ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 2

พื้นที่ปลอดภัยในระยะไกล

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“แปดปีไม่ใช่ตัวเลขที่ลบหายไปได้ด้วยการอ่านหนังสือปรัชญาเล่มไหนในร้านคุณหรอกนะ เพียงฟ้า” ธาวินไม่ได้ละสายตาจากสันหนังสือปกแข็งสีซีดบนชั้นวาง นิ้วเรียวยาวของเขาแตะแผ่วเบาที่มุมสันหนังสือ ราวกับกำลังสัมผัสรอยแผลเป็นที่มองไม่เห็นในใจ ผมของเขาดูยุ่งเล็กน้อยจากการเดินทางฝ่าละอองฝนที่เพิ่งขาดช่วงไปเมื่อครู่ แต่แววตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ถูกแช่แข็ง เพียงฟ้าที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เก่าคร่ำคร่าชะงักมือที่กำลังจัดเรียงสมุดโน้ต เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกถึงกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยอบอวลในร้าน ‘ใต้เงาอักษร’ กลิ่นที่เธอใช้ซุกซ่อนความรู้สึกมานานหลายปี “คุณมักจะเลือกหนังสือที่ตอบคำถามที่ตัวเองยังไม่กล้าถามเสมอ” เพียงฟ้าตอบ เสียงของเธอราบเรียบพอๆ กับแผ่นไม้หน้าร้าน “แต่บางครั้ง... การอ่านคำตอบของคนอื่น ก็แค่การเลื่อนเวลาที่จะเผชิญหน้ากับความจริงของตัวเองออกไปอีกหน่อยเท่านั้น” ธาวินหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง เขาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ กลิ่นกาแฟดำจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนจากตัวเขาทำให้พื้นที่แคบๆ ของร้านดูเล็กลงไปถนัดตา “คุณเป็นคนเดียวที่กล้าวิจารณ์ผมแบบนี้” เขาเว้นจังหวะ “หรือเพราะคุณรู้ดีว่าภายใต้หน้ากาก ‘ลูกค้าผู้สุภาพ’ ของผม มันมีอะไรเน่าเฟะซ่อนอยู่กันแน่?” เพียงฟ้าหลบสายตาไปที่แก้วชาที่เริ่มเย็นชืด “ฉันเป็นแค่คนขายหนังสือที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งกับเรื่องราวในหน้ากระดาษของใคร โดยเฉพาะคนที่พยายามจะฉีกทิ้งไปตั้งแปดปีแบบคุณ” ร้านหนังสือเล็กๆ แห่งนี้คือหลุมหลบภัยที่เธอสร้างขึ้น เธอคัดเลือกหนังสือที่จะวางขายด้วยความพิถีพิถัน ราวกับกำลังเลือกชิ้นส่วนของความทรงจำที่เธออยากจะรักษาไว้และอยากจะลืมไปพร้อมๆ กัน ธาวินเป็นเหมือนผู้บุกรุกที่สุภาพที่สุด เขาแวะมาหาเธอสัปดาห์ละสองครั้ง เลือกหนังสือปรัชญาปรัชญานิยมน่าเบื่อ ไม่เคยถามเรื่องส่วนตัว และไม่เคยล้ำเส้น... จนกระทั่งคืนนี้ “ผมเคยคิดว่าถ้ากลับมาที่นี่แล้ว ผมจะลืมเรื่องวันนั้นได้” ธาวินวางหนังสือลงบนเคาน์เตอร์ แรงกระแทกเบาๆ ของมันดังก้องไปทั่วร้านที่เงียบสงัด “แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ผมยิ่งพบว่าความเงียบของคุณมันรบกวนผมมากกว่าเสียงตะโกนของใครหลายคนเสียอีก เพียงฟ้า... เราจะเก็บ ‘บัญชี’ นี้ไว้จนกว่ามันจะขาดสะบั้นไปเองเลยหรือไง?” “แล้วคุณอยากให้ฉันทำยังไง?” เธอเงยหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา “ให้ฉันเปิดบันทึกหน้าเก่าๆ ที่คุณเป็นคนปิดมันไปเองกับมือ เพื่อที่คุณจะได้รู้สึกผิดน้อยลงงั้นเหรอ?” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจากห้อง เพียงฟ้าสังเกตเห็นรอยหม่นที่หางตาของชายหนุ่ม เขาไม่ใช่ธาวินคนเดิมที่สดใสและมั่นใจในตัวเองเมื่อแปดปีก่อน โลกใบนี้ใจร้ายกับเขามากพอๆ กับที่มันใจร้ายกับเธอ และนั่นคือเหตุผลที่เธอไม่เคยผลักไสเขาไปไกลเกินกว่าระยะที่สายตามองเห็น “ผมไม่ได้ต้องการให้คุณให้อภัย” ธาวินกระซิบ เสียงของเขาพร่าลงจนเกือบจะเป็นลมหายใจ “ผมแค่ต้องการพื้นที่... พื้นที่ที่ผมไม่ต้องทำตัวเข้มแข็ง พื้นที่ที่ผมไม่ต้องโกหกตัวเองว่าลืมเรื่อง ‘ของคนนั้น’ ไปหมดแล้ว” เพียงฟ้ากำมือแน่นใต้เคาน์เตอร์ ความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจย้ำเตือนเธอเสมอว่าเธอเป็นได้เพียง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ในระยะที่ไกลพอจะไม่ให้เกิดความคาดหวัง แต่ก็ใกล้พอที่เขาจะแวะมาพักพิงเมื่ออ่อนล้า “ถ้าพื้นที่ตรงนี้คือที่ที่คุณต้องการ” เธอเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย “คุณก็ต้องเลิกมองว่าหนังสือที่ผมขายเป็นแค่เครื่องมือช่วยลืม... เริ่มต้นด้วยการอ่านสิ่งที่คุณซ่อนไว้ใน ‘บัญชี’ นั่นออกมาเสียที” ธาวินมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก ราวกับเขากำลังชั่งใจระหว่างการพังกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้น หรือการหันหลังเดินกลับออกไปสู่ความโดดเดี่ยวที่คุ้นเคย เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนเพียงฟ้าได้กลิ่นอายความเศร้าที่ลอยออกมาจากลมหายใจของเขา ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็สั่นรัวพร้อมกับการผลักประตูเข้ามาอย่างแรง ร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน เขาไม่ได้ดูเหมือนลูกค้าทั่วไป แต่ดูเหมือนคนที่กำลังหนีอะไรบางอย่างมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยดน้ำค้างและแววตาที่ตื่นตระหนก “ธาวิน! อยู่นี่เอง!” กรณ์หอบหายใจหนักก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเพียงฟ้า เขาหันกลับมามองธาวินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทันที “อย่าเพิ่งตัดสินใจพูดอะไรตอนนี้... ถ้าเธอรู้เรื่อง ‘พินัยกรรม’ ของวันที่เราจากมา ชีวิตที่เหลือของคุณจะพังพินาศในพริบตา!” ธาวินตัวแข็งทื่อ ร่างสูงสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่หันไปมองเพียงฟ้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและอ้อนวอนในเวลาเดียวกัน เพียงฟ้ามองสลับไปมาระหว่างชายสองคน ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมแปดปีดูเหมือนกำลังจะถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตาเธอ ในจังหวะที่หัวใจของเธอเต้นระรัว ธาวินก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว แล้วกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน “เพียงฟ้า... ที่ผมกลับมา ไม่ใช่เพื่อลืม แต่เพราะผมทำ ‘ความลับ’ หายไปที่นี่... และคุณเป็นคนเดียวที่ถือกุญแจดอกนั้นไว้ตลอดแปดปี” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความทรงจำกับเรื่องราวของเพียงฟ้าและธาวินครับ - สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%