อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย•ตอนที่ 9

พิธีกรรมสีเทา

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอายความชื้นของปูนเก่าและคราบสนิมในห้องใต้ดินแคบๆ แห่งนี้ รุนแรงเสียจนทำให้โพรงจมูกแสบปร่า แต่สิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าคือแรงกดดันจากปลายกระบอกปืนสั้นสีดำด้านในมือของรินรดา มันไม่ได้สั่นเทาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกริบของเธอดุดันและมุ่งมั่น ราวกับพร้อมจะเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อหากอาจารย์หนุ่มตรงหน้าขยับตัวผิดทิศทาง “อย่าเสียเวลาเทศนาเรื่องจริยธรรมกับฉันเลยครับ อาจารย์ศิลา” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่เฉียบขาด ก้องกังวานอยู่ในพื้นที่อับทึบขนาดไม่ถึงสี่ตารางเมตร “เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังจะตายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า และคุณคือคนเดียวที่ถอนอาคมตระกูลต่ำช้านี้ได้… ลงมือซะ” ศิลาถอนหายใจยาว แววตาหลังกรอบแว่นโลหะไม่ได้ฉายความหวาดกลัวต่อปากกระบอกปืนนั้นเลย เขากลับมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาว ค้นหาความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าว ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตายและแรงอาคมสีเทาที่กำลังกัดกินผนังห้อง “คุณกำลังเล่นกับไฟที่ควบคุมไม่ได้ รินรดา” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่นิ่งสนิท สุขุมราวกับผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าหาปลายกระบอกปenอย่างไม่เกรงกลัว จนเนื้อโลหะเย็นเฉียบแนบชิดกับอกเสื้อเชิร์ตสีเข้มของเขา “อาคมสายมืดสะท้อนกลับเสมอ การดึงวิญญาณคนเจ็บมาไว้ในพื้นที่ปิดทึบแบบนี้ โดยไม่มีวงมณฑลป้องกัน… มันไม่ใช่การช่วยชีวิต แต่มันคือการฆาตกรรมทางวิญญาณ” รินรดาขยับกายถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แรงดึงดูดประหลาดระหว่างความสุขุมเยือกเย็นของเขา กับความร้อนรุ่มบ้าบิ่นของเธอ ปะทะกันจนเกิดประกายไฟทางจิตวิทยาที่รุนแรง เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้อันตราย ไม่ใช่เพราะไสยเวทที่เขามี แต่เป็นเพราะความสามารถในการอ่านทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจของเธอ “ฉันไม่สนใจว่าวิญญาณฉันจะแปดเปื้อนแค่ไหน ขอแค่เด็กคนนั้นได้ลืมตาตื่นขึ้นมาหายใจบนโลกนี้อีกครั้งก็พอ” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ปลายกระบอกปืนกดหนักขึ้นจนศิลาสัมผัสได้ถึงแรงปะทะ “ถ้าคุณไม่ทำ… ฉันจะยิงคุณตรงนี้ แล้วแบกสังขารพังๆ ของคุณไปทำพิธีด้วยตัวเอง” ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากท่อประปาเก่าๆ ที่ดังต๊อกแต๊ก เป็นนาฬิกาทรายนับถอยหลังชีวิตของเหยื่อเคราะห์ร้าย ศิลาหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความยอมจำนนต่อความดื้อรั้นอันน่าหลงใหลของหญิงสาวตรงหน้า เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องใต้ดินที่อับชื้น ก่อนจะยื่นมือออกไปช้าๆ ปัดปากกระบอกปืนนั้นลงอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยว “ลดปืนลงเถอะครับ… สายตาเวลามุ่งมั่นจะเอาชีวิตคนของคุณ มันไม่เหมาะกับใบหน้าสวยๆ ของคุณเลยสักนิด” คำพูดเชิงหยอกล้อแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันนิดๆ ทำให้รินรดาชะงักไปชั่ววินาที เธอยอมลดปืนลงตามสัญชาตญาณเมื่อช่องว่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบชิดติดกัน กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นจันทน์หอมจางๆ จากตัวของศิลาพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส จนเธอต้องรีบดึงสติกลับมา “อย่ามาทำเจ้าชู้ในสถานการณ์แบบนี้” เธอกัดริมฝีปากแน่น “ผมไม่ได้เจ้าชู้ ผมแค่พูดความจริงตามหลักจิตวิทยา” ศิลาหันหลังให้เธอ เดินไปหยิบกระเป๋าหนังสีดำที่วางอยู่มุมห้อง เขาเปิดซิปออก เผยให้เห็นอุปกรณ์ประกอบพิธีทั้งมีดอาคมโบราณ ตลับผงอาถรรพ์ และเทียนสีหมอง “ในเมื่อคุณบังคับ และผมเองก็ปฏิเสธความดื้อรั้นของคุณไม่ได้… เรามาเริ่มพิธีสีเทานี่กัน” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ศิลานั่งคุกเข่าลงกับพื้นปูนที่เย็นเยียบ เขาวาดวงมณฑลด้วยชิ้นอาคมสีดำสนิทลงบนพื้นอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ท่วงท่าของเขาไม่ได้ดูงมงาย แต่มันเต็มไปด้วยความเชี่ยวชาญราวกับศัลยแพทย์กำลังเตรียมผ่าตัดเคสใหญ่ที่ซับซ้อนที่สุด “รินรดา ยื่นมือซ้ายของคุณมา” ศิลาเงยหน้าขึ้นสั่ง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง เด็ดขาด และทรงอำนาจจนเธอเผลอทำตามโดยไม่ตั้งคำถาม “คุณจะทำอะไร?” เธอถามขณะยื่นมือออกไป ศิลาใช้มีดอาคมกรีดปลายนิ้วของเธอเบาๆ จนหยดเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือเธอไว้ ผิวสัมผัสที่อุ่นจัดของเขากระตุ้นกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วแขนของรินรดา เธอสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือกลับ สายตาของเขานิ่งสงบขณะที่แตะหยดเลือดนั้นลงบนกึ่งกลางหน้าผากของรูปปั้นไม้แกะสลักรูปเด็กที่วางอยู่ตรงกลางวงมณฑล “เรากำลังจะดึงพลังงานด้านมืดที่กักขังวิญญาณเด็กคนนั้นออกมาผ่านร่างสะพานเชื่อม… ซึ่งก็คือคุณ” ศิลาอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่เริ่มท่องคาถาภาษาโบราณที่ต่ำทุ้มและก้องกังวานในโสตประสาท เสียงของเขาทำให้ผนังปูนรอบห้องสั่นสะเทือนเบาๆ เปลวเทียนสีหมองเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมเขียว เงาสะท้อนบนผนังเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นเงาร่างของมนุษย์หลายร่างที่กำลังกรีดร้องอย่างโหยหวน รินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดทับมหาศาลที่กดลงบนบ่า ราวกับมีภูตผีปีศาจนับร้อยกำลังพยายามปีนป่ายขึ้นมาเกาะกุมร่างของเธอ เธอส่งเสียงครางต่ำด้วยความเจ็บปวด ดวงตาสัมผัสพิเศษเปิดกว้างขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ภาพความตาย ความมืดมิด และกลิ่นอายความเน่าเฟะทะลักเข้ามาในหัวจนแทบคลั่ง “ตั้งสติไว้ รินรดา!” เสียงของศิลาตะโกนแทรกผ่านความโกลาหลในโสตประสาทของเธอ “มองมาที่ผม! อย่าปล่อยให้ความมืดกลืนกินคุณ!” รินรดาพยายามกวาดสายตามองผ่านม่านหมอกสีดำ ท่ามกลางความหวาดกลัวสุดขีด เธอกลับพบว่าศิลากำลังขยับเข้ามาใกล้จนชิด ร่างของเขาโอบประคองเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอล้มลงไปในวงมณฑล มืออุ่นๆ ของเขากดลงที่แผ่นหลังและต้นคอของเธอถ่าย “ผมอยู่ตรงนี้…” เสียงกระซิบของเขาช่างนุ่มนวลและทรงพลัง มันเป็นจุดยึดเหนี่ยวเดียวท่ามกลางพายุไสยเวทที่กำลังบ้าคลั่ง ศิลาใช้มืออีกข้างหยิบผงอาถรรพ์โรยรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับซัดคาถาบทสุดท้ายออกไปอย่างเฉียบคม เสียงกรีดร้องในห้องเงียบกริบลงทันที ราวกับถูกตัดขาดด้วยกรรไกรคมกริบ แสงไฟสีฟ้าดับวูบลง เหลือเพียงแสงเทียนสลัวตามเดิม รินรดาหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ร่างกายของเธอซบอยู่กับอกเสื้อของศิลาอย่างหมดแรง หัวใจของเธอยังคงเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวและ… ความรู้สึกบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าไสยเวท “เด็กคนนั้น… ปลอดภัยแล้วใช่ไหม?” เธอถามเสียงสั่น แววตาอ่อนล้าแต่ยังคงดื้อรั้น ศิลานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขายังคงกอดเธอไว้ในวงแขน ความอบอุ่นจากร่างกายของเขายังคงถ่ายทอดมาสู่เธอผ่านเนื้อผ้า ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ “ปลอดภัยครับ… แต่ดูเหมือนว่า สิ่งที่เราเพิ่งดึงออกมาจากตัวเด็กคนนั้น มันไม่ได้ถูกส่งกลับไปนรกอย่างที่ควรจะเป็น…” รินรดาขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง?” ศิลาไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาก้มลงมองที่พื้นดินบริเวณนอกวงมณฑล รอยเท้าเปื้อนโคลนสีดำสนิทคู่หนึ่ง ปรากฏขึ้นใหม่อย่างเงียบเชียบ ทั้งๆ ที่ประตูห้องใต้ดินยังคงลงกลอนแน่นหนาจากด้านใน และเสียงฝีเท้าคู่ใหม่นั้น… กำลังเดินตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนี้เอง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับอันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ — อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%