—จากความสับสนกลายเป็นความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
ผ่านไปไม่กี่นาที ธาวินเดินกลับมาหาเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความสับสนที่มากกว่าเดิม เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่มองเธอด้วยสายตาที่เหมือนคนเพิ่งเสียของสำคัญไป
"เราต้องกลับกันเดี๋ยวนี้ครับ" เสียงของเขาห้วนสั้นจนผิดปกติ
"เกิดอะไรขึ้นคะ... วิน"
ธาวินไม่ตอบ เขาคว้าข้อมือของเธอเบาๆ แต่สัมผัสของเขากลับทำให้เธอรู้สึกถึงความสั่นเทาที่ซ่อนอยู่ ก่อนที่เขาจะทันได้พาเธอเดินไปที่รถ ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืดของแนวต้นสนริมหาด
"ไง... ไม่เจอกันนานเลยนะ วิน"
เพียงฟ้าขยับตัวไปข้างหลังธาวินโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นชายแปลกหน้าคนนั้น เขามีรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ และดวงตาที่จับจ้องมาที่ธาวินเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ธาวินหยุดเดินกะทันหัน ร่างกายของเขากระตุกเล็กน้อยเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
"กรณ์..." ธาวินครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
กรณ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมามองเพียงฟ้าด้วยแววตาที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูธาวินในระยะที่เพียงฟ้าได้ยินถนัดถนี่
"เธอยังไม่รู้สินะว่าคืนนั้นที่เธอทำพังไป... เธอต้องชดใช้ด้วยชีวิตของใครบ้าง"
ธาวินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ เพียงฟ้ามองทั้งสองคนสลับกันไปมา หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่มันคือเรื่องของอดีตที่ตามมาทวงคืนสิ่งที่เคยถูกทำลาย
"วินคะ... นี่มันเรื่องอะไรกัน" เพียงฟ้าถามเสียงสั่น
ธาวินหันมามองเธอ แววตาของเขามีทั้งความเจ็บปวดและความละอายใจที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่ออธิบาย แต่กรณ์กลับแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
"ความจริงบางอย่างที่เธอกำลังตามหา... อยู่ในกล่องที่ฉันเพิ่งส่งให้ที่ห้องคุณเมื่อครู่นี้เองครับ ธาวิน"
บรรยากาศเงียบงันไปอีกครั้ง มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งดังกลบความอึดอัดที่เกิดขึ้น ธาวินหันไปมองทางทิศทางที่พักของเขาด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบดึงมือเพียงฟ้าออกไปจากตรงนั้นทันที แต่ก่อนที่เขาจะพาเธอออกไปได้ไกล กรณ์ก็ทิ้งประโยคสุดท้ายไว้เบื้องหลัง
"อ้อ... แล้วอย่าลืมเปิดอ่านรูปใบสุดท้ายในซองนะครับ วิน... เพราะผู้หญิงที่อยู่ในรูปนั้น ไม่ใช่คนที่ตายไปแล้วอย่างที่คุณเข้าใจมาตลอดห้าปีหรอกนะ"
รอยยิ้มของกรณ์หายไปในความมืด พร้อมกับความจริงที่อาจจะทำลายความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มก่อตัวของพวกเขาให้ย่อยยับลงในชั่วพริบตา
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและความเหงามากับตัวละครของผม ผมขอบพระคุณจริงๆ ครับที่ยังคงอยู่ตรงนี้ สายลมแผ่วเบา
ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 33
เสียงคลื่นและความรู้สึก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!