ใต้เงาความคิดถึง•ตอนที่ 1

กลิ่นฝนแรก

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นดินชื้นยามฝนแรกของฤดูมักมีอานุภาพบางอย่าง มันไม่ใช่แค่หยดน้ำที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า แต่คือเครื่องมือชะล้างความจริงที่มนุษย์เราพยายามกลบฝังไว้ใต้พรมแห่งกาลเวลามานานนับปี และสำหรับเพียงฟ้าแล้ว กลิ่นนี้มีความหมายเดียวกับความเจ็บปวดอันคุ้นเคย—ความเจ็บปวดจากการเฝ้ามองใครคนหนึ่งเดินผ่านไปโดยที่ไม่มีวันเอื้อมมือคว้าไว้ กระจกใสหน้าร้านกาแฟ “A Piece of Sky” บัดนี้ถูกละอองฝนพรำจนพร่ามัว หยดน้ำเกาะพราวเป็นสาย ราวกับม่านน้ำตาที่ถูกขีดเขียนขึ้นโดยธรรมชาติ เพียงฟ้ายกแก้วเซรามิกสีครีมขึ้นจิบ ไออุ่นจากลาเต้ร้อนลวกริมฝีปากเบาๆ แต่ความร้อนนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก เมื่อเงาร่างคุ้นตาในชุดสูทสีเข้มภายใต้ร่มคันใหญ่ปรากฏขึ้นผ่านกระจกใสบานนั้น ธาวิน... เขายังคงเดินด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและสุขุมเช่นเดิม แผ่นหลังกว้างนั้นแบกรับความลับและบาดแผลอะไรไว้บ้าง ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมา มีเพียงความเงียบงันที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเธอกับเขา สะพานที่สร้างขึ้นจากความขลาดเขินของเธอเอง และกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นโลกทั้งใบ เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูร้านกริ๊งเบาๆ พร้อมกับเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้โอ๊ก เพียงฟ้าก้มมองหน้าจอที่ปรากฏชื่อเพื่อนสนิท "ฟ้า แกอยู่ที่ร้านใช่ไหม" เสียงของรสา—เพื่อนสนิทที่รู้ดีทุกซอกทุกมุมในหัวใจของเธอ—ลอดผ่านสายมาด้วยความร้อนรน "ฉันเห็นวิน... เขาเพิ่งลงจากรถที่หน้าปากซอยร้านแก แกโอเคไหม?" เพียงฟ้านิ่งงัน ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังร่างสูงที่หยุดยืนหลบฝนอยู่ใต้ชายคาตึกฝั่งตรงข้ามพอดี เขายืนอยู่ตรงนั้น นิ่งงัน ดั่งรูปปั้นหินที่กาลเวลาไม่เคยทำร้าย ทว่าแววตาที่ทอดมองออกไปไกลแสนไกลกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่แม้แต่อยู่ห่างกันคนละฟากถนน เธอก็ยังสัมผัสได้ "ฉันสบายดี รสา" เพียงฟ้าตอบเสียงแผ่ว ลมหายใจอุ่นหลุดจากริมฝีปากกระทบความเย็นของอากาศในร้าน "แค่... ฝนมันตกหนักเกินไปหน่อย" "แปดปีแล้วนะฟ้า..." รสาถอนหายใจยาวเหยียดผ่านปลายสาย น้ำเสียงเจือความเวทนาที่เพียงฟ้ารังเกียจที่สุด "แกจะกอดความรู้สึกข้างเดียวแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ กรณ์ก็เพิ่งโทรมาหาฉันเมื่อวาน ถามไถ่เรื่องวิน... ฉันสังหรณ์ใจว่าเรื่องในอดีตกำลังจะกลับมา" ชื่อของ ‘กรณ์’ ทำให้หัวใจของเพียงฟ้ากระตุกวูบ รุ่นพี่คนนั้น... ผู้กุมกุญแจดอกสำคัญที่ฝังกลบความทรงจำทั้งหมดของธาวินไว้ ความลับที่เธอไม่เคยกล้าแม้แต่จะเอ่ยถาม "กรณ์พูดอะไรอีกหรือเปล่า?" เพียงฟ้าถามเสียงสั่น พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสะท้อนความเปราะบางออกมา "เขาบอกแค่ว่า... บางที คนเราก็แบกความผิดบาปไว้ในใจนานเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว และวินกำลังจะพัง ถ้าไม่มีใครสักคนดึงเขาออกมา" รสาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทิ่มแทงหัวใจ "และคนคนนั้น ไม่ใช่ฉันแน่ๆ ฟ้า" สายถูกตัดไปแล้ว แต่เสียงของรสายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เพียงฟ้าวางโทรศัพท์ลงช้าๆ เธอหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง ทว่าภาพที่ปรากฏกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกักค้างอยู่ในลำคอ ธาวินไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว... ร่มสีดำสนิทถูกพับเก็บลง เขาก้าวข้ามถนนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูกระจกของร้าน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นมองตรงเข้ามาทะลุกระจกใส สบตากับเธอพอดิบพอดี ราวกับเขารู้มาตลอดว่าเธอกำลังเฝ้ามองเขาอยู่จากมุมนี้ เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบหดแคบเหลือเพียงระยะห่างไม่กี่เมตรระหว่างเธอกับเขา กลิ่นฝนแรกผสมผสานกับกลิ่นอายกาแฟคั่วบดลอยอบอวลในบรรยากาศที่เงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจตัวเอง มือใหญ่ของธาวินผลักบานประตูร้านเข้ามา เสียงกระดิ่งทองเหลืองดังขึ้นกังวานท่ามกลางความเงียบ น้ำฝนหยดเปรอะเปื้อนพื้นไม้เบื้องล่าง แต่วินไม่ได้สนใจ เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่เธอซ่อนตัวอยู่ แววตาคู่นั้นไหววับด้วยอารมณ์ที่อ่านไม่ออก เต็มไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน "ร้านกาแฟของคุณ... ยังขายกาแฟรสชาติแย่ๆ ที่ทำให้คนนอนไม่หลับอยู่หรือเปล่า เพียงฟ้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าของเธอ ราวกับต้องการค้นหาเศษซากความทรงจำตลอดแปดปีที่ผ่านมาว่าเธอยังคงเป็นเพียงฟ้าคนเดิมหรือไม่ เพียงฟ้าอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน คำพูดนับร้อยที่เตรียมไว้ในใจมลายหายไปสิ้น เมื่อปลายนิ้วของธาวินเอื้อมมาแตะที่ขอบโต๊ะไม้เบาๆ พร้อมกับกระดาษโน้ตยับยู่ยี่ใบหนึ่งที่ถูกวางลงตรงหน้าเธอ โน้ตแผ่นเก่าที่เขียนด้วยลายมือของกรณ์... และลายเซ็นของธาวินเองเมื่อแปดปีก่อน "ผมคิดว่า... ถึงเวลาที่เราต้องเคลียร์บัญชีความทรงจำกันเสียที" ธาวินกระซิบ เสียงของเขาพร่าเลือนราวกับเสียงกระซิบจากสายฝน "เรื่องที่เราต่างฝ่ายต่างซ่อนมันไว้ใต้พรม... มาตลอดแปดปี" --- *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปใต้เงาความคิดถึงด้วยกันครับ - สายลมแผ่วเบา*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาความคิดถึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%